โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

กลุ่มผู้เสียหายบุกกองปราบ แฉขบวนการ ดีดี มอลล์ สร้างหนี้เท็จ-ยักย้ายทรัพย์สิน หนีเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เสียหายนับพันล้าน

สยามนิวส์

เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Kong
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 เม.ย. 69 ที่ อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กลุ่มตัวแทนเจ้าหนี้ผู้เสียหายจากการล้มละลาย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 24 เม.ย. 69 ที่ อาคารประชาอารักษ์ กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กลุ่มตัวแทนเจ้าหนี้ผู้เสียหายจากการล้มละลายของ บริษัท ดีดี มอลล์ จำกัด (อินสแควร์เดิม) เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีอาญาถึงที่สุดกับกลุ่มผู้บริหารบริษัทฯ และพวก ในข้อหาร่วมกันโกงเจ้าหนี้ และความผิดตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ หลังพบพฤติการณ์ส่อทุจริตเชิงโครงสร้าง ยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินออกจากกองมรดกเจ้าหนี้อย่างเป็นระบบ

ป้าถวิล (สงวนนามสกุล) อายุ 81 ปี อดีตนักบัญชี หนึ่งในผู้เสียหาย ระบุว่า แม้ศาลจะมีคำพิพากษาพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม 2568 แต่กลุ่มผู้บริหารเดิมของบริษัท ดีดี มอลล์ จำกัด กลับยังมีพฤติการณ์ฝ่าฝืนกฎหมาย ด้วยการเก็บเงินนอกระบบ ยังคงออกใบแจ้งหนี้สั่งให้ผู้เช่าโอนเงินค่าเช่าเข้าบัญชีส่วนตัวของบุคคลในกลุ่มผู้บริหาร และบริษัทในเครือข่าย แทนที่จะส่งมอบรายได้ดังกล่าวให้แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมีการสร้างหนี้เท็จนับพันล้าน พบหลักฐานการทำสัญญาอำพรางในกลุ่มเครือญาติและบริษัทนอมินี เพื่อสร้างหนี้เท็จมูลค่านับพันล้านบาท จากนั้นนำสิทธิหนี้ดังกล่าวไปยื่นขอรับชำระหนี้ เพื่อแย่งส่วนแบ่งจากเจ้าหนี้ตัวจริงในกองล้มละลาย และมีการลักลอบเปลี่ยนชื่อผู้ใช้มิเตอร์ไฟฟ้าจากชื่อบริษัท (ลูกหนี้) มาเป็นชื่อบุคคลในกลุ่มผู้บริหาร เพื่อยึดครองสิทธิประกันไฟฟ้าซึ่งถือเป็นทรัพย์สินในกองมรดก

นายแทนคุณ (อี้) จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม ซึ่งเข้ามาช่วยประสานเข้าพบ พงส.กก.1 บก.ป. เปิดเผยว่า พฤติการณ์ดังกล่าวถือเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 350 ร่วมกันโกงเจ้าหนี้ และความผิดร้ายแรงตาม พ.ร.บ.ล้มละลายฯ ซึ่งสร้างความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมและเจ้าหนี้รายย่อยกว่าร้อยรายที่รอความยุติธรรมมานานนับสิบปี

วันนี้ตนจึงได้รวมผู้เสียหายมาเพื่อขอให้กองบังคับการปราบปรามเร่งตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด พร้อมทั้งประสานเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ให้เร่งเพิกถอนหนี้เท็จเหล่านั้น เพื่อนำทรัพย์สินกลับมาเฉลี่ยคืนให้แก่ผู้เสียหายตามสิทธิที่ควรได้รับต่อไป

ป้าถวิล บอกว่า ตนลงทุนเช่าพื้นที่ห้างแห่งนี้เมื่อ ปี 2554 เป็นมือแรก จำนวน 40 ล้านบาท แต่เมื่อโอนเงินให้บริษัทฯ แล้ว 20 ล้าน (จนถึงวันนี้ผ่านมา 10 กว่าปีมูลค่าน่าจะกว่า 40 ล้านบาท )สุดท้ายก็สร้างไม่เสร็จ เข้าทำมาค้าขายไม่ได้ ฟ้องร้องเป็นคดีความจนศาลแพ่งพิพากษาให้พวกเราชนะคดี ยกเลิกการฟื้นฟู และชำระเงินคืนเจ้าหนี้ทุกรายตั้งแต่ ต.ค.68 แต่จนบัดนี้ เจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ก็ยังไม่สามารถยึดทรัพย์มาคืนได้เลย

น.ส.แอน (นามสมมุติ) อายุ 45 ปี เปิดเผยว่า ทางครอบครัวตนได้ใช่เงินเก็บออมทั้งชีวิตรวมทั้งเอาบ้านไปจำนอง จำนวน 35 ล้านบาท มาลงทุนโครงการนี้ สุดท้ายสร้างไม่เสร็จ เงินไม่ได้คืนแม้ศาลจะตัดสินให้เราชนะคดีก็ตาม ทุกวันนี้ยังต้องแบกภาระใช้ดอกเบี้ยทุกเดือน อยากจะให้ตำรวจกองปราบ ลงไปพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ทรัพย์ยึดทรัพย์สินที่ยักย้ายถ่ายโอนกลับมาชดใช้พวกเราด้วย หลังจากนั้น ผู้เสียหายได้เข้าพบและยื่นเอกสารหลักฐานให้ ผกก.1 บก.ป.รับไปดำเนินการตามกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวนครบาล รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...