โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ใครจะไปคิด! เพื่อนบ้านเล่าหมดเปลือก นิสัยหนุ่มจีนรถคว่ำ จนไม่อยากจะเชื่อ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 09 พ.ค. เวลา 06.13 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 มีรายงานความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม นายหมิงเฉิน อายุ 31 ปี ชาวจีน หลังขับรถเก๋งประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและพบอาวุธปืนพร้อมแม็กกาซีนอยู่ภายในรถ จนนำไปสู่การขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักภายในซอยห้วยใหญ่ และพบอาวุธสงคราม รวมถึงวัตถุระเบิดจำนวนมาก

วันที่ 9 พฤษภาคม 2569 มีรายงานความคืบหน้ากรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม นายหมิงเฉิน อายุ 31 ปี ชาวจีน หลังขับรถเก๋งประสบอุบัติเหตุพลิกคว่ำในพื้นที่ สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและพบอาวุธปืนพร้อมแม็กกาซีนอยู่ภายในรถ จนนำไปสู่การขยายผลเข้าตรวจค้นบ้านพักภายในซอยห้วยใหญ่ และพบอาวุธสงคราม รวมถึงวัตถุระเบิดจำนวนมาก

จากการตรวจค้นภายในบ้าน เจ้าหน้าที่พบทั้งอาวุธปืนสงคราม วัตถุระเบิดชนิดแรงทำลายล้างสูง ระเบิดสังหารบุคคล และระเบิดขว้าง รวมกว่า 10 ลูก ตลอดจนวัสดุประกอบระเบิดและน้ำมันเชื้อเพลิงจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปิดล้อมพื้นที่และประสานหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด

ต่อมาเมื่อเวลา 22.30 น. วันที่ 8 พฤษภาคม ที่ผ่านมา พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุด้วยตนเอง พร้อมกำชับฝ่ายสืบสวนและพนักงานสอบสวน สภ.นาจอมเทียน ให้จัดทำบันทึกตรวจยึดของกลางทั้งหมด รวมถึงประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน 2 ชลบุรี เข้าตรวจเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติมอย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้าน พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ เปิดเผยว่า คดีดังกล่าว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้เร่งสืบสวนสอบสวนในทุกมิติ โดยเฉพาะประเด็นด้านความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับชนิดของอาวุธและวัตถุคล้ายระเบิดที่ตรวจพบนั้น ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ทั้งหมด เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบต่อรูปคดี

สำหรับประเด็นการกักเก็บวัตถุระเบิดจำนวนมาก เพื่อเตรียมนำไปใช้ก่อเหตุร้าย ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่พบความเชื่อมโยงกับกลุ่มใดโดยตรง แต่จะมีการขยายผลตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งแหล่งที่มาของอาวุธและวัตถุระเบิด รวมถึงเส้นทางการลักลอบนำเข้ามาในประเทศ ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาอ้างว่าป่วยเป็นโรคซึมเศร้านั้น เจ้าหน้าที่เตรียมประสานจิตแพทย์เข้าตรวจประเมินอาการอย่างละเอียด เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงอีกครั้ง พร้อมย้ำว่าขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงาน และหากมีความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป

ขณะเดียวกันจากการตรวจสอบประวัติของนายหมิงเฉิน พบว่าเข้ามาเช่าบ้านหลังดังกล่าวในราคาเดือนละ 38,000 บาท และพักอาศัยอยู่ประมาณ 2 ปี โดยมีประวัติเดินทางเข้าประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2563 ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว ก่อนจะเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยหลายครั้ง กระทั่งล่าสุดเดินทางเข้ามาเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 โดยใช้วีซ่ารีเอนทรี ซึ่งเป็นการขออนุญาตกลับเข้ามาในราชอาณาจักรสำหรับผู้ถือวีซ่าระยะยาว และสามารถพำนักอยู่ในประเทศไทยได้สูงสุด 5 ปี

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบข้อมูลว่า นายหมิงเฉินถือพาสปอร์ตทั้งสัญชาติจีนและกัมพูชา รวมถึงมีบัตรประจำตัวบุคคลไม่มีสัญชาติไทย หรือบัตรสีชมพู อีกทั้งยังมีชื่อเป็นผู้พักอาศัยอยู่ในทะเบียนบ้านแห่งหนึ่ง ภายในซอยหทัยราษฎร์ 37 แขวงสามวาตะวันตก เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร โดยมีเลขประจำตัวประชาชนตรงกับเลขในบัตรบุคคลไม่มีสัญชาติไทย ซึ่งมีการย้ายทะเบียนมาจากพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2566 ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานะและเอกสารทั้งหมด

ทั้งนี้ เพื่อนบ้านรายหนึ่ง (ขอสงวนการเปิดเผยนาม) ให้ข้อมูลว่า ปกติชาวจีนรายนี้เป็นคนอัธยาศัยดี เจอใครก็ชอบทักทาย และพูดจาเป็นกันเอง แต่พอมารู้ว่ามีการกักเก็บวัตถุอันตราย ก็คือระเบิด C4 ยอมรับว่าตกใจมาก หากระเบิดทำงาน คนในหมู่บ้านคงได้รับความเดือดร้อนกันหมด

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...