โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

บุกกระทรวงชง 8 ข้อรื้อพลังงาน ‘เอกนัฏ’ ลั่นมีอยู่ในใจแล้ว อยู่ข้างประชาชนทุกวันเวลา

เดลินิวส์

อัพเดต 16 เม.ย. เวลา 12.05 น. • เผยแพร่ 16 เม.ย. เวลา 04.50 น. • เดลินิวส์
กลุ่มเครือข่ายปฏิรูปพลังงานบุกกระทรวงพลังงาน ชง 8 ข้อ รื้อโครงสร้างพลังงาน ลดราคาน้ำมันแก้วิกฤติพลังงานให้ประชาชน-ส่งเสริมผลิตไฟใช้เองหักลบค่าไฟได้ ยกเลิกโรงกลั่นบวกสารพัดค่า ให้คนไทยใช้ก๊าซแอลพีจีในราคาอ่าวไทย ห้ามกู้ 1.5 แสนล้าน ขอฝากรัฐมนตรีคนรุ่นใหม่ ด้าน “เอกนัฏ” ลงมารับหนังสือด้วยตัวเอง ย้ำหลายข้อเสนออยู่ในใจอยู่แล้ว พลิกวิกฤติเป็นโอกาส คืนความเป็นธรรมให้ประชาชน พร้อมชนนายทุน ทุกวัน ทุกเวลา ยืนข้างประชาชน

เมื่อวันที่ 16 เม.ย.69 ที่กระทรวงพลังงาน เครือข่ายภาคประชาชน เช่น กลุ่มเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) สภาองค์กรของผู้บริโภค กลุ่มผีเสื้อกระพือปีก มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ได้ยื่นข้อเสนอแก้ปัญหาวิกฤติพลังงาน และส่งเสริมแนวทางพลังงานที่เปิดให้ประชาชน พึ่งพาตนเองได้ โดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ได้ลงมารับหนังสือข้อเรียกร้องด้วยตัวเอง ซึ่งทางกลุ่มได้ยื่นข้อเสนอเรียกร้องให้ปรับโครงสร้างราคาพลังงานและลดราคาน้ำมันที่เป็นธรรม มีข้อเสนอ 8 ข้อ

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน กล่าวภายหลังรับหนังสือว่าว่า หลายเรื่องที่เสนอมานั้นอยู่ในใจอยู่แล้ว และหวังว่า ทุกเรื่องจะไม่จบที่วันนี้ แต่ขอเชิญตัวแทนที่เป็นแกนนำทุกท่านมาทำงานร่วมกัน เพื่อติดตามว่าในที่สุดข้อเสนอที่ทุกท่านเสนอมาเราได้นำไปปรับปรุงแก้ไขหรือไม่

ผมยืนยันชัดเจนครับว่าเรื่องกลไกการทำงานของกองทุนน้ำมัน ต้องมีการผ่าตัด ผมไม่เห็นด้วยเลยที่จะมีองค์กรไหนที่มีอำนาจมากมายขนาดนี้ โดยทำได้ในฐานะประธานกองทุนฯ จะเห็นได้ว่าขณะนี้สถานะได้กลับเข้ามาสู่เริ่มจะปกติ จากเดิมที่ติดลบวันละกว่า 2,000 ล้านบาท ตอนนี้กลับมาเกือบจะศูนย์แล้ว

ส่วนเรื่องของกลไลการทำงาน ผมคิดว่าเราต้องพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาส และต้องปรับกลไก ต่อไปจะทำให้ราคาที่ประชาชนต้องรับไปเป็นธรรมมากที่สุด ไม่มีการไปให้กำไรกับกลุ่มผู้ประกอบการหรือนายทุนไหน โดยเฉพาะช่วงวิกฤติแบบนี้ และยืนยันว่า ผมเลือกที่จะยืนข้างประชาชนแน่นอน 100% ทุกวัน ทุกเวลา และไม่กลัวด้วย ไม่เกรงใจด้วย ถ้าจะต้องสู้กับใคร ต้องชนกับใคร ก็ใช้ผมให้เป็นประโยชน์ได้เลย

"กระทรวงพลังงานเป็นของประชาชน เพราะฉะนั้น ขอให้ทุกท่านสบายใจ และรู้สึกว่าที่แห่งนี้ กระทรวงแห่งนี้ เป็นที่ของทุกท่าน"

สำหรับข้อเสนอที่เครือข่ายยื่นทั้ง 8 ข้อมีดังนี้

1.โครงสร้างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ใช้โครงสร้างราคาน้ำมันอิงราคาสิงคโปร์บวกค่าใช้จ่ายที่สมมุติว่านำเข้าจากสิงคโปร์เป็นเกณฑ์กำหนดราคาเนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่นซึ่งไม่เป็นความจริงและไม่เป็นธรรมนั้น ขอเสนอให้ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เช่น ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย ค่าสูญเสียระหว่างทางจากสิงคโปร์มาไทย ค่าปรับปรุงคุณภาพน้ำมันระหว่างสิงคโปร์และโรงกลั่นไทยรวมทั้งค่าสำรองน้ำมันเพื่อความมั่นคง ที่รวมเรียกว่าค่าพรีเมียม เพื่อป้องกันลาภลอยจากสถานการณ์ด้านราคาของสิงคโปร์ โดยกำหนดเพดานค่าการกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิงไม่เกิน 2.50 บาทต่อลิตร และให้กำกับค่าการตลาดตามที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เคยมีมติกำหนดไว้น้ำมันดีเซล มีค่าการตลาดไม่เกินลิตรละ 1.50 บาท น้ำมันเบนซิน-แก๊สโซฮอล์ มีค่าการตลาดไม่เกิน 1.85 บาทต่อลิตร

2.ห้ามใช้เอทานอลและไบโอดีเซล ผสมน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล ยกเว้นมีราคาต่ำกว่า 10% เพื่อไม่เป็นการก่อภาระต่อการชดเชยของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

3.ยกเลิกการให้ภาคครัวเรือนใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือแอลพีจี ในราคานำเข้าจากซาอุดีอาระเบียบวกค่าใช้จ่ายในการนำเข้า โดยให้ภาคครัวเรือนได้ใช้ก๊าซแอลพีจี จากโรงแยกก๊าซในประเทศก่อนด้วยราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม ซึ่งในปัจจุบัน โรงแยกก๊าซ ซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยผลิตก๊าซปิโตรเลียมเหลว ได้ปีละ 3.7 ล้านตัน ครัวเรือนใช้อยู่ 2.1 ล้านตัน เห็นควรให้ประชาชนได้ใช้ทรัพยากรในประเทศในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม นอกจากนี้ต้องกำหนดให้ก๊าซหุงต้มสำหรับครัวเรือนเป็นสินค้าควบคุมราคาตามบทบัญญัติสินค้า

4.ราคาค่าการกลั่น อ้างอิงราคาสิงคโปร์ที่ปัจจุบันสูงมากผิดปกติ ทำให้เกิดผลประโยชน์เป็นลาภลอยแก่โรงกลั่น จึงควรนำค่าการกลั่นที่เป็นจริงและเป็นธรรมแก่ประชาชน ไม่เกิน 2.50 บาทต่อลิตร ส่วนเกินจากนั้นควรนำมาลดราคาเนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่น และให้เรียกคืนชดเชยที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ชดเชยส่วนที่เป็นลาภลอยที่เกินจาก 2.50 บาทต่อลิตร คืนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

5.ขอให้ตรวจสอบเอกสารย้อนหลัง เพราะไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบเช็กสต๊อกเก่าก่อนมีการขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้เกิดส่วนต่างที่เป็นลาภลอยจากการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงเก่าที่ผู้ค้าน้ำมันได้กักตุนน้ำมันสต๊อกเก่าที่ได้รับการชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้ว ก่อนนำมาขายในราคาใหม่ จึงขอให้เรียกคืนส่วนเกินนั้นกลับคืนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

6.ออกพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ให้คณะกรรมการกองทุนน้ำมันมีอำนาจที่ชัดเจนในการเรียกคืนเงินชดเชยที่จ่ายให้เนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่นที่มีลาภลอยจากค่าการกลั่นสูงเกิน 2.50 บาทต่อลิตร เข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

7.รัฐบาลไม่มีความจำเป็นต้องกู้เงิน 150,000 ล้านบาท ให้แก่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะหากรัฐบาลได้ใช้อำนาจตามกฎหมายตามข้อเสนอแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกู้เงินอีกต่อไป เพราะการกู้เงินของรัฐบาลต้องตกเป็นหนี้ภาระของประชาชนผู้ใช้น้ำมันต้องชำระเงินคืนเงินกู้ในท้ายที่สุดอยู่ดี

8.ส่งเสริมการพึ่งพาตนเองของประชาชน ด้วยการให้ประชาชนสามารถติดตั้งโซลาร์บนหลังคาได้โดยสะดวก โดยให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) มีมติให้ใช้ระบบหักลบกลบหน่วยราคาค่าไฟฟ้า หรือเน็ท มิเตอร์ริ่ง และมีนโยบายให้การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รับซื้อไฟฟ้าจากหลังคาประชาชนด้วยระบบเน็ท มิเตอร์ริ่ง

“เรามาด้วยความหวัง เอาความหวังว่าคนรุ่นใหม่ เรามาที่นี่หลายครั้งแล้ว แล้วเราก็ไม่เคยได้รับข้อความที่สำเร็จรูป เราหวังว่าคนรุ่นใหม่จะสร้างความเป็นธรรมให้กับพลังงานไทยได้ อย่างที่พวกเราคาดหวัง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...