โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เกาหลีใต้สอบสวนการกักตุน “เข็มฉีดยา” หลังสงครามกระทบผู้ผลิตพลาสติก

เดลินิวส์

อัพเดต 28 เม.ย. เวลา 16.02 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. เวลา 08.40 น. • เดลินิวส์
ตำรวจเกาหลีใต้ดำเนินการสอบสวนบริษัทหลายแห่งที่ต้องสงสัยว่า “กักตุนกระบอกฉีดยาและเข็มฉีดยา” เนื่องจากสงครามในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่ออุปทานของส่วนประกอบที่จำเป็นสำหรับการผลิตสินค้าพลาสติกหลายชนิด

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 28 เม.ย. ว่า การโจมตีของสหรัฐและอิสราเอลต่ออิหร่าน และการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลกระทบต่อการจัดส่ง “แนฟทา” (Naphtha) ซึ่งเป็นสารองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับการผลิตส่วนประกอบสำคัญในอุปกรณ์ทางการแพทย์หลายชนิด

การชะงักงันดังกล่าวส่งผลกระทบเป็นพิเศษต่อภาคส่วนปิโตรเคมีในเอเชีย และบังคับให้รัฐบาลในหลายประเทศดำเนินการตอบสนอง โดยเกาหลีใต้ออกคำสั่งห้ามกักตุนกระบอกฉีดยาและเข็มฉีดยา เพื่อป้องกันการขาดแคลน

สำนักงานตำรวจนครบาลกรุงโซล ระบุว่า หน่วยงานเริ่มการสอบสวนในทันที กับผู้จัดจำหน่ายอุปกรณ์ทางการแพทย์ 4 ราย ซึ่งต้องสงสัยว่าละเมิดคำสั่งห้ามของรัฐบาล หลังมีการร้องเรียนจากกระทรวงความปลอดภัยอาหารและยาของเกาหลีใต้ พร้อมกับเสริมว่า ทางสำนักงานจะเพิ่มการตรวจสอบในห่วงโซ่อุปทาน เพื่อปราบปรามพฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย

ภายใต้คำสั่งห้ามดังกล่าว บริษัทต่าง ๆ ต้องไม่เก็บกระบอกฉีดยาและเข็มฉีดยาเกิน 150% ของปริมาณการขายเฉลี่ยต่อเดือนในปีที่แล้ว เป็นเวลานานกว่า 5 วัน หรือปฏิเสธการขายโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

อย่างไรก็ตาม กระทรวงระบุว่า บริษัทบางแห่งดูเหมือนจะฉวยโอกาสจากปัญหาด้านอุปทาน โดยกักตุนกระบอกฉีดยาและขายในราคาที่สูงขึ้น ซึ่งผู้จัดจำหน่ายรายหนึ่งเก็บสินค้าส่วนเกินไว้ประมาณ 130,000 ชิ้น เป็นเวลานานกว่า 5 วัน.

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...