โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘สีหศักดิ์’ ขอจีนช่วยเจรจาอิหร่านเปิดทางเรือขนส่งพลังงานของไทยผ่าน ‘ช่องแคบฮอร์มุซ’

เดลินิวส์

อัพเดต 25 เมษายน 2569 เวลา 6.43 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
'ไทย-จีน' ยกระดับหุ้นส่วนเศรษฐกิจใหม่ 'สีหศักดิ์' ขอจีนช่วยเจรจาอิหร่านเปิดทางเรือขนส่งพลังงานของไทยผ่าน 'ช่องแคบฮอร์มุซ' เผยจีนย้ำหนุน 'ไทย-กัมพูชา' เจรจาแก้ปัญหาชายแดน แต่ไม่แทรกแซง

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. เวลา 20.00 น. ที่ โรงแรมดุสิตธานี กระบี่ บีช รีสอร์ท อ.เมืองกระบี่ จ.กระบี่ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ต่างประเทศ แถลงภายหลังการหารืออย่างไม่เป็นทางการกับ นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมือง ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการกลางด้านกิจการต่างประเทศของพรรคคอมมิวนิสต์จีน และรมว.ต่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ว่า ไทยและจีนพยายามมองไปข้างหน้า โดยเราจะทำแผนปฏิบัติการเพื่อเป็นแนวทางสำหรับความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศในอีก 5 ปีข้างหน้า เพื่อครอบคลุมความสัมพันธ์ในทุกมิติ รวมทั้งความร่วมมือในระดับภูมิภาคและในระดับระหว่างประเทศ ส่วนมิติใหม่ๆ ของความสัมพันธ์ จะต้องไปสู่การทำให้ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจเป็นหุ้นส่วนเพื่อการพัฒนาร่วมกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราต้องมองไปสู่อนาคตในเรื่องนวัตกรรม เทคโนโลยีดิจิทัล และเรื่องการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว ซึ่งจีนมีบทบาทสำคัญในเรื่องพลังงานโซลาร์และรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (อีวี) ซึ่งจีนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยมากอยู่แล้ว และยังประสงค์ที่จะลงทุนในประเทศไทยมากขึ้น

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องภูมิภาค จีนมีความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งเสริมเสถียรภาพของภูมิภาค รวมถึงระดับโลกที่เราเป็นห่วง เนื่องจากปัจจุบันระเบียบโลกที่เน้นกติการะหว่างประเทศกำลังถูกบั่นทอน ซึ่งเห็นได้จากสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยทุกประเทศเห็นตรงกันว่าควรมุ่งรักษาระเบียบโลกให้อยู่ในกติกาและกฎหมายระหว่างประเทศในการดำเนินความสัมพันธ์ ไม่ใช่เรื่องการใช้อำนาจเป็นใหญ่ สำหรับกรณีตะวันออกกลาง เรามีความเป็นห่วงและได้มีการพูดคุยกับนายกรัฐมนตรีถึงผลกระทบต่อประเทศไทย และประเทศอื่นๆ ด้วย โดยเฉพาะพลังงาน ที่ขณะนี้เรามีปัญหาเรื่องของเรือที่บรรทุกแก๊ส น้ำมัน และปุ๋ย เช่นเดียวกับจีน ทั้งที่จีนมีจำนวนเรือมากกว่าไทย แต่เขามีการสื่อสารและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอิหร่าน นอกจากนี้ยังประสงค์ที่จะให้สันติภาพเกิดขึ้นโดยเร็ว ดังนั้น นายกรัฐมนตรีของไทยจึงขอให้ฝ่ายจีนช่วยพูดกับอิหร่านด้วยอีกทางหนึ่งในเรื่องพลังงานและการขอให้เรือที่บรรทุกสินค้าของไทยผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เพราะปัจจัยเรื่องน้ำมันแก๊สและปุ๋ยเป็นสิ่งสำคัญในประเทศไทย เพราะเราผลิตและส่งออกอาหาร หากขาดปุ๋ย เราก็จะมีข้อจำกัด

นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ก่อนที่นายหวัง อี้ จะมาเยือนประเทศไทยนั้น ได้เดินทางไปยังกัมพูชาก่อน รมว.ต่างประเทศของจีนจึงอยากเห็นความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาได้รับการฟื้นฟูในฐานะเพื่อนบ้าน ซึ่งเขาเห็นว่าความสัมพันธ์ที่ดีและสันติภาพระหว่างประเทศทั้งสองจะเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อความมั่นคงของภูมิภาค

"เรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีและผมยืนยันว่าประเทศไทยมีนโยบายที่จะอยู่ร่วมกับเพื่อนบ้านด้วยสันติภาพและความมั่นคงร่วมกัน เราไม่ได้ปฏิเสธการเจรจากับกัมพูชา แต่ในการเจรจานั้น เรื่องความจริงใจต่อการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกันต้องมาก่อน ผมเชื่อว่าจะเป็นปัจจัยที่ทำให้เราสามารถเจรจาในเรื่องต่างๆ ได้ เช่น คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (เจบีซี) เป็นต้น แต่ในช่วงนี้การประชุมควรเน้นการเจรจา ขณะเดียวกันเราควรพูดคุยในเรื่องความร่วมมือชายแดน ความมั่นคงพื้นที่ชายแดน การสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจด้วยมาตรการต่างๆ ทุกอย่างจะได้คืบหน้า" นายสีหศักดิ์ กล่าว

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ฝ่ายจีนไม่เห็นด้วยกับการนำประเด็นปัญหาทวิภาคีไปสู่เวทีระหว่างประเทศ โดยจีนเห็นว่าปัญหาทวิภาคีต้องแก้ไขด้วยการเจรจาทวิภาคี เพราะฉะนั้น หากฝ่ายกัมพูชามุ่งแบบนั้นจริงด้วยความจริงใจ ไม่กดดันไทย จะทหให้การเจรจาต่างๆ คืบหน้าอย่างค่อยเป็นค่อยไป

นายสีหศักดิ์ เปิดเผยว่า ตนเพิ่งกลับจากการเยือนเมียนมา ขณะที่นายหวัง อี้ จะเดินทางไปยังเมียนมา ตนจึงได้เล่าให้เขาทราบถึงผลการเยือนของตนเป็นอย่างไร ซึ่งนโยบายของไทยอยากนำเมียนมากลับมาสู่อาเซียน เพราะจะทำให้อาเซียนมีความเข้มแข็ง แต่เมียนมาต้องตอบสนองต่อข้อกังวลของอาเซียนด้วยทั้ง 2 ทาง ซึ่งไทยพร้อมที่จะสร้างสะพานระหว่างเมียนมากับอาเซียน

เมื่อถามว่าฝ่ายจีนมีข้อเสนอที่จะเป็นตัวกลางในการพูดคุยด้วยหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า จีนบอกไม่แทรกแซง และมีความปรารถนาดีหากไทยอยากจะให้ช่วยอำนวยความสะดวกเหมือนที่เคยช่วยเมื่อปีที่แล้ว เขาก็ยินดี แต่ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับทั้งสองประเทศ ซึ่งจีนย้ำว่าเขาไม่ประสงค์ที่จะแทรกแซง แต่อยากจะเห็นทั้งสองประเทศแก้ไขปัญหาด้วยการเจรจาทวิภาคี

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้พูดคุยถึงเรื่องนักท่องเที่ยวชาวจีนที่หดหายไปในหลายจังหวัด ด้วยหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้ตนจึงมาหารือในที่ที่สวยงาม และมีบรรยากาศดี ซึ่งเขาก็แฮปปี้มากที่พาเขามาที่จ.กระบี่ เพราะเขาไม่เคยมาแล้ว แต่เมื่อเขามาแล้วก็ประทับใจ ตนจึงเชื่อว่าเขาคงไปเล่าต่อว่าประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่ง

นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า เราได้หารือถึงเรื่องของสแกมเมอร์ต่อจากที่ได้มีการจัดประชุมระหว่างประเทศตั้งแต่เดือนธ.ค.2568 เพื่อสร้างความเป็นหุ้นส่วนระดับโลกในการต่อต้านขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะออนไลน์ ซึ่งจีนต้องการสร้างเครือข่ายระหว่างประเทศในเรื่องนี้ด้วย ไทยกับจีนจึงเห็นตรงกันและย้ำว่าจะร่วมมือกันที่จะขับเคลื่อนต่อไป

เมื่อถามว่ามีโอกาสในการร่วมมือกันระหว่างจีน ไทย กัมพูชา และเมียนมา ในการแก้ปัญหาสแกมเมอร์หรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับโอกาสในการมีความร่วมมือหลายฝ่าย เช่น ไทย กัมพูชา เมียนมา และจีน ในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ปัจจุบันยังไม่มีกรอบความร่วมมือแบบ 3 หรือ 4 ฝ่ายอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์กับเมียนมามีทั้งประเด็นภายในประเทศ และประเด็นสำคัญเรื่องชายแดน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รอไม่ได้ เราจึงเดินหน้าในเรื่องการปราบปรามอาชญากรรม อาทิ แก๊งสแกมเมอร์ ยาเสพติด ปัญหามลพิษทางอากาศและน้ำ รวมถึงการฟื้นฟูการค้าชายแดน ซึ่งในปัจจุบันจีนมีการหารือกับเมียนมาและกัมพูชา ขณะที่ไทยมีการหารือกับเมียนมา และมีความประสงค์จะร่วมมือกับกัมพูชาในเรื่องเหล่านี้ด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...