โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ราชกิจจาฯ ประกาศ เงินกู้กองทุนผู้ใช้แรงงาน ดอกเบี้ยต่ำ

TNews

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

วันที่ 22 เมษายน 2569 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน เรื่อง โครงการเงินกู้เพื่อบรรเทาวิกฤตเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปะทะบริเวณชายแดนของประเทศไทย

โดยที่คณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานมีมติเห็นชอบในการประชุมครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 เห็นชอบให้กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานจัดทำโครงการเงินกู้เพื่อบรรเทาวิกฤตเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปะทะบริเวณชายแดนของประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ใช้แรงงานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจสามารถเข้าถึงการบริการของกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานสำหรับใช้จ่ายในการดำรงชีพ และพัฒนาคุณภาพชีวิตซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากวิกฤตเศรษฐกิจความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และการปะทะบริเวณชายแดนของประเทศไทย

อาศัยอำนาจตามความในข้อ 15 (7) แห่งข้อบังคับคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน พ.ศ. 2560 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยข้อบังคับคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563 ข้อ 19 และข้อ 20 แห่งข้อบังคับคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานว่าด้วยการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน พ.ศ. 2560 คณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

ข้อ 2 ในประกาศนี้

'วิกฤตเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปะทะระหว่างชายแดนของประเทศไทย' หมายความว่า ภาวะความผันผวนของเศรษฐกิจที่เกิดจากความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการปะทะบริเวณชายแดนของประเทศไทยรวมทั้งความขัดแย้งระหว่างประเทศอื่น ๆ ในลักษณะเดียวกัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพทางพลังงานและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการผลิตและการขนส่ง ทำให้ราคาสินค้าและบริการมีความผันผวน (เงินเฟ้อ) และส่งผ่านต้นทุนไปยังประชาชน ส่งผลให้ภาระค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจนกระทบต่อการดำรงชีวิตของผู้ใช้แรงงาน

ข้อ 3 ให้สหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจสามารถยื่นคำขอกู้เงินจากกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานตามโครงการเงินกู้เพื่อบรรเทาวิกฤตเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปะทะบริเวณชายแดนของประเทศไทย เพื่อให้บริการเงินกู้แก่ผู้ใช้แรงงานที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจสูงสุดไม่เกินสหกรณ์ละ 10,000,000 บาท (สิบล้านบาทถ้วน) อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 2.00 ต่อปี ระยะเวลาการส่งชำระคืนสูงสุดไม่เกิน 3 ปี โดยผ่อนส่งเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเงินกู้เป็นงวดรายเดือน

ข้อ 4 โครงการเงินกู้เพื่อบรรเทาวิกฤตเศรษฐกิจจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปะทะบริเวณชายแดนของประเทศไทย มีวงเงินงบประมาณในการดำเนินโครงการ จำนวน 50,000,000 บาท (ห้าสิบล้านบาทถ้วน)

ข้อ 5 สหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการต้องจัดทำคำขอกู้เงินยื่นต่อกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานพร้อมรายละเอียดของโครงการและหลักฐานเอกสารที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์การให้บริการเงินกู้กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน โดยมีคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์ทั้งคณะและผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้จัดการสหกรณ์เป็นผู้ค้ำประกันการกู้เงิน ทั้งนี้ ระยะเวลาในการยื่นคำขอกู้ตามโครงการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 ถึงจนกว่าจะมีสหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจใช้บริการครบตามวงเงินงบประมาณในการดำเนินโครงการหรือจนกว่าคณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานจะมีประกาศยกเลิก

ข้อ 6 สมาชิกกู้ได้สูงสุดไม่เกินรายละ 100,000 บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน) สำหรับนำไปใช้จ่ายในครอบครัว เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากภาระค่าครองชีพและป้องกันปัญหาหนี้นอกระบบให้กับผู้ใช้แรงงานที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและโดยอ้อมจากวิกฤตเศรษฐกิจความขัดแย้งในตะวันออกกลางและการปะทะบริเวณชายแดนของประเทศไทย

ข้อ 7 อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สหกรณ์ออมทรัพย์หรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจที่เข้าร่วมโครงการให้บริการเงินกู้กับสมาชิกตามข้อ 5 จะต้องไม่เกินร้อยละ 5.00 ต่อปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...