ตร.สั่งตำรวจ 7 นาย ออกจากราชการไว้ก่อน พบความผิดปมผู้ต้องกักจีน
วันนี้ (22 เม.ย.2569) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า การสอบสวนคดีกรรโชกทรัพย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีของ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม และการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องห้องกัก สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สวนพลู เป็นคนละส่วนกัน ซึ่งการสอบสวนประเด็นห้องกักนั้น ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบ หากพบผู้เกี่ยวข้องกระทำความผิดทั้งทางวินัยและอาญา จะดำเนินการอย่างเด็ดขาด
เบื้องต้นมีคำสั่งให้ตำรวจ 7 นาย สังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล ออกจากราชการไว้ก่อน เนื่องจากพบพฤติกรรมกระทำความผิดทางวินัยและอาญา ส่วนอีก 4 นาย สังกัดกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2, 3, 4 และภาค 7 พบพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายความผิดทางวินัย รวมถึงจะตรวจสอบว่า มีพฤติกรรมเข้าข่ายกระทำความผิดทางอาญาด้วยหรือไม่
ส่วนตำรวจที่เหลือ ซึ่งมีรายชื่อถูกกรรโชกทรัพย์ เป็นนายตำรวจสังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และเกี่ยวข้องกับกรณีผู้ต้องกัก ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองรับตัวไป แต่ไม่ส่งตัวกลับมา ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบภาพรวม เพราะกรณีลักษณะนี้เคยพบในหลายกองบัญชาการว่า เป็นความผิดพลาด คลาดเคลื่อน ของระบบการจัดเก็บข้อมูลของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ที่ภายหลังพบว่า มีการส่งตัวผู้ต้องกักกลับมาแล้ว และมีพยานหลักฐานยืนยัน หรือบางกรณีผู้ต้องกักอยู่ระหว่างถูกควบคุมของเรือนจำเพราะถูกดำเนินคดี แต่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไม่ได้รับรายชื่อ จึงสรุปยอดว่า บุคคลดังกล่าวเป็นผู้ที่ยังไม่ถูกส่งตัวกลับ
กรณีนี้ ตำรวจดำเนินการตรวจสอบตั้งแต่ได้รับแจ้งเรื่องจากตำรวจกองการต่างประเทศว่า สถานทูตจีนได้ติดตามหาตัวผู้ต้องหา 2 คน ซึ่งในขณะนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลตรวจสอบข้อเท็จจริง และในช่วงเดือน ก.พ.2569 ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอีกครั้งในทุกหน่วยงาน
อ่านข่าว :
ตร.จ่อฟัน "พ.ต.อ." ออกจากราชการไว้ก่อน ปมเอี่ยวกรรโชกทรัพย์ 2.5 ล้าน
ตร.สอบปากคำ "อัจฉริยะ" ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา-คุมตัวฝากขัง
ศร.ขีดเส้น 15 วัน ให้ผู้เชี่ยวชาญทำความเห็นถึงศาล กรณีบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด