“ธนาคารกลางทั่วโลก” ชะลอลดดอกเบี้ย เหตุสงครามตะวันออกกลางเพิ่มความเสี่ยงเงินเฟ้อ
"ธนาคารกลางทั่วโลก" ชะลอลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม หลังสงครามตะวันออกกลางทำให้ราคาพลังงานผันผวน ขณะที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มชะลอตัว
วันที่ 2 เมษายน 2569 เวลา 13.09 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ธนาคารกลางรายใหญ่ทั่วโลกส่งสัญญาณกังวลต่อความไม่แน่นอนจากสงครามในตะวันออกกลาง โดยส่วนใหญ่ตัดสินใจคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมีนาคม ท่ามกลางความกังวลว่าเงินเฟ้ออาจสูงขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเติบโตชะลอลง
ผู้กำหนดนโยบายการเงินทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศตลาดเกิดใหม่มีท่าทีระมัดระวัง โดยส่วนใหญ่เลือกคงดอกเบี้ยหรือปรับลดอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากราคาน้ำมันที่ผันผวนและความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ทำให้เส้นทางการผ่อนคลายนโยบายการเงินมีความซับซ้อนมากขึ้น
ธนาคาร JPMorgan ระบุว่า ธนาคารกลางทั่วโลกอาจต้องใช้เวลาในการประเมินผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน แต่แนวโน้มคาดการณ์เศรษฐกิจจะเริ่มปรับไปในทิศทางเดียวกัน คือ เงินเฟ้อสูงขึ้น และการเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง ทำให้ในระยะสั้น ธนาคารกลางมีแนวโน้มใช้นโยบายอย่างระมัดระวัง เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยในหลายประเทศอยู่ใกล้ระดับที่เป็นกลางแล้ว
ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ธนาคารกลางส่วนใหญ่คงอัตราดอกเบี้ย โดยจากการประชุม 9 ครั้งในเดือนมีนาคม มีถึง 8 ครั้งที่คงดอกเบี้ยไว้ มีเพียงออสเตรเลียที่ปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% และไม่มีประเทศพัฒนาแล้วรายใหญ่แห่งใดปรับลดดอกเบี้ยในเดือนดังกล่าว ทำให้ตั้งแต่ต้นปี นโยบายการเงินของประเทศพัฒนาแล้วโดยรวมยังคงตึงตัวเล็กน้อย
ส่วนในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ มีความหลากหลายมากกว่าเล็กน้อย แต่ยังคงมีท่าทีระมัดระวังเช่นกัน จากการประชุม 15 ครั้ง มี 10 ประเทศคงดอกเบี้ย ขณะที่ 4 ประเทศปรับลดดอกเบี้ย ได้แก่ รัสเซียลด 0.50% ส่วนบราซิล เม็กซิโก และโปแลนด์ ลดประเทศละ 0.25% ขณะที่โคลอมเบียเป็นประเทศเดียวที่ปรับขึ้นดอกเบี้ยแรงถึง 1% เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
แม้บางประเทศจะเริ่มเข้าสู่วัฏจักรการลดดอกเบี้ยแล้ว แต่ธนาคารกลางหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย แอฟริกาใต้ ฟิลิปปินส์ ฮังการี และสาธารณรัฐเช็ก ระบุชัดเจนว่าความไม่แน่นอนจากสงครามตะวันออกกลางและผลกระทบต่อเงินเฟ้อ เป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ต้องชะลอหรือจำกัดการลดดอกเบี้ย
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนภาพเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนไป โดยธนาคารกลางทั่วโลกต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเศรษฐกิจที่ชะลอตัว กับความเสี่ยงเงินเฟ้อที่อาจกลับมาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากราคาพลังงาน
ตั้งแต่ต้นปี ธนาคารกลางในประเทศตลาดเกิดใหม่ปรับลดดอกเบี้ยสุทธิรวมประมาณ 1.75% โดยมีการลดดอกเบี้ยรวม 3.75% แต่ถูกหักล้างบางส่วนจากการขึ้นดอกเบี้ยของโคลอมเบียรวม 2% ซึ่งสะท้อนว่าแต่ละประเทศยังเผชิญเงินเฟ้อและข้อจำกัดด้านนโยบายการเงินแตกต่างกัน และไม่สามารถผ่อนคลายนโยบายได้อย่างอิสระจากสภาวะเศรษฐกิจโลก
อ้างอิง : www.reuters.com