โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภัยแล้งถล่ม “ฟลอริดา” รุนแรงสุดในรอบหลาย 10 ปี

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 03 เม.ย. เวลา 04.30 น.
รัฐฟลอริดา ของสหรัฐอเมริกาเผชิญภัยแล้งหนักสุดในรอบหลายสิบปี พื้นที่กว่า 70% อยู่ในระดับแล้งรุนแรงถึงรุนแรงมาก ปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยต่อเนื่อง จุดชนวนไฟป่ากว่า 1,400 ครั้ง เผาผลาญพื้นที่กว่า 2 แสนไร่ ขณะที่นักอุตุนิยมวิทยาเตือน สถานการณ์อาจยืดเยื้อ หากฝนยังมาไม่ถึงในช่วงต้นฤดูฝน

รัฐฟลอริดาในสหรัฐอเมริกากำลังเผชิญสถานการณ์ภัยแล้งรุนแรง โดยข้อมูลล่าสุดระบุว่า พื้นที่เกือบทั้งหมดของรัฐอยู่ในภาวะแห้งแล้ง และบางพื้นที่อาจยังคงมีฝนตกน้อยหรือแทบไม่มีฝนในช่วงหลายสัปดาห์ข้างหน้า

ข้อมูลจากหน่วยงานติดตามภัยแล้งของสหรัฐฯ ระบุว่า มากกว่า 72% ของพื้นที่ฟลอริดากำลังเผชิญภัยแล้งระดับ 3 และ 4 ซึ่งถือเป็นระดับรุนแรงถึงรุนแรงมาก ขณะที่ระดับน้ำในแม่น้ำและลำธาร โดยเฉพาะทางตอนเหนือของรัฐ อยู่ในระดับต่ำอย่างน่ากังวล

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า สถานการณ์ภัยแล้งในครั้งนี้มีความรุนแรงใกล้เคียงกับช่วงปี 1998–2002 อีกทั้งจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นกว่า 8 ล้านคนในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อทรัพยากรน้ำที่มีอยู่อย่างจำกัด

แม้ฟลอริดาจะถูกมองว่าเป็นรัฐที่มีฝนตกชุก แต่ในความเป็นจริง รัฐนี้มีฤดูแล้งยาวนานตั้งแต่ช่วงกลางฤดูใบไม้ร่วงต่อเนื่องไปจนถึงฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิ โดยปีนี้ถือว่าเป็นหนึ่งในช่วงที่แห้งแล้งที่สุดในรอบหลายทศวรรษ

ตัวอย่างเช่น เมืองออร์แลนโดมีปริมาณฝนเฉลี่ยในเดือนตุลาคมเพียง 1.79 นิ้ว แต่ในปีที่ผ่านมา วัดได้เพียง 0.07 นิ้วเท่านั้น ขณะที่ตั้งแต่ต้นปี เมืองนี้มีฝนตกเพียง 32% ของค่าเฉลี่ย ส่วนเมืองเกนส์วิลล์และแจ็กสันวิลล์มีฝนเพียง 34% และ 41% ตามลำดับ

สภาพอากาศที่มีแดดจัดต่อเนื่องและอากาศแห้งในฤดูหนาว ส่งผลให้ความชื้นในดินลดลงอย่างมาก ประกอบกับลักษณะดินทรายของพื้นที่ ทำให้ดินสูญเสียความชื้นได้รวดเร็ว ยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ภัยแล้งให้เลวร้ายลง

ภาวะดังกล่าวยังเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดไฟป่าจำนวนมาก โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ถึง 15 มีนาคมที่ผ่านมา เกิดไฟป่ามากกว่า 1,400 ครั้ง เผาผลาญพื้นที่ไปแล้วกว่า 217,580 ไร่

ในระยะต่อไป แม้ฟลอริดาจะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนมากขึ้น โดยปกติปริมาณฝนจะเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายนต่อเนื่องถึงมิถุนายน อย่างไรก็ตาม ลักษณะฝนที่ตกกระจายไม่สม่ำเสมอ รวมถึงอิทธิพลของความกดอากาศสูง อาจทำให้บางพื้นที่ยังคงเผชิญภาวะแห้งแล้งต่อไป

นักอุตุนิยมวิทยาชี้ว่า ปัจจัยหนึ่งที่อาจช่วยคลี่คลายสถานการณ์ได้ คือ การก่อตัวของพายุโซนร้อนหรือดีเปรสชันเคลื่อนตัวผ่านพื้นที่ แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ยังไม่มีสัญญาณดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยโอกาสจะเพิ่มขึ้นเมื่อเข้าสู่ฤดูเฮอริเคน ซึ่งเริ่มต้นในวันที่ 1 มิถุนายน

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า พื้นที่ตั้งแต่ฟลอริดาตอนเหนือไปจนถึงรัฐจอร์เจียและแอละแบมา อาจเผชิญสถานการณ์เลวร้ายลงในช่วงต่อจากนี้ เนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นและแสงแดดที่แรงขึ้นในฤดูร้อน สถานการณ์ภัยแล้งครั้งนี้จึงถูกจับตาอย่างใกล้ชิด ท่ามกลางความกังวลต่อความมั่นคงด้านน้ำและความเสี่ยงจากไฟป่าที่อาจทวีความรุนแรงมากขึ้นในระยะข้างหน้า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...