โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“สหรัฐ” ดึงค่ายรถร่วมผลิตอาวุธ รับศึกหลายแนวรบ เร่งเสริมกำลังอุตสาหกรรมกลาโหม

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 เม.ย. เวลา 12.54 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. เวลา 05.54 น.

"สหรัฐ" ดึงค่ายรถร่วมผลิตอาวุธ เพื่อประเมินความสามารถปรับสายการผลิตสู่ยุทโธปกรณ์ หลังคลังอาวุธถูกใช้หนักจากสงครามยูเครน ตะวันออกกลาง และอิหร่าน

วันที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 07.01 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านกลาโหมของสหรัฐได้หารือกับผู้บริหารบริษัทเอกชนรายใหญ่ เช่น General Motors และ Ford Motor เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการผลิตอาวุธและยุทโธปกรณ์ทางทหาร ตามรายงานของ Wall Street Journal ที่อ้างแหล่งข่าวใกล้ชิดกับการเจรจา

การหารือดังกล่าวซึ่งเริ่มขึ้นก่อนเกิดสงครามในอิหร่าน มีขอบเขตกว้างและยังอยู่ในขั้นต้น โดยสะท้อนความต้องการของรัฐบาลภายใต้โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการให้ผู้ผลิตยานยนต์และภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการผลิตอาวุธ

เจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมระบุว่า ผู้ผลิตในภาคอุตสาหกรรมทั่วไปอาจมีบทบาทสำคัญในการเสริมกำลังให้กับผู้รับเหมาด้านกลาโหมดั้งเดิม โดยได้สอบถามถึงความสามารถในการปรับสายการผลิตไปสู่งานด้านทหารอย่างรวดเร็ว

นอกจากค่ายรถยนต์แล้วยังมีบริษัทอย่าง GE Aerospace และ Oshkosh เข้าร่วมการหารือครั้งนี้ด้วย โดยแรงผลักดันสำคัญมาจากสถานการณ์สงครามหลายด้าน ทั้งยูเครน ตะวันออกกลาง และอิหร่าน ที่ทำให้สหรัฐฯ ต้องใช้คลังอาวุธจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นกระสุน ปืนใหญ่ หรือขีปนาวุธต่อต้านรถถัง

กระทรวงกลาโหมสหรัฐระบุว่า กำลังเร่งขยายขีดความสามารถของอุตสาหกรรมกลาโหม โดยใช้เทคโนโลยีและโซลูชันจากภาคเอกชน เพื่อให้กองทัพยังคงมีความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์

ทั้งนี้ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ขอเพิ่มงบประมาณกลาโหมอีก 5 แสนล้านดอลลาร์ ดันงบรวมแตะระดับ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ท่ามกลางความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...