โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ESG 'จากสมัครใจสู่กฎหมายบังคับ' พลิกเกมลงทุนโลก ใครไม่ปรับ เสี่ยงหลุดพอร์ต

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

การลงทุนโลกในปี 2569 กำลังเผชิญจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อ “ESG” หรือปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล ถูกยกระดับจากแนวทางสมัครใจ สู่ข้อบังคับทางกฎหมายอย่างเต็มรูปแบบในหลายภูมิภาคทั่วโลก สะท้อนให้เห็นว่า ความยั่งยืนได้กลายเป็น “มาตรฐานใหม่” ของการดำเนินธุรกิจและการตัดสินใจลงทุน

ในอดีต การเปิดเผยข้อมูล ESG เป็นเพียงเครื่องมือสร้างภาพลักษณ์สำหรับองค์กรที่มีความพร้อม แต่ในปัจจุบัน กฎหมายใหม่ได้กำหนดให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีบทลงโทษชัดเจนสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิบัติตาม หรือให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน

ปี 2569 จึงถือเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านจาก “ยุคร่างกฎหมาย” สู่ “ยุคบังคับใช้จริง” โดยเฉพาะในฝั่งนักลงทุนสถาบัน (Asset Owners) ที่มีบทบาทมากขึ้นในการผลักดันให้บริษัทจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่าน (Transition Plan) และนำข้อมูล ESG มาใช้ประเมินทั้งความเสี่ยงและโอกาสทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม

อย่างไรก็ดี ทิศทางของกฎ ESG ในแต่ละภูมิภาคยังคงแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ สหรัฐอเมริกายังเผชิญความไม่เป็นเอกภาพด้านนโยบาย ระหว่างระดับรัฐบาลกลางและมลรัฐ โดยบางส่วนมีการถอยห่างจากกรอบความร่วมมือระดับโลกอย่าง Paris Agreement

รวมถึงการชะลอกฎด้านการเปิดเผยข้อมูลสภาพภูมิอากาศของ U.S. Securities and Exchange Commission ขณะเดียวกัน หลายรัฐ เช่น แคลิฟอร์เนีย และนิวยอร์ก กลับเดินหน้าผลักดันกฎหมาย ESG อย่างเข้มข้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจต้องรับมือกับกฎหลายชุดในประเทศเดียว

ในทางตรงกันข้าม สหภาพยุโรปยังคงเป็นผู้นำด้านการกำกับดูแล ESG โดยมุ่งเน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ควบคู่กับการปรับปรุงกฎให้ใช้งานได้จริง

หนึ่งในกฎหมายสำคัญคือ Corporate Sustainability Reporting Directive (CSRD) ที่กำหนดให้บริษัทต้องเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนในระดับเดียวกับงบการเงิน พร้อมทั้งมาตรการอย่าง Carbon Border Adjustment Mechanism (CBAM) และ EU Deforestation Regulation ที่เพิ่มแรงกดดันไปยังห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก

ด้านเอเชีย หลายประเทศเร่งยกระดับมาตรฐาน ESG เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน โดยนำกรอบสากลของ International Sustainability Standards Board มาใช้ เพื่อให้ข้อมูลสามารถเปรียบเทียบกันได้ในระดับสากล และสนับสนุนการไหลเข้าของเงินทุนระยะยาว

ผลจากกฎระเบียบใหม่ ทำให้ “ข้อมูลความยั่งยืน” กลายเป็นข้อมูลบังคับที่มีผลต่อการประเมินมูลค่าธุรกิจโดยตรง นักลงทุนจึงต้องปรับวิธีคิด จากการพิจารณาภาพลักษณ์ขององค์กร ไปสู่การประเมิน “ความสามารถในการลงมือทำจริง” ไม่ว่าจะเป็นแผนการเปลี่ยนผ่าน การจัดสรรเงินลงทุน หรือการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG

ขณะเดียวกัน ความซับซ้อนของมาตรฐานรายงานที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากกรอบสากลและกฎเฉพาะภูมิภาค ทำให้นักลงทุนต้องพัฒนาระบบข้อมูลที่สามารถเชื่อมโยงและวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายมาตรฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะเมื่อกฎ ESG ขยายขอบเขตไปถึงห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งรวมถึงคู่ค้า ซัพพลายเออร์ และแหล่งวัตถุดิบ

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การปราบปราม “การฟอกเขียว” (Greenwashing) ที่เข้มงวดขึ้นในหลายประเทศ โดยยุโรปเตรียมปรับปรุงกรอบ Sustainable Finance Disclosure Regulation (SFDR) สู่เวอร์ชันใหม่ เพื่อลดการใช้ฉลาก ESG ในเชิงการตลาด

ขณะที่ European Securities and Markets Authority เพิ่มความเข้มงวดในการกำกับดูแลการใช้คำที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนในกองทุน

แนวโน้มดังกล่าวส่งผลให้กองทุน ESG ต้องปรับกลยุทธ์จากการคัดเลือกบริษัทที่มีภาพลักษณ์ดี ไปสู่การลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพในการ “เปลี่ยนผ่าน” สู่ความยั่งยืน หรือที่เรียกว่า Transition Finance

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายการลงทุนในตลาดหุ้นทั่วโลกภายใต้กรอบ ESG กองทุน เช่น UGSTAR - United Global Stars Equity Fund ซึ่งลงทุนผ่านกองทุนหลัก Robeco Global Stars Equities IL USD ถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ โดยใช้กระบวนการคัดเลือกหุ้นบนพื้นฐาน ESG อย่างเป็นระบบ และได้รับการจัดอันดับ 5 ดาวจาก Morningstar แม้จะมีระดับความเสี่ยงอยู่ในระดับสูง

ท้ายที่สุด การเปลี่ยนแปลงของกฎ ESG ในปี 2569 ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านความยั่งยืน แต่ได้กลายเป็น “กติกาใหม่ของตลาดการเงินโลก” ที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางเงินทุน และชี้วัดว่าองค์กรใดมีศักยภาพในการเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจยุคใหม่

บทความโดย บลจ. ยูโอบี (ประเทศไทย) จำกัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...