โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วาลุกเจดีย์วันสงกรานต์ ประเพณีไทย ก่อเจดีย์ทรายถวายเป็นพุทธบูชา

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 15 เม.ย. เวลา 15.09 น. • เผยแพร่ 15 เม.ย. เวลา 15.09 น.
ราษฎรเข้าวัดทำบุญ สรงน้ำพระ และก่อพระเจดีย์ทรายในวันสงกรานต์ จิตรกรรมฝาผนังภายในพระวิหารหลวง วัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมาราม

วาลุกเจดีย์วันสงกรานต์ ประเพณีไทย ก่อเจดีย์ทรายถวายเป็นพุทธบูชา

คำว่า วาลุกเจดีย์ มาจากภาษาบาลี หมายถึง เจดีย์ทราย เป็นการพูนทรายให้เป็นกองก่อเป็นรูปทรงเจดีย์เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาในอดีตมักทำเป็นกองข้าวเปลือก และเจดีย์ทรงโอคว่ำ ต่อมา จึงเริ่มมีรูปแบบใหม่ ๆ เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

การก่อเจดีย์ทรายมีต้นกำเนิดมาจากประเทศที่นับถือพุทธศาสนาลังกาวงศ์ เชื่อว่า คติดังกล่าวนี้มาจากคัมภีร์มาลัยสูตรที่แต่งขึ้นในศรีลังกา ก่อนจะเผยแพร่ผ่านพม่าเข้าสู่ล้านนา ล้านช้าง สุโขทัย และอยุธยา

พบเห็นได้ชัดเจนในสมัยอยุธยาที่ประยุกต์และผสมผสานความเป็นศาสนาพุทธเข้ากับศาสนาพราหมณ์-ฮินดู โดยถือคติที่ว่า เข้าวัด ทำบุญ ก่อเจดีย์ทราย ต่อมา การก่อเจดีย์ทรายก็แพร่หลายและเป็นที่นิยมไปทั่วทุกภูมิภาค

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จึงมักขนทรายเข้าวัดเพื่อก่อเจดีย์ทราย การถวายทรายให้วัดไปสร้างศาสนสถาน จึงเป็นกุศโลบาย และความเชื่อเรื่องการใช้ทรายชำระหนี้สงฆ์ และยังเป็นการปลูกฝังคตินิยมแบบชาวพุทธเรื่องการสร้างความสามัคคีอีกด้วย

ประเพณีสงกรานต์ในภาคกลางมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่หลากหลาย เช่น การละเล่นพื้นบ้าน การประกวดนางสงกรานต์ และการก่อเจดีย์ทราย อาจเริ่มก่อวันแรกหรือวันอื่นในช่วงเทศกาล กิจกรรมเหล่านี้เป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบเนื่องมากอย่างยาวนานในหลายจังหวัด เช่น สมุทรสงคราม มีการจัดงานสงกรานต์ที่วัดปากสมุทรเป็นประจำทุกปี

ในภาคอื่น ๆ ของไทยก็มีความโดดเด่นในการจัดเทศกาลสงกรานต์ที่ต่างกันไป เช่น ภาคใต้ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นเกี่ยวกับความเชื่อว่า สงกรานต์เป็นช่วงเวลาผลัดเปลี่ยนเทวดาผู้รักษาดวงเมือง

ในวันที่ 13 เมษายนเป็น “วันส่งเจ้าเมืองเก่า” วันที่ 14 เมษายนเป็น “วันว่าง” หมายถึง วันที่เมืองว่างจากการคุ้มครองของเทวดา เป็นวันที่ชาวพุทธมาทำบุญ ตักบาตร สรงน้ำพระ และวันที่ 15 เมษายนเป็น “วันรับเจ้าเมืองใหม่” โดยกิจกรรมก่อเจดีย์ทรายของภาคใต้จะจุดเปรียงหรือตะเกียงเปลือกหอยเรียกว่า “จุดเปรียงก่อเจดีย์”

แม้ว่าในปัจจุบันจะพบเห็นการก่อเจดีย์ทรายในวันสงกรานต์น้อยลง แต่สามารถพบเห็นได้จากงานประกวดการก่อเจดีย์ทรายในเชิงอนุรักษ์ เช่น ในกรุงเทพฯ ที่วัดพระเชตุพนฯ (วัดโพธิ์) และงานวันไหลบางแสน เป็นต้น ที่หาอุปกรณ์มาตกแต่งให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ และสะท้อนถึงภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่น เพื่อให้รูปแบบเจดีย์มีความหลากหลายสวยงามมากขึ้น

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

เทพพร มังธานี, มนตรี วิวาห์สุข, บุญรอด บุญเกิด, และ ปัทวี สัตยวงศ์ทิพย์. “ประเพณีก่อเจดีย์ทราย: ความเป็นมาและคติการสร้างสรรค์ในเทศกาลสงกรานต์ไทย”. ในรายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติ ครั้งที่ 4 พ.ศ. “พุทธศาสนาและปรัชญา แนวคิด มุมมอง สู่สันติภาพ 2565”, 324-336. นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหามงกุฎราชวิทยาลัย, 2565.

ประเพณีก่อพระทราย: กระบวนการสร้างพื้นที่ทางวัฒนธรรมในเทศกาลวันไหลบางแสนในวารสารวิชาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 49-63. ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา, 2566.

สุนทร คำยอด. “ก่อกองทราย: วัฒนธรรมร่วมล้านนา-อาเซียน.” ในวารสารแม่โจ้ปริทัศน์: มีนาคม-เมษายน 2555, 16-20. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยแม่โจ้, 2555.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 เมษายน 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วาลุกเจดีย์วันสงกรานต์ ประเพณีไทย ก่อเจดีย์ทรายถวายเป็นพุทธบูชา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...