โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 18 มีนาคม 2569

efinanceThai

เผยแพร่ 18 มี.ค. เวลา 00.30 น.

สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 18 มีนาคม 2569

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -18 มี.ค. 69 7:30: น.

*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) ปิดที่ 96.21 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 2.71 ดอลลาร์ หรือ 2.9%

สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ ปิดที่ 103.42 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.21 ดอลลาร์ หรือ 3.2%

ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 3% ในวันอังคาร (17 มี.ค.) หลังอิหร่านโจมตีสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ระลอกใหม่ ซึ่งสร้างความกังวลว่า อุปทานน้ำมันโลกอาจมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น หากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ยังไม่สามารถคลี่คลายได้โดยเร็ว

*** ตลาดหุ้นเอเชีย-แปซิฟิกมีแนวโน้มเปิดตลาดในแดนบวกเช้านี้ ขณะที่นักลงทุนติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังเกิดการโจมตีระลอกใหม่ต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเพิ่มความกังวลต่อการหยุดชะงักของอุปทานพลังงาน

- ดัชนี S&P/ASX 200 ของออสเตรเลียเคลื่อนไหวทรงตัวในช่วงเปิดการซื้อขาย

- ดัชนี Nikkei 225 ของญี่ปุ่น เปิดที่ 54,148.84 จุด เพิ่มขึ้น 448.45 จุด (+0.83%)

- สัญญาซื้อขายล่วงหน้าดัชนีฮั่งเส็งของฮ่องกงอยู่ที่ 25,891 จุด สูงกว่าระดับปิดล่าสุดของดัชนีที่ 25,868.54 จุด

*** การส่งออกของญี่ปุ่นในเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 4.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ชะลอตัวลงอย่างมากหลังจากพุ่งขึ้น 16.8% ในเดือนม.ค. อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวยังสูงกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์ที่รอยเตอร์สำรวจคาดไว้ที่ 1.6%

การส่งออกไปยังจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ลดลง 10.9% ขณะที่การส่งออกไปยังสหรัฐลดลง 8% และมีแนวโน้มว่าการส่งออกไปยังสหรัฐฯ มีแนวโน้มอ่อนแอลง หลังสหรัฐฯ ประกาศเริ่มการสอบสวนตามมาตรา 301 ซึ่งอาจนำไปสู่การกลับมาใช้มาตรการภาษีรอบใหม่

*** สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานโดยอ้างสำนักข่าวฟาร์ส สื่อของอิหร่าน ระบุว่า อาลี ลารีจานี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ วัย 67 ปี ถูกสังหารจากการโจมตีทางอากาศร่วมกันของสหรัฐฯ และอิสราเอล ขณะเดินทางไปเยี่ยมลูกสาวในพื้นที่ชานเมืองทางตะวันออกของกรุงเตหะราน

อาลี ลารีจานี นักการเมืองอาวุโสของอิหร่าน เป็นหนึ่งในบุคคลที่ทรงอิทธิพลที่สุดของอิหร่าน มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายด้านความมั่นคง และเคยเป็นที่ปรึกษาใกล้ชิดของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ซึ่งเสียชีวิตจากการโจมตีเมื่อปลายเดือนก.พ. ที่ผ่านมา

*** กิเดียน ซาร์ รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอล กล่าวว่า อิสราเอลชนะสงครามกับอิหร่านแล้วในทางปฏิบัติ แต่ไม่ได้ระบุว่าความขัดแย้งจะสิ้นสุดลงเมื่อใด โดยกล่าวเพียงว่าปฏิบัติการจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย

ซาร์ระบุว่า อิสราเอลมีเป้าหมายเพื่อขจัดภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของประเทศ แต่ไม่ได้อธิบายว่ารัฐบาลจะใช้เกณฑ์ใดในการพิจารณาว่าเป้าหมายดังกล่าวบรรลุผลแล้ว

*** การที่จีนสั่งห้ามส่งออกน้ำมันดีเซล เบนซิน และเชื้อเพลิงอากาศยาน มีแนวโน้มจะยิ่งซ้ำเติมภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิง และกดดันให้ราคาสูงขึ้นอีก ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมและภาคการขนส่งในเอเชีย ที่กำลังเผชิญกับอุปทานตึงตัวอยู่แล้วจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน

ก่อนมีมาตรการดังกล่าว โรงกลั่นในเอเชียได้เร่งจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นทดแทนอยู่แล้ว ขณะเดียวกัน โรงกลั่นหลายแห่งในภูมิภาคอ่าวอาหรับ ซึ่งส่วนใหญ่ส่งออกเชื้อเพลิงมายังเอเชีย ต้องระงับการผลิต หลังสงครามทำให้การขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญหยุดชะงัก

*** โจ เคนต์ ผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายสหรัฐฯ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เพื่อตอบโต้การทำสงครามของรัฐบาลทรัมป์กับอิหร่าน โดยระบุในจดหมายถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งโพสต์ผ่านบัญชี X ว่า ผมไม่สามารถสนับสนุนสงครามที่กำลังดำเนินอยู่ได้โดยสุจริตใจ อิหร่านไม่ได้เป็นภัยคุกคามเร่งด่วนต่อประเทศของเรา และเราก้าวเข้าสู่สงครามนี้จากแรงกดดันของอิสราเอลและกลุ่มล็อบบี้ที่ทรงอิทธิพลในสหรัฐฯ อย่างชัดเจน

เคนต์ ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการสนับสนุนทฤษฎีสมคบคิดฝ่ายขวาจัด และเพิ่งได้รับการรับรองตำแหน่งจากวุฒิสภาอย่างเฉียดฉิวเมื่อเดือนก.ค. 2025 กล่าวหาว่าประธานาธิบดีถูกอิสราเอลชักจูงให้สนับสนุนสงครามครั้งนี้ ด้านทรัมป์ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวในเวลาต่อมา

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐฯ ได้รับแจ้งจากพันธมิตรส่วนใหญ่ในองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต (NATO) ว่าไม่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมในปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในอิหร่าน ซึ่งทรัมป์ระบุว่าเป็น ความผิดพลาดที่โง่เขลายิ่งนัก

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่ได้ส่งสัญญาณว่าจะดำเนินมาตรการลงโทษพันธมิตรนาโตซึ่งปฏิเสธอย่างไร โดยผู้นำสหรัฐฯ ตอบคำถามผู้สื่อข่าวภายในห้องทำงานรูปไข่ ระหว่างการเดินทางเยือนของไมเคิล มาร์ตินนายกรัฐมนตรีไอร์แลนด์ เนื่องในวันเซนต์แพทริก

ขณะเดียวกัน ยังระบุว่า สหรัฐฯ ยังไม่พร้อมที่จะยุติปฏิบัติการทางทหารในอิหร่านในขณะนี้ แต่ระบุว่า เราจะถอนตัวในเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน

*** ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง กล่าวว่า ฝรั่งเศสจะไม่มีวันเข้าร่วมปฏิบัติการเพื่อเปิดเส้นทางการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นการตอบโต้คำกล่าวอ้างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ระบุว่าฝรั่งเศสพร้อมให้ความช่วยเหลือ

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์กล่าวในงานที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ว่า ได้พูดคุยกับมาครง พร้อมให้คะแนนจุดยืนของผู้นำฝรั่งเศส 8 เต็ม 10 ในประเด็นการระดมพันธมิตรเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ และยังระบุว่ามาครงอาจเข้าร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า ได้เลื่อนการเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งเพื่อพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ออกไป เนื่องจากสงครามกับอิหร่านกำลังส่งผลกระทบต่อนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า ทำให้ความพยายามในการลดความตึงเครียดระหว่างสองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของโลกต้องล่าช้าออกไป

ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ว่า เรากำลังปรับตารางการพบกันใหม่ เรายังคงทำงานร่วมกับจีน และทางจีนก็ไม่มีปัญหาอะไร

*** ธนาคารกลางสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์อนุมัติมาตรการเพื่อเสริมเสถียรภาพให้กับภาคธนาคารของประเทศ ขณะที่ภูมิภาคอ่าวอาหรับเร่งรับมือผลกระทบจากวิกฤตอิหร่าน ท่ามกลางสงครามที่ยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่สามและยังไม่มีแนวโน้มว่าจะยุติ

ภายใต้มาตรการดังกล่าว ธนาคารพาณิชย์จะสามารถเข้าถึงเงินสำรองได้มากขึ้น สูงสุดถึง 30% ของข้อกำหนดอัตราเงินสำรอง และสามารถเข้าถึงแหล่งสภาพคล่องระยะยาวทั้งในสกุลเงินดีแรห์มของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และดอลลาร์สหรัฐ

*** S&P Global Ratings ระบุว่า ธนาคารในภูมิภาคอ่าวอาหรับอาจเผชิญเงินฝากไหลออกภายในประเทศสูงถึง 307,000 ล้านดอลลาร์ หากความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น แม้ขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณของการไหลออกครั้งใหญ่ของเงินทุนทั้งจากต่างประเทศและในประเทศจากภาคธนาคารในภูมิภาค ซึ่งยังคงมีความแข็งแกร่งนับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น

อย่างไรก็ตาม S&P Global Ratings เตือนว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อ อาจกระตุ้นให้เกิดการโยกย้ายเงินไปยังธนาคารที่มีความน่าเชื่อถือสูงกว่าในระบบเดียวกัน รวมถึงการไหลออกของเงินทุนทั้งจากภายนอกและภายในประเทศในวงกว้าง

*** Tesla กำลังขยายความร่วมมือกับ LG Energy Solution โดยได้ตกลงซื้อเซลล์แบตเตอรี่มูลค่า 4,300 ล้านดอลลาร์ ซึ่งจะผลิตที่เมืองแลนซิง รัฐมิชิแกน เพื่อนำไปใช้ในระบบกักเก็บพลังงาน

แบตเตอรี่ดังกล่าวจะผลิตโดย LG ในโรงงานที่เดิมสร้างขึ้นเพื่อร่วมทุนกับ General Motors ก่อนที่ผู้ผลิตรถยนต์รายนี้จะตัดสินใจถอนตัว ทั้งนี้ รายละเอียดของความร่วมมือในครั้งนี้เปิดเผยในฐานะส่วนหนึ่งของคำมั่นลงทุนจากภาคเอกชนมูลค่ารวม 56,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการประชุมด้านความมั่นคงพลังงานอินโด-แปซิฟิกที่ญี่ปุ่น

*** เจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia กล่าวกับผู้สื่อข่าวในงานประชุม GTC ประจำปีนี้ว่า บริษัทกำลังเตรียมกลับมาจำหน่ายโปรเซสเซอร์รุ่น H200 ให้กับลูกค้าในจีน เราได้รับคำสั่งซื้อแล้ว และกำลังอยู่ระหว่างเริ่มผลิตอีกครั้ง

ก่อนหน้านี้ กฎระเบียบใหม่จากรัฐบาลสหรัฐฯ เมื่อปีที่แล้ว บังคับให้ Nvidia ต้องระงับการขายชิปให้กับจีน ขณะที่ทางการจีนระบุว่า ชิปดังกล่าวจำเป็นต้องผ่านข้อกำหนดด้านการขอใบอนุญาตหลายประการ

*** OpenAI เตรียมเพิ่มการลงทุนในกลุ่มลูกค้าองค์กร ขณะเตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) โดยฟิดจี ซิโม ซีอีโอฝ่ายแอปพลิเคชันของบริษัทได้จัดการประชุมพนักงานทั้งบริษัทเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และระบุว่า OpenAI กำลังรุกเข้าสู่การให้บริการที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้สูงขึ้น

สำนักข่าว CNBC รายงานว่า บริษัทอาจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้เร็วที่สุดในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้

*** Lululemon เผยคาดการณ์ผลประกอบการปี 2026 ที่อ่อนแอเมื่อวันอังคาร ท่ามกลางแรงกดดันจากภาษีนำเข้า ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น และการต่อสู้แย่งชิงอำนาจภายในบริษัทกับผู้ก่อตั้ง ซึ่งกระทบต่อผลกำไร

สำหรับไตรมาสแรก บริษัทคาดว่ายอดขายจะอยู่ระหว่าง 2,4002,430 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์จาก LSEG คาดไว้ที่ 2,470 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กำไรต่อหุ้น (EPS) คาดว่าจะอยู่ที่ 1.631.68 ดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 2.07 ดอลลาร์

ส่วนประมาณการทั้งปี บริษัทคาดว่ายอดขายจะอยู่ที่ 11,35011,500 ล้านดอลลาร์ ต่ำกว่าคาดการณ์ที่ 11,520 ล้านดอลลาร์ และคาดว่ากำไรต่อหุ้นจะอยู่ที่ 12.1012.30 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าประมาณการที่ 12,580 ดอลลาร์

*** ผู้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าของจีนครองส่วนแบ่งตลาดมากกว่า 70% ในปี 2025 เพิ่มขึ้นจากปี 2021 ซึ่งขณะนั้นมีสัดส่วนไม่ถึง 50% ขณะที่คู่แข่งจากเกาหลีใต้กำลังเผชิญความยากลำบากในตลาดสหรัฐฯ

Contemporary Amperex Technology Co. Ltd. (CATL) ผู้นำอุตสาหกรรม มีผลิตภัณฑ์แบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าและรถปลั๊กอินไฮบริดหลากหลายระดับราคา โดยมีลูกค้าทั้งผู้ผลิตรถยนต์จีนรายใหญ่ รวมถึงค่ายรถยุโรปมากขึ้น เช่น Volkswagen และ Mercedes-Benz Group

โดยกำไรสุทธิของ CATL เติบโต 42% ในปี 2025 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 72,200 ล้านหยวน (ประมาณ 10,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ทั้งนี้ CATL ครองตำแหน่งผู้นำตลาดแบตเตอรี่ EV และไฮบริดทั่วโลกในปี 2025 ด้วยส่วนแบ่ง 39.2% ตามข้อมูลจาก SNE Research เพิ่มขึ้น 1 จุดเปอร์เซ็นต์จากปี 2024

*** Tencent เปิดตัวผลิตภัณฑ์สำคัญหลายรายการ เพื่อใช้ประโยชน์จากกระแสความนิยม AI Agent ในประเทศ และกำลังพัฒนาเพื่อนำ AI Agent เข้าไปผสานในแอป WeChat เพื่อช่วยทำงานอัตโนมัติ

ขณะที่ Alibaba ผู้นำด้านโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) แบบโอเพ่นซอร์สในจีน ยังประสบปัญหาในการเปลี่ยนความได้เปรียบดังกล่าวให้กลายเป็นความเป็นผู้นำเชิงพาณิชย์ และยังสูญเสียนักพัฒนาโมเดลระดับหัวกะทิไป ทำให้เกิดคำถามเกี่ยวกับทิศทางกลยุทธ์ AI ของบริษัท

นักลงทุนกำลังจับตาการแข่งขันด้าน AI ระหว่างทั้งสองบริษัท โดย Tencent มีมูลค่าตลาดเพิ่มขึ้นเกือบ 35,000 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่เปิดตัวบริการ AI Agent อย่าง QClaw และ WorkBuddy

รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...