โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คตร. กำชับ ก.พลังงาน รื้อสูตร “ค่าการกลั่น-ค่าการตลาด” หวังลดราคาน้ำมันหน้าปั๊มอุ้ม ปชช.

สยามรัฐ

อัพเดต 03 เม.ย. เวลา 07.47 น. • เผยแพร่ 03 เม.ย. เวลา 07.21 น.

วันที่ 3 เมษายน 2569 นายพรายพล คุ้มทรัพย์ อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.) เปิดเผยว่า การประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 2 เมษายน ที่ผ่านมาว่า ประเด็นหลักที่มีการหารือกันอย่างหนักคือเรื่องค่าการกลั่นของโรงกลั่นน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มพุ่งสูงขึ้นจากปกติที่เคยอยู่ระดับ 2-3 บาทต่อลิตร ทะยานขึ้นไปถึง 10-14 บาทต่อลิตร ซึ่งตามปกติแล้ว สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน จะเป็นผู้คำนวณค่าการกลั่นโดยอ้างอิงจากราคาหน้าโรงกลั่นสิงคโปร์ จากนั้นจะมีการบวกค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าพรีเมียมความเสี่ยงจากสงครามเข้าไป ก่อนจะหักลบด้วยต้นทุนราคาน้ำมันดิบ การที่ส่วนต่างระหว่างน้ำมันสุกและน้ำมันดิบห่างกันมากในภาวะวิกฤตนี้ ทำให้เกิดเป็นช่องว่างของค่าการกลั่นที่สูงผิดปกติถึง 10 กว่าบาท

ด้วยเหตุนี้ คตร. จึงมีมติสั่งการให้กระทรวงพลังงานกลับไปทบทวนสูตรคำนวณดังกล่าวใหม่ทั้งหมด ให้ไปพิจารณาไส้ในว่าต้นทุนส่วนใดที่ไม่จำเป็นและสามารถตัดออกหรือลดหย่อนได้บ้าง เพื่อตรวจสอบว่าโรงกลั่นได้กำไรเกินปกติไปมากน้อยเพียงใด

“ในภาวะวิกฤตที่ประชาชนเดือดร้อน หากพบว่าโรงกลั่นมีกำไรมากเกินไป ก็สมควรที่จะต้องปรับลดกำไรส่วนนั้นลงมาให้อยู่ในระดับปกติ โดยไม่ได้มุ่งหวังให้โรงกลั่นต้องถึงขั้นขาดทุนแต่อย่างใด”

นอกจากนี้ คตร. ยังมีแนวคิดที่จะให้กระทรวงพลังงานไปพิจารณากำหนดเพดานขั้นสูงและขั้นต่ำของค่าการกลั่นที่เหมาะสมด้วย โดยกระทรวงพลังงานจะต้องส่งข้อมูลผลการศึกษาทั้งหมดกลับมาให้ คตร. พิจารณาภายในเวลา 16.00 น. ของวันที่ 3 เมษายนนี้ เพื่อเร่งสรุปข้อมูลให้ทันก่อนการนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีนัดแรกวันที่ 6 เมษายนนี้ หากมีการปรับลดค่าการกลั่นในส่วนที่เป็นกำไรเกินควรของโรงกลั่นลงมาได้ จะส่งผลดีทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มปรับลดลงตามไปด้วยอย่างแน่นอน ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในขณะนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...