โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สงครามอิหร่านบีบเส้นทางบิน ยุโรป-เอเชีย เหลือแค่ “ระเบียงการบิน” ตุรกี-อาเซอร์ไบจาน

ไทยพับลิก้า

อัพเดต 21 มี.ค. เวลา 16.27 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 10.24 น.

รายงานโดย ปรีดี บุญซื่อ

ที่มาภาพ : The Financial Express

สงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่าน ทำให้เที่ยวบินนับหมื่นเที่ยวผ่านน่านฟ้าตะวันออกกลางต้องยกเลิกไป สายการบินที่เคยบินน่านฟ้าอิหร่าน ต้องหาเส้นทางบินอื่นมาแทน ทำให้เที่ยวบินใช้เวลาบินนานขึ้น ใช้น้ำมันมากขึ้น และค่าโดยสารแพงขึ้น

ที่ผ่านมา ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่ทำให้สายการบินเกิดข้อจำกัดแคบลงในเรื่องเส้นทางบิน กลายเป็นปัญหาท้าทายสายการบินระหว่างประเทศ เที่ยวบินพาณิชย์ของสายการบินต้องหลีกเลียงภูมิภาค ที่เป็นเขตความขัดแย้ง จนไปถึงพื้นที่มีความเสี่ยงจากปฏิบิตการทางทหาร

เมื่อรัสเซียบุกยูเครนในปี 2022 ทำให้มีการปิด “ระเบียงการบิน” (flight corridor) ที่เคยหนาแน่นที่สุดของซีกโลกเหนือ (northern hemisphere) สายการบินตะวันตกถูกห้ามบินผ่านน่านฟ้ารัสเซีย เช่น เส้นทางยุโรป-ญี่ปุ่น เคยใช้เส้นทาง “ระเบียงการบินไซบีเรีย” ทำให้ต้องเปลี่ยนเส้นทางบินลงไปทางใต้ เวลาทำการบินจึงนานมากขึ้น

กระทบเครือข่ายเส้นทางบิน

รายงานของ New York Time เรื่อง สงครามทำให้เครื่องบินหลายพันลำ เปลี่ยนเส้นทางบิน โดยกล่าวว่า เครือข่ายเส้นทางบินของโลก เคยมีประสิทธิภาพ เพราะเที่ยวบินสามารถบินตรง จากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง หรือการต่อเครื่องบินก็สะดวก แต่สงครามทำให้เครือข่ายเส้นทางบิน แบ่งแยกออกเป็นแบบเที่ยวบิน โดยไม่สามารถทำการบินตรง แต่ต้องบินแบบอ้อมแทน

หลังจากรัสเซียบุกยูเครน สายการบินตะวันตกไม่สามารถใช้น่านฟ้าประเทศข้างเคียง เมื่อมกราคม 2022 เที่ยวบินจากเฮลซิงกิ-โตเกียวของ Finnair สามารถบินตรงเหนือรัสเซีย แต่ปัจจุบัน ต้องบินนานขึ้น โดยใช้เส้นทางลงใต้ผ่านทะเลดำ หรือไปใช้เส้นทางผ่านขั้วโลกเหนือ ทั้งสองเส้นทางต้องบินนานขึ้น 3 ชั่วโมง หรือเที่ยวบิน AY141 เฮลซิงกิ-กรุงเทพฯ ของ Finnair ต้องเปลี่ยนมาบินลงทางใต้ผ่านตะวันออกกลาง สงครามอิหร่าน ทำให้เที่ยวบิน AY141 ต้องเปลี่ยนเส้นทางใหม่อีกครั้ง

จุดจบระเบียงอ่าวเปอร์เซีย

สงครามอิหร่านทำให้น่านฟ้าตะวันออกลางถูกปิดลงทันที ถือเป็นการหยุดชะงักการบินโลกครั้งใหญ่ที่สุด นับจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้เป็นสาเหตุที่เส้นทางบินระยะไกล ยุโรป-เอเชีย ต้องเปลี่ยนไป

หลายสิบปีที่ผ่านมา ตะวันออกกลางทำหน้าที่เหมือนสะพานการบิน เชื่อมตะวันออกกับตะวันตก เป็นจุดที่ผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องบิน ระหว่างยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย ก่อนเกิดสงคราม แต่ละวัน มีผู้โดยสารประมาณ 300,000 คน ที่เปลี่ยนเที่ยวบิน ที่ศูนย์กลางการบินของ Emirates, Qatar Airways และ Etihad การโจมตีด้วยโดรนของอิหร่าน ทำให้ “โมเดลจุดเปลี่ยนเที่ยวบิน” สะดุดลงทันที เพราะหลายประเทศประกาศปิดน่านฟ้าการบิน

“ระเบียงอากาศที่ปลอดภัย” (safe air corridor) คือเส้นทางบินที่กำหนดล่วงหน้า ที่เจ้าหน้าที่การบินพิจารณาว่า มีความปลอดภัยต่อการทำการบินของสายการบินพาณิชย์ แทนที่จะปล่อยให้เครื่องบินโดยสาร ทำการบินผ่านอย่างเสรี ในพื้นที่บนอากาศที่กว้างใหญ่ เครื่องบินจะบินอย่างระมัดระวังบนเส้นทางที่กำหนดไว้แล้ว ในความสูงที่ชัดเจน เจ้าหน้าที่ควบคุมการบินจะติดตามเที่ยวบินอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เครื่องบินแต่ละลำมีระยะห่างจากกันอย่างปลอดภัย ระเบียงอากาศที่ปลอดภัยจึงสำคัญในช่วงวิกฤติ ลดความเสี่ยงต่อการบินพาณิชย์ ขณะเดียวกันก็อนุญาตให้การขนส่งผู้โดยสารและสินค้า ยังดำเนินต่อไปได้อย่างปลอดภัย

เส้นทางบินยุโรป-เอเชีย ถูกบีบเหลือ 2 เส้นทาง ที่มาภาพ : flightradar24

“ระเบียงการบินใหม่” ยุโรป-เอเชีย

การปิดน่านฟ้าในตะวันออกกลางและอิหร่าน ทำให้การบินยุโรป-เอเชีย ต้องไปบินในระเบียงการบินที่กว้างแค่ 50 ไมล์ เลียบตามพรมแดนของอาร์เมเนีย-อาเซอร์ไบจาน ในเอเชียกลาง ที่มีชื่อเรียกว่า “ระเบียงคอขวดบากู” (Baku Bottleneck Corridor) ระเบียงการบินนี้ ทำหน้าที่เป็นสะพานอากาศแห่งสุดท้าย ที่เชื่อมยุโรป-เอเชีย จึงมีความสำคัญไม่เฉพาะกับการบินพาณิชย์ แต่ยังสำคัญต่อการท่องเที่ยว ระหว่างยุโรป-เอเชีย เพราะยังมีความสะดวกในการเชื่อมต่อกันด้วยเที่ยวบิน

จากข้อมูลของ Flightradar24 นับจากเกิดสงคราม เที่ยวบินผ่านอาเซอร์ไบจานพุ่งขึ้นสูงมาก สื่อของอาเซอร์ไบจานระบุว่า วันหนึ่ง มีเที่ยวบินผ่านมากถึง 800- 1,000 เที่ยว แต่ความไว้วางใจต่อระเบียบการบินอาเซอร์ไบจาน เกิดปัญหาขึ้นมา เมื่อวันที่ 5 มีนาคม อิหร่านยิงโดรนมาที่สนามบินของอาเซอร์ไบจาน ดังนั้น ระเบียงการบินบากูเป็นสะพานอากาศแห่งสุดท้าย ที่เชื่อมยุโรป-เอเชีย แต่ก็เป็นระเบียงอากาศ ที่อยู่ติดกับพรมแดนของภูมิภาค ที่มีความปั่นป่วนมากที่สุด

คำอธิบายจากห้องนักบิน

บทความชื่อ The Middle East Airspace Crisis: A Pilot’s Guide to Flying Through the Chaos ลงใน lessonsfromtheflightdeck.com เขียนโดยนักบินคนหนึ่ง ที่ให้คำแนะนำแก่การทำการบินในน่านฟ้าอ่าวเปอร์เซียว่า เมื่อเข้าไปดูในเว็บไซต์ Flightradar24 จะเห็นภาพที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ในช่วง 15 ปีของการบินเส้นทางบินไกลผ่านตะวันออกกลาง คือเป็นพื้นที่ว่างเปล่าในท้องฟ้า ทั้งๆที่ครั้งหนึ่งเป็นชุมทางการบิน ที่หนาแน่นที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง

เมื่อสหรัฐฯ-อิสราเอลโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ และอิหร่านตอบโต้ประเทศในแถมอ่าวเปอร์เซีย เที่ยวจากสนามบินหลักในตะวันออกกลาง 7 แห่ง ถูกยกเลิกไปกว่า 12,300 เที่ยวบิน เฉพาะในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) มีผู้โดยสารได้รับผลกระทบ 20,000 คน ผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องตกค้างที่กาตาร์ 8,000 คน และผู้โดยสารทั่วโลกตกค้าง หรือเปลี่ยนเส้นทางบิน จำนวนนับแสนกว่าคน

มองจากห้องนักบิน พื้นที่ส่วนกลางของระเบียงการบินตะวันออกกลาง ถูกปิดลง ระเบียงนี้เคยเป็นทางด่วนเชื่อมยุโรป-เอเชีย น่านฟ้าที่ถูกปิดคือ อิหร่าน อิรัก อิสราเอล ซีเรีย บาห์เรน และคูเวต แม้น่านฟ้าของ UAE และกาตาร์เริ่มเปิดใช้อย่างจำกัด แต่เป็นส่วนน้อยเทียบกับยามปกติ เมื่อถูกโจมตีจากโดรน ก็จะมีการปิดการบินทันที

การปิดน่านฟ้าของรัสเซีย ยูเครนและอิหร่าน ทำให้เส้นทางบินยุโรป-เอเชีย หันมาใช้การบินผ่านอาร์เมเนียและอาเซอร์ไบจานแทน ที่มาภาพ : Atlas Bookshelf

หน่วยงานความปลอดภัยการบินของยุโรป หรือ EASA ได้ออกประกาศให้สายการบินหลีกเลี่ยงการบินผ่านน่านฟ้าของอิหร่าน อิรัก จอร์แดน เลบานอน บาห์เรน คูเวต กาตาร์ UAE โอมาน และซาอุดิอาระเบีย ในทุกระดับของความสูงของการบิน

สำหรับนักบิน คำประกาศดังกล่าวมีหมายความว่า ในขณะนี้ เส้นทางบินผ่านที่มีการใช้งานอย่างมาก คือ (1) ระเบียบการบินเหนือ ผ่านแถบคอเคซัสและอัฟกานิสถาน (2) ระเบียงการบินใต้ ผ่านอียิปต์ ซาอุดิอาระเบีย และโอมาน สองเส้นทางบินผ่านนี้ ทำให้เที่ยวบินปกติยุโรป-เอเชีย บินนานขึ้น 60-90 นาที

แผนที่จาก Flightradar24 ช่วยบอกให้รู้ว่า การเดินทางทางอากาศ ยุโรป-เอเชีย มีปัญหาท้าทายมากขึ้น คือมีพื้นที่ความขัดแย้ง ที่ทำให้เกิดวิฤตการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ สงครามอิหร่านกับตะวันออกกลาง ที่อยู่ตรงกลาง สงครามรัสเซียกับยูเครนอยู่ทางเหนือ และสงครามกลางเมืองในเยเมนและซูดาน อยู่ทางใต้

ทำให้มีระเบียงการบิน 2 แห่งที่เหลืออยู่ ทำให้การเดินทางระหว่างยุโรป-เอเชียไม่หยุดชะงัก ระเบียงการบินแรกคือ การบินผ่านแถบคอเคซัส (จอร์เจีย อาเซอร์ไบจาน) และเอเชียกลาง ระเบียงที่สองคือผ่านอียิปต์ ซาอุดิอาระเบีย โอมาน สู่มหาสมุทรอินเดีย

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในสายตานักบินคือ หากสงครามความขัดแย้งขยายตัวไปตุรกี อาเซอร์ไบจาน และโอมาน สามประเทศที่ต้องรับมือโดรนจากอิหร่านอยู่แล้ว ปัญหาเส้นทางบินจะยุ่งยากมากขึ้น หากตุรกีและอาเซอร์ไบจานต้องปิดน่านฟ้า ระเบียงการบินเหนือจะต้องพังลง หรือโอมานถูกดึงเข้าสู่สงครามด้วย ระเบียงการบินใต้ ก็จะแคบลงมากเหมือนความแคบของเส้นด้าย

ถึงจุดนั้น เส้นทางบินที่เป็นไปได้ของยุโรป-เอเชีย คือบินผ่านแอฟริกาส่วนใต้ทะเลทรายซาฮารา (Sub-Sahra Africa) ที่ต้องใช้เวลาการบินเพิ่มอีก 3-4 ชั่วโมง สิ่งนี้ไม่ใช่การคาดเดา แต่ฝ่ายวางแผนเส้นทางบินฉุกเฉินของสายการบินใหญ่ ได้มีการเตรียมการไว้เช่นกัน

เอกสารประกอบ

War Has Sent Thousands of Planes Flying in the Other Direction, March 11, 2026, nytimes.com

The Middle East Airspace Crisis: A Pilot’s Guide to Flying Through the Chaos, March 18, 2026, lessonsfromtheflightdeck.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...