โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

รัฐดันลงทุนพลังงานอนาคต รับสงครามยาว-น้ำมันแพง 160 เหรียญ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รัฐบาลประกาศแผน “พลังงานอนาคต” รับมือวิกฤตฐานผลิตน้ำมันใหญ่ของโลกโดนสงครามถล่ม หมดเวลาใช้น้ำมันราคาถูก หนุนเอกชนลงทุนพลังงานสะอาด สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน-อาหาร ยา ช่วยพืชเกษตรได้ 2 เด้ง ส่งสัญญาณให้ประชาชนเตรียมตัวรับแรงกระแทก ราคาสินค้าขึ้นไม่หยุด สภาพัฒน์คาดสงครามอาจยืดเยื้อ 5 เดือน น้ำมันอาจทะลุ 160 เหรียญ/บาร์เรล ย้ำหากปรับตัวไม่ทันเจ๊งทั้งระบบ พาณิชย์-ต่างประเทศ ถกรับมือต้นทุนสินค้านำเข้า-ขาดแคลน รัฐบาลเงินหมดกระเป๋า งบฯ’70 ตึงตัว “โอน-ตัด” กวาดงบฯกลางช่วยด่วน ทันเทศกาลสงกรานต์ ใช้ พ.ร.ก.เต็มที่ ลุ้นปิดห้างก่อนเวลา

คลังหนุนลงทุนพลังงานสะอาด

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ถึงแผนการระยะยาวในการแก้ปัญหาวิกฤตพลังงานไว้ว่า รัฐบาลได้เตรียมแผนการรองรับไว้ 3 มิติ คือ

มิติที่ 1 ด้านความมั่นคง ไม่ใช่แค่ด้านการทหาร แต่รวมถึงความมั่นคงทางอาหารและยารักษาโรคด้วย ไทยจึงต้องเตรียมความพร้อมในส่วนนี้ไว้ ก่อนที่วิกฤตจะลุกลามไปสู่วิกฤตอื่น ๆ

มิติที่ 2 วิกฤตพลังงาน ราคาน้ำมันจะไม่ถูกอีกต่อไปอย่างน้อย 1-2 ปี เพราะสงครามได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานของพลังงานไปมาก ซึ่งธุรกิจไทยต้องเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด และพลังงานทดแทน จากทรัพยากรธรรมชาติ และพืชผลทางการเกษตร รัฐบาลจะส่งเสริมการทำโซลาร์เซลส์และเอทานอล ซึ่งผลิตจากอ้อย ซึ่งสามารถมาผสมกับน้ำมันทำเป็น E20 จากมันสำปะหลัง มีน้ำมันปาล์ม ที่มาผสมดีเซลเป็น B10 B20 ต้องส่งเสริมให้คนไทยมีโอกาสใช้พลังงานสะอาด พลังงานชีวมวล พลังงานทดแทนเหล่านี้จะส่งผลให้เกษตรกรไทยรายได้ดีขึ้น

มิติที่ 3 คือเรื่องของเทคโนโลยี รัฐบาลจะส่งเสริมให้คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้ฟรี ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผู้คนมีผลิตภาพดีขึ้นและสร้างรายได้มากขึ้น เช่น การนำ AI มาวิเคราะห์ต้นทุนลดรายจ่าย

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “รัฐบาลจะต้องมุ่งเน้นการลงทุนใหม่ โดยเน้นลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะพลังงานสะอาด ซึ่งจำเป็นต้องมีการลงทุนร่วมกับภาคเอกชน และเงินลงทุนต่างประเทศร่วมด้วย หากมีข้ออุปสรรคใด ๆ จะต้องมีการปลดล็อกเพื่อให้ดำเนินการได้เร็วขึ้น และจะต้องสร้างเงื่อนไขให้โครงการลงทุนต่าง ๆ มีการทำเทคโนโลยีทรานส์เฟอร์ เชื่อมคนไทยเข้าสู่ทักษะโลกยุคใหม่ ซึ่งจะทำให้คนไทยเก่งขึ้น และมีรายได้ที่ดีขึ้น เรียกว่าโครงการ ‘Skill Bridge’

นายเอกนิติยังได้ย้ำถึงการลงทุนแบบ Direct PPA ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถหารายได้ ผ่านการขายไฟส่วนเกินกลับคืนรัฐได้ รวมถึงการส่งเสริมโครงการลงทุนโซลาร์ลอยน้ำ และโซลาร์ฟาร์มของภาคเอกชน ต้องช่วยประชาชนให้ปรับเปลี่ยนสู่โลกยุคใหม่ที่น้ำมันจะไม่ถูกอีกต่อไป แต่สามารถใช้พลังงานสะอาดจากแสงแดดที่มีอยู่ฟรี ให้สามารถมาลดต้นทุน ลดค่าไฟเขา และสามารถทำให้เขาไปผลิตสินค้า และส่งเสริมให้เกิดสินค้าที่มาจากการผลิตจากพลังงานสะอาดได้มากขึ้น นั่นคือการลงทุนในเรื่องของพลังงานสะอาด

สศช.คาดสงครามยาว 5 เดือน

นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า สภาพัฒน์ได้จัดทำฉากทัศน์ผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลางใหม่ โดยได้เสนอคณะกรรมการ สศช. ตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และได้รายงานนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย รับทราบแล้ว ขณะนี้ต้องถือว่ายังอยู่ในกรอบเวลาไม่เกิน 2 เดือน แต่เชื่อว่าผลกระทบจะไปถึงระดับยืดเยื้อ 3-5 เดือนอย่างแน่นอน

“ดูจากสถานการณ์แล้วคาดการณ์ราคาน้ำมันเฉลี่ยทั้งปีจะขึ้นไป 135-145 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ดังนั้นบางช่วงอาจจะมีราคาขึ้นไปสูงถึง 160 ดอลลาร์”

สินค้าราคาขึ้นไม่ปรับตัวอาจเจ๊ง

นายดนุชาระบุว่า กลุ่มที่รัฐบาลต้องเร่งช่วยเหลือเป็นลำดับแรกคือ กลุ่มเปราะบาง กับภาคขนส่ง เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าขนส่ง ราคาสินค้าจะได้ไม่ปรับขึ้นมาก แต่ราคาสินค้าต้องมีการปรับขึ้นอย่างแน่นอน จะไม่ปรับขึ้นเลยคงเป็นไปไม่ได้ เพราะราคาวัตถุดิบจากต่างประเทศปรับราคาขึ้น ดังนั้นจำเป็นต้องมีการปรับตัว

“รัฐบาลก็ช่วยเต็มที่ แต่คนทั่วไปก็ต้องปรับตัวตั้งแต่ตอนนี้ด้วย คือไม่ได้ต้องการให้ตกใจ แต่ต้องสร้างความตระหนักว่าต้องปรับตัวตั้งแต่ตอนนี้ ถ้าปรับตัวไม่ทันก็มีโอกาสเจ๊งกันหมด” เลขาธิการสภาพัฒน์กล่าว

ถามว่าสำหรับมาตรการดูแลผลกระทบ 7 กลุ่มจะยังเพียงพอหรือไม่นั้น นายดนุชากล่าวว่า ในช่วงสั้น ๆ ก็ยังได้ แต่ก็ต้องดูด้วยว่าช่วงถัดไปที่วัตถุดิบต่าง ๆ อาจจะขาดแคลน จะดึงมาจากไหนมาแทน หรือจะมีมาตรการช่วยเหลืออย่างไร หรือจะมีอะไรมาทดแทน อย่างเช่นกรณีปุ๋ย เป็นต้น

ทั้งนี้ ต้องยอมรับว่าผลกระทบรอบนี้สถานการณ์มีความไม่แน่นอนสูง ไม่เหมือนโควิด ตอนนั้นราคาสินค้าโภคภัณฑ์ น้ำมัน ก็ปรับลงหมด เพราะคนไม่ได้ใช้ ทำให้ไม่เกิดปัญหาเรื่อง Cost push แต่จะเป็นปัญหาเรื่องรายได้อย่างเดียว แต่วันนี้จะมีปัญหาทั้งด้านต้นทุนและรายได้ของคน

“รอบนี้จะไม่เหมือนโควิด ที่เกิดวิกฤตขึ้นแล้วทุกอย่างหยุดหมด แต่รอบนี้ดูจะหนักกว่า เพราะหากสถานการณ์ยังคงยืดเยื้อไปก็จะค่อย ๆ ซึมไป ลึกขึ้น แล้วจะขยายวงไปในปัญหาอื่นที่จะตามมา พวกวัตถุดิบอื่น ๆ โดยเฉพาะตัวที่จะต้องเอามาจากสารประกอบไฮโดรคาร์บอนเหลวชนิดเบาที่ได้จากการกลั่นน้ำมันดิบหรือก๊าซธรรมชาติจะส่งผลต่อราคาน้ำมัน”

ถกเอกชนแก้วัตถุดิบขาดแคลน

สำหรับที่เอกชนมีการประเมินกันว่าเดือน พ.ค.จะขาดแคลนวัตถุดิบค่อนข้างหนัก นายดนุชากล่าวว่า เป็นเรื่องที่คุยกันอยู่ เพื่อพยายามนำวัตถุดิบเข้ามา โดยใช้ทุกกลไกที่มี ซึ่งต้องมีความชัดเจนว่าอะไรจะขาดแคลนบ้าง ทางเอกชนก็ต้องแจ้งมาด้วย ต้องระบุแบบเจาะจงมาเลย

“ต้องชัดเจนว่าอะไรบ้างที่จะขาด แล้วแหล่งอยู่ที่ไหนบ้าง ทางกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศจะได้ไปจัดการ ขณะนี้พาณิชย์กำลังคุยกับเอกชนอยู่ว่าของที่ต้องใช้คืออะไรบ้าง แล้วสต๊อกได้ถึงเมื่อไหร่ แหล่งอยู่ตรงไหนบ้าง ก็ต้องคุยกับกระทรวงการต่างประเทศไปเจรจาดึงเข้ามา”

รับมือพลังงานแพงอีก 2 ปี

กรณีที่มีการประเมินว่าราคาพลังงานแพงไปอีก 2 ปี นายดนุชากล่าวว่า ขึ้นกับหลายปัจจัย เพราะ 1.โครงสร้างพื้นฐานพลังงานที่ถูกทำลายช่วงสงครามต้องใช้เวลาในการฟื้นกลับมาให้ได้กำลังการผลิตเต็มที่ 2.เมื่อเหตุการณ์ยุติ ประเทศต่าง ๆ ก็จะพยายามดึงน้ำมันกลับเข้าประเทศตัวเอง เพื่อเป็นสำรอง ดังนั้นดีมานด์ก็จะเพิ่มขึ้น ส่วนฝั่งซัพพลายก็ยังไม่สามารถปรับเพิ่มได้ ทำให้ราคาน้ำมันก็จะยังสูงอยู่

“โอน-ตัด-โยก” งบฯ ปี’69-70

ส่วนเรื่องเงินที่จะใช้ดูแลผลกระทบ เลขาธิการ สศช.กล่าวว่า ต้องนำเงินงบประมาณที่มีอยู่มาใช้ให้ได้ทั้งหมดก่อน ทั้งในงบประมาณปี 2569 ที่ยังไม่ได้เบิกจ่าย หรือเบิกล่าช้า ที่ต้องโอน และงบประมาณปี 2570 ไม่ว่าจะเงินจากกองทุน หรืออื่น ๆ ส่วนไหนตัดได้ก็ต้องตัด

“งบฯ ปี ‘70 ก็จะค่อนข้างตึงเลย คงไม่ถึงกับต้องรื้อใหม่ แต่อาจจะต้องมีการปรับลดบางส่วน ซึ่งก็มีแนวทางอยู่ กำลังคุยกันอยู่ แต่จะออกมาแบบไหนก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์”

ครม.เร่งลดภาระค่าเดินทาง

นายดนุชากล่าวว่า สำหรับการดูแลกลุ่มเปราะบาง ที่จะมีการโอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการ เมื่อผ่าน ครม. แล้วก็จะโอนเข้าบัตรทันที เพื่อให้ทันลดภาระประชาชนช่วงสงกรานต์

ขณะที่แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ล่าสุดนายเอกนิติได้หารือกับนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน หลังจากที่นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกกระทรวงเตรียมมาตรการช่วยเหลือประชาชนโดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้เตรียมมาตรการลดภาระค่าเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะการเดินทางด้วยรถ บขส. รวมถึงการตรึงราคาระบบขนส่งสาธารณะโดยใช้งบฯ กลางอุดหนุนมาตรการทั้งหมด

อัดเงินช่วย 7 กลุ่ม

ก่อนหน้านี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุม ครม. วันเสาร์ที่ 11 เม.ย. 69 จะมีการขออนุมัติงบประมาณสำหรับดำเนินมาตรการดูแลผลกระทบจากราคาน้ำมันเฉพาะกลุ่ม 7 มาตรการ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการช่วยเหลือด้านภาคขนส่ง การเติมเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และอื่น ๆ ที่จะดำเนินการเร่งด่วนเป็นเวลา 1 เดือน

“บัตรสวัสดิการ ใช้เงิน 1,300 กว่าล้านบาท ด้านภาคขนส่ง 1,600 กว่าล้านบาท ซึ่งจะใช้เร่งด่วนในระยะ 30 วันก่อน โดยใช้งบฯ กลาง ส่วนมาตรการที่เป็นแพ็กใหญ่กว่านี้จะตามมาหลังรัฐบาลแถลงนโยบายแล้ว”

ทั้งนี้ เมื่อได้รับอนุมัติงบประมาณแล้วคาดว่าจะโอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการเพิ่มคนละ 100 บาทได้ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป คือพยายามจะทำให้ทันช่วงเทศกาลสงกรานต์

นายกฯใช้อำนาจแก้วิกฤต

สำหรับการแก้ปัญหาน้ำมันขาดแคลนโดยใช้กฎหมายนั้น รัฐบาลมีการใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 เพื่อควบคุมการใช้พลังงาน โดยเฉพาะน้ำมัน และรัฐบาลมีแผนที่จะใช้ปิดสถานบริการน้ำมัน ตั้งแต่เวลา 22.00-05.00 น. รวมถึงอาจกำหนดเวลาปิดห้างสรรพสินค้า หลังวันที่ 20 เมษายน69

จนทำให้พรรคฝ่ายค้านทักท้วงว่าอาจจะเป็นการใช้อำนาจเกินกฎหมาย สุ่มเสี่ยงต่อการขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ รวมถึงอาจมีเอกชนใช้เป็นช่องทางฟ้องร้องทางกฎหมายนั้น

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านกฎหมาย ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงอำนาจในการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉบับดังกล่าว ว่า รัฐบาลสามารถใช้อำนาจตามที่ พ.ร.ก.บัญญัติไว้ในมาตรา 3 ทั้งหมด โดยให้อำนาจนายกฯ ออกคำสั่งเพื่อประโยชน์ในการแก้ไขและป้องกันการขาดแคลนน้ำมัน 4 ข้อ

1.การจำหน่าย การขนส่ง การมีไว้ในครอบครอง การสำรองและการส่งออกนอกราชอาณาจักรและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิด

เคาะเวลาปิดห้าง-โรงหนัง

2. การผลิตหรือการจำหน่ายพลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานอื่น 3.การใช้น้ำมันเชื้อเพลิง พลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานอื่น หรือการดำเนินกิจการที่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิง พลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานอื่น

เช่นกำหนดวันเวลาและเงื่อนไขการดำเนินกิจการโรงงาน กำหนดวันเวลาในการเปิดและปิดและเงื่อนไขในการดำเนินกิจการของโรงมหรสพ โรงภาพยนตร์ สถานบริการ ภัตตาคาร หรือสถานบันเทิงอื่น ๆกำหนดวันเวลาและเงื่อนไขในการใช้ยานพาหนะ

ไม่ว่าจะเป็นยานพาหนะที่ใช้ในกิจการสาธารณะหรือยานพาหนะส่วนบุคคลการใช้พลังงานไฟฟ้าในอาคาร ในการโฆษณาและในสถานที่อื่น ๆ และ 4.การปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงทุกชนิด

เน้นขอความร่วมมือเอกชน

นายปกรณ์กล่าวว่า การใช้อำนาจของรัฐบาลผ่าน พ.ร.ก.ยังไม่เกินกฎหมาย ให้อำนาจ และมาตรการที่ออกไปใช้กับหน่วยงานของรัฐก่อน เพราะหน่วยงานของรัฐอยู่ในบังคับบัญชาของรัฐบาลอยู่แล้ว ส่วนภาคเอกชนตอนนี้รัฐบาลแค่ขอความร่วมมือก่อน ยังไม่ออกมาตรการบังคับ ทุกเรื่องยังเป็นปกติอยู่ เป็นไปตามกลไกตลาด แต่ถ้าน้ำมันหาได้น้อยจริง ๆ ก็คงต้องใช้มาตรการตามกฎหมาย

“ยืนยันว่าไม่ได้ขัดรัฐธรรมนูญ และไม่ได้ใช้อำนาจเกินกฎหมาย เพราะจำกัดสิทธิเท่าที่จำเป็น อีกทั้งสถานการณ์ขณะนี้รับรู้ไปทั่วโลก ทุกประเทศก็ได้รับผลจากสถานการณ์ เราจะไปสวนกระแสอยู่ก็คงไม่ได้ รัฐบาลก็ไม่ได้มีสตางค์มากมายที่จะไปอุ้มราคาน้ำมัน” นายปกรณ์กล่าว

เปิด-ปิดห้าง ลุ้นหลัง 20 เม.ย.

รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นายกฯ จะออกมาตรการโดยใช้ พ.ร.ก.แก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 เช่น มาตรการที่ปิดปั๊มน้ำมัน เวลา 22.00-05.00 น. ในระยะต่อไปจะมีกำหนดเวลาเปิด-ปิด ห้างสรรพสินค้าหรือไม่ คงต้องดูสถานการณ์ประกอบกัน หลังจากวันที่ 20 เมษายน เพราะตอนนี้ยังต้องประเมินสถานการณ์ตลอดเวลาไม่ใช่เวลาปกติเหมือนเมื่อก่อน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รัฐดันลงทุนพลังงานอนาคต รับสงครามยาว-น้ำมันแพง 160 เหรียญ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...