'มือมรณะ'ระบบการตอบโต้ด้วยอาวุธนิวเคลียร์ที่จะทำลายทุกฝ่ายแม้ผู้นำประเทศจะถูกำจัดไปแล้วก็ตาม
มือมรณะ (Dead Hand) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Perimeter เป็นระบบควบคุมอาวุธนิวเคลียร์อัตโนมัติหรือกึ่งอัตโนมัติในยุคสงครามเย็นที่สร้างขึ้นโดยสหภาพโซเวียต ระบบนี้ยังคงใช้งานอยู่ในสหพันธรัฐรัสเซียหลังยุคโซเวียต และเป็นระบบที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรับประกันว่าจะการทำลายล้างซึ่งกันและกันหากรัสเซียถูกโจมตีอย่างหนักโดยนิวเคลียร์จากอีกฝ่าย
กล่าวคือคือ ระบบนี้สามารถเริ่มการยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ของรัสเซียได้โดยการส่งคำสั่งระดับสูงสุดที่ป้อนไว้ล่วงหน้าจากกองบัญชาการทหารสูงสุด ฝ่ายบริหารกองกำลังขีปนาวุธเชิงยุทธศาสตร์ ไปยังศูนย์บัญชาการและไซโลแต่ละแห่ง หากตรวจพบการโจมตีด้วยอาวุธนิวเคลียร์โดยเซ็นเซอร์แผ่นดินไหว แสง กัมมันตภาพรังสี และความดัน แม้ว่าองค์ประกอบการบังคับบัญชาจะถูกทำลายไปทั้งหมดแล้วก็ตาม
จุดประสงค์ของระบบ Dead Hand คือการรักษาความสามารถในการโจมตีตอบโต้แม้ว่าผู้นำโซเวียตที่บัญชาการการโจมตีจะถูกสังหารไปแล้วก็ตาม แต่การสังหารผู้นำจะไม่ใช่สิ่งที่ขัดขวางไม่ให้กองทัพโซเวียตปล่อยอาวุธร้ายแรงเพื่อตอบโต้ โดยการตอบโต้จะทำโดยอัตโนมัติผ่านระบบ Dead Hand
ความกังวลของสหภาพโซเวียตเกี่ยวกับประเด็นนี้เพิ่มมากขึ้นเมื่อสหรัฐฯ พัฒนาระบบขีปนาวุธนำวิถีจากเรือดำน้ำ (SLBM) ที่มีความแม่นยำสูงในช่วงทศวรรษ 1980 ก่อนหน้านั้น สหรัฐฯ จะส่งอาวุธนิวเคลียร์ส่วนใหญ่โดยเครื่องบินทิ้งระเบิดระยะไกลหรือขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ขีปนาวุธนำวิถีจากเรือดำน้ำรุ่นก่อนๆ ของสหรัฐฯ เช่น UGM-27 Polaris ที่ผลิตในทศวรรษ 1960 และ UGM-73 Poseidon ที่ผลิตในทศวรรษ 1970 ถูกมองว่ามีความแม่นยำต่ำเกินไปสำหรับการโจมตีตอบโต้หรือการโจมตีครั้งแรก ซึ่งเป็นการโจมตีอาวุธของฝ่ายตรงข้าม
ขีปนาวุธ SLBM ถูกสงวนไว้สำหรับการโจมตีเมือง ซึ่งความแม่นยำมีความสำคัญน้อยกว่า ในกรณีแรก ฝ่ายตรงข้ามที่มีเรดาร์และการเฝ้าระวังด้วยดาวเทียมที่มีประสิทธิภาพสามารถคาดหวังการเตือนล่วงหน้า 30 นาทีก่อนการระเบิดครั้งแรก ทำให้การโจมตีแบบชิงลงมือก่อนทำได้ยาก เนื่องจากฝ่ายตรงข้ามจะมีเวลาในการยิงตอบโต้เมื่อได้รับการเตือน เพื่อลดความเสี่ยงที่กองกำลังของตนจะถูกทำลายบนพื้นดิน
แต่การพัฒนาขีปนาวุธนำวิถีจากเรือดำน้ำ (SLBM) ที่มีความแม่นยำสูง เช่น Trident C4 และต่อมาคือ D5 ได้เปลี่ยนแปลงสมดุลนี้ไป Trident D5 ถือว่ามีความแม่นยำเทียบเท่ากับขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ที่ติดตั้งบนบก ดังนั้น ระบบ Trident จากเรือดำน้ำของสหรัฐฯ หรือสหราชอาณาจักรจึงสามารถเข้าใกล้ชายฝั่งของศัตรูได้อย่างเงียบๆ และยิงหัวรบที่มีความแม่นยำสูงในระยะใกล้ ลดเวลาเตือนภัยเหลือน้อยกว่าสามนาที ทำให้การโจมตีตอบโต้ก่อนหรือการโจมตีเพื่อตัดหัวรบเป็นไปได้
ในปี 1967 สหภาพโซเวียตได้พยายามสร้างระบบที่เรียกว่า Signal (สัญญาณ) เป็นครั้งแรก ซึ่งพวกเขาสามารถใช้สร้างคำสั่งสำเร็จรูป 30 คำสั่งจากกองบัญชาการไปยังหน่วยขีปนาวุธได้ แม้ว่าระบบจะยังไม่เป็นอัตโนมัติโดยสมบูรณ์ แต่เจตนาของพวกเขาก็ไม่แตกต่างกัน
เมื่อระบบทำงานและตรวจพบว่ากำลังจะเกิดสงครามนิวเคลียร์ ระบบจะส่งขีปนาวุธสั่งการ 15P011 พร้อมหัวรบพิเศษ 15B99 ที่ส่งคำสั่งให้เปิดไซโลและศูนย์บัญชาการทั้งหมดของ RVSN พร้อมเครื่องรับสัญญาณที่เหมาะสมในระหว่างการบิน ระบบขีปนาวุธสั่งการนี้คล้ายกับระบบสื่อสารจรวดฉุกเฉินของสหรัฐฯ
โดยทั่วไปแล้ว ระบบนี้จะถูกปิดใช้งานและคาดว่าจะเปิดใช้งานในช่วงเวลาวิกฤต อย่างไรก็ตาม ในปี 2009 มีการกล่าวว่าระบบนี้ยังคงทำงานได้อย่างเต็มที่และสามารถทำหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ได้เมื่อจำเป็น ในปี 2011 พลเอกเซอร์เกย์ คาราคาเยฟ ผู้บัญชาการกองกำลังขีปนาวุธยุทธศาสตร์ของรัสเซีย ได้ยืนยันสถานะการใช้งานของระบบประเมินและสื่อสาร Perimeter ในการให้สัมภาษณ์กับ Komsomolskaya Pravda สื่อของรัสเซีย
ทุกวันนี้ Dead Hand ก็ยังเป็นสิ่งที่สร้างความสะพรึงกลัวให้กับคู่กรณีของรัสเซีย เช่น เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2025 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกาได้เขียนข้อความบน Truth Social ว่าเขาได้สั่งให้เคลื่อนกำลังเรือดำน้ำนิวเคลียร์สองลำ เพื่อตอบโต้ทวีตของอดีตประธานาธิบดีดมิทรี เมดเวเดฟ แห่งรัสเซียที่อ้างถึงระบบ Dead Hand
โดยทีมข่าวต่างประเทศ The Better
Photo - เรือดำน้ำขีปนาวุธมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างยิ่งสำหรับสหรัฐอเมริกา รัสเซีย และประเทศมหาอำนาจนิวเคลียร์อื่นๆ นับตั้งแต่เริ่มใช้งานในช่วงสงครามเย็น เนื่องจากสามารถหลบเลี่ยงดาวเทียมสอดแนมและยิงอาวุธนิวเคลียร์ได้อย่างแทบไม่มีข้อจำกัด (National Museum of the U.S. Navy/Public Domain)