โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

วิกฤตน้ำมันดันโลกเร่งพลังงานสะอาด “จีน” กวาดดีมานด์โซลาร์-EV พุ่ง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

สงครามอิหร่าน-สหรัฐอเมริกา หนุนหลายประเทศหันพึ่งพลังงานหมุนเวียน ส่งผลให้การส่งออกโซลาร์ แบตเตอรี่ และรถยนต์ไฟฟ้าของ "จีน" ทำสถิติสูงสุด

วันที่ 27 เมษายน 2569 เวลา 07.10 น. สำนักข่าว CNN รายงานว่า สงครามในอิหร่านกำลังสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ต่อระบบพลังงานโลก โดยประเทศที่พึ่งพาน้ำมันจำนวนมากต้องเร่งหาแหล่งพลังงานทดแทน ขณะที่สายตาทั่วโลกเริ่มหันไปยังจีน ซึ่งกลายเป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีพลังงานสะอาด

ข้อมูลจาก Ember ระบุว่า การส่งออกเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ แบตเตอรี่ และรถยนต์ไฟฟ้าของจีนพุ่งทำสถิติสูงสุดในเดือนมีนาคม สะท้อนว่าช็อกด้านอุปทานน้ำมันกำลังเร่งให้ทั่วโลกเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเร็วขึ้น

หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ กองทัพอิหร่านได้ปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 20% ของโลก ส่งผลให้ตลาดพลังงานผันผวนอย่างหนัก และราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง

ประเทศในเอเชียที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากตะวันออกกลางเริ่มใช้มาตรการรับมือ เช่น การประหยัดพลังงาน ลดชั่วโมงทำงาน และเร่งลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ซึ่งยิ่งทำให้จีนได้ประโยชน์ในฐานะผู้ผลิตรายใหญ่ของโลก ทั้งในด้านรถยนต์ไฟฟ้า กังหันลม และแผงโซลาร์เซลล์

รายงานระบุว่า จีนส่งออกเทคโนโลยีโซลาร์ถึง 68 กิกะวัตต์ในเดือนมีนาคม เพิ่มขึ้นกว่า 50% จากสถิติเดิม และมีถึง 50 ประเทศที่นำเข้าโซลาร์จากจีนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะประเทศในเอเชียและแอฟริกาที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานอย่างหนัก

นักวิเคราะห์ของ Ember อย่าง Euan Graham ระบุว่า วิกฤตเชื้อเพลิงฟอสซิลกำลังเร่งการเติบโตของพลังงานแสงอาทิตย์ และในปัจจุบันพลังงานสะอาดได้กลายเป็นเครื่องยนต์ใหม่ของเศรษฐกิจโลกไปแล้ว

นอกจากนี้การส่งออกกลุ่มสามใหม่ของจีน ได้แก่ โซลาร์ แบตเตอรี่ และรถยนต์ไฟฟ้า เพิ่มขึ้นถึง 70% เมื่อเทียบรายปี โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่มีมูลค่าส่งออกแตะ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนเดียว และเติบโตอย่างโดดเด่นใน สหภาพยุโรป ออสเตรเลีย และอินเดีย

ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นปัจจัยกดดัน ทำให้หลายประเทศเร่งสร้างความมั่นคงด้านพลังงานผ่านการลงทุนในพลังงานสะอาด โดย Ed Miliband รัฐมนตรีพลังงานของ สหราชอาณาจักร ระบุว่า โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ความมั่นคงด้านพลังงานฟอสซิลสิ้นสุดลงและต้องเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด

ในฝั่งจีน การลงทุนของภาครัฐในอุตสาหกรรมพลังงานสีเขียวช่วยเพิ่มความสามารถในการพึ่งพาตนเองด้านพลังงาน และยังเพิ่มอิทธิพลทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ผ่านการส่งออกเทคโนโลยี ตัวอย่างเช่น ปากีสถาน ที่ลดผลกระทบจากวิกฤตพลังงานได้บางส่วน หลังหันมาใช้โซลาร์จากจีนแทนน้ำมันนำเข้า

นอกจากนี้การใช้รถยนต์ไฟฟ้าทั่วโลกช่วยลดการใช้น้ำมันลงราว 1.7 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีที่ผ่านมา และยอดส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าของจีนยังพุ่งขึ้นถึง 140% ในเดือนมีนาคม สะท้อนแนวโน้มการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน

แม้การเพิ่มขึ้นของยอดส่งออกบางส่วนอาจเกิดจากการเร่งกักตุนก่อนยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษี แต่ ผู้เชี่ยวชาญอย่าง Lauri Myllyvirta มองว่า วิกฤตในตะวันออกกลางได้ตอกย้ำความจำเป็นในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานทางเลือกในระยะยาว โดยต้นทุนพลังงานสะอาดที่ลดลงและราคาน้ำมันที่ผันผวนสูง ทำให้โซลาร์กลายเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับหลายประเทศทั่วโลก

อ้างอิง : edition.cnn.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...