โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘พิพัฒน์’ ดันใช้โดรนหนุนศักยภาพยกระดับขนส่ง-กู้ภัยฉุกเฉิน

ไทยโพสต์

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 16.40 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 09.40 น.

‘พิพัฒน์’ ถก ‘Ehang’ หนุนเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ หวังยกระดับการเดินทางขนส่ง-การแพทย์-กู้ภัย ขณะที่ CAAT เร่งจัดทำกฎระเบียบรองรับ ด้าน EHang สนใจตั้งฐานในไทย ชี้มีศักยภาพสูงทั้งท่องเที่ยวและพลังงานสะอาด

19 มี.ค. 2569 - นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับคณะผู้บริหารบริษัท EHang ผู้นำด้านเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ (eVTOL) และระบบการคมนาคมทางอากาศสมัยใหม่ (Advanced Air Mobility: AAM) ระดับโลก ซึ่งนำโดยนายหวัง เจา (Wang Zhao) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และผู้แทนบริษัทในประเทศไทย ว่า รัฐบาลไทยมีนโยบายเปิดรับเทคโนโลยีการคมนาคมรูปแบบใหม่จากต่างประเทศ เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนในหลากหลายมิติ ครอบคลุมการเดินทางในเขตเมือง การให้บริการทางการแพทย์ การช่วยเหลือผู้ประสบภัยในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงการขนส่งในพื้นที่เข้าถึงยาก โดยย้ำว่าการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้จำเป็นต้องดำเนินควบคู่กับการกำหนดมาตรการกำกับดูแลที่ชัดเจน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในระยะยาว

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เร่งจัดทำกรอบกฎหมายและกฎระเบียบ (Regulatory Framework) เพื่อรองรับเทคโนโลยีการบินรูปแบบใหม่อย่างครบถ้วน ทั้งในด้านมาตรฐานอากาศยาน การออกใบอนุญาตผู้ประกอบการและบุคลากร ตลอดจนการบริหารจัดการห้วงอากาศ ให้มีความพร้อมก่อนการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกัน ภาครัฐจะทำหน้าที่สนับสนุนด้านนโยบายและอำนวยความสะดวกในการลงทุน โดยเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนไทยเข้าร่วมลงทุนกับบริษัทต่างประเทศ เพื่อส่งเสริมการถ่ายทอดเทคโนโลยีและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมในประเทศ

พลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) กล่าวว่า การนำอากาศยาน eVTOL และโดรนมาใช้งานในประเทศไทย ต้องอยู่ภายใต้กรอบมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล โดยปัจจุบัน CAAT อยู่ระหว่างเตรียมความพร้อมด้านกฎระเบียบในทุกมิติ ทั้งการรับรองแบบอากาศยาน การออกใบอนุญาตผู้ปฏิบัติการและบุคลากร ระบบบริหารจัดการจราจรทางอากาศสำหรับอากาศยานไร้คนขับ รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขสำคัญ เช่น ผู้ประกอบการต้องมีฐานการดำเนินงานในประเทศไทย เพื่อให้สามารถกำกับดูแล ตรวจสอบ และพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ขณะที่บริษัท EHang ระบุว่า บริษัทมีประสบการณ์ในการทดสอบและให้บริการในมากกว่า 20 ประเทศ และได้รับการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานภาครัฐของประเทศจีน โดยมีความพร้อมในการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพสูง ทั้งในด้านการท่องเที่ยว การแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตเมือง การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและการแพทย์ฉุกเฉิน ตลอดจนการขนส่งสินค้าในพื้นที่ทุรกันดาร และมองว่าไทยมีจุดแข็งด้านพลังงานสะอาด โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งสามารถนำมาสนับสนุนการดำเนินงานของอากาศยานไฟฟ้าในอนาคตได้อย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม บริษัทมีความสนใจในการจัดตั้งฐานการดำเนินงานในประเทศไทย พร้อมทั้งขอรับคำแนะนำด้านกฎหมายและการลงทุน โดยฝ่ายไทยจะประสานงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) และหน่วยงานกำกับดูแล เพื่อพิจารณาแนวทางความร่วมมือในระยะต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...