ไม่เข็ดหลาบ!
องค์ประชุมสมาชิกรัฐสภารวม 498 เสียง
โหวตเห็นชอบให้ “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรีด้วยคะแนน 293 เสียง เห็นชอบให้นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นนายกฯ 119 เสียง และงดออกเสียง 86 เสียง
ก็..ขอแสดงความยินดีกับนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทยอย่างเป็นทางการ และเป็นการดำรงตำแหน่งต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 2 ของคุณอนุทิน ชาญวีรกูล
จากนี้ อีกไม่กี่วันก็คงจะได้ “คณะรัฐมนตรี” และหลังจากโปรดเกล้าฯ-ถวายสัตย์ฯ เป็นที่เรียบร้อย คุณบิลลี่ โอแกน ดารา-นักร้องดังก็น่าจะได้คำตอบ ที่ถาม..
จะดำเนินการอย่างไรกับชาวอิสราเอลที่กระจายตัวอยู่ในพื้นแผ่นดินไทยกว่า 4 แสนคน โดยเฉพาะที่ “เกาะพะงัน”?
เรื่องนี้..คุณอนุทินต้องตอบให้เป็นที่กระจ่าง จะทำเป็นซ่อนเร้น ลับลวงพรางไม่ได้ เพราะเท่าที่เงี่ยหูฟังเสียงในสังคม ส่วนใหญ่ก็ได้แสดงความกังวล..
อย่างเช่นที่ผู้กำกับภาพยนตร์ไทยท่านหนึ่งได้พูดกับผม.. “ผมคะเนว่า อีก 20-30 ปีข้างหน้า ไม่ใช่เร็วๆ นี้หรอก ไทยจะต้องเปิดศึกกับยิวแน่ เพราะมันจะไม่ยอมออกไป
จะอ้างแบบเขมร อยู่มานานแล้ว ออกลูกออกหลานเต็มไปหมดจะให้พวกมันไปไหน ไม่ไป! แล้วรัฐบาลไทยขี้กลัวตายห่ะ
ทหารไทยก็ศรัทธาอิสราเอล ซื้ออาวุธและมีโครงการพัฒนาอาวุธร่วมกัน และพอมีปัญหา อเมริกาก็จะเสือกเข้ามาแน่นอน เพราะอเมริกามันถูกอิทธิพลยิวครอบหมดแล้ว
และเมื่อเกิดปัญหาจะลามฟาดกับมุสลิมแน่นอน … ไม่อยากจะพูด เพราะถึงเวลาปะทะ รุ่นเราก็คงไม่มีใครได้อยู่ดูเห็น กลับคืนสู่ความอนุภาคหมดแล้ว!
แค่ฝากให้รู้ไว้ล่วงหน้ามันครอบแผ่นไทยแน่ แรกๆ ก็ดีหน่อยหรอก เหมือนตอนมันฮุบแผ่นดินปาเลสไตน์ …
อ้างเป็นแผ่นดินที่พระเจ้าสัญญาให้พวกมัน คิดเอา…หน้าด้านแค่ไหน?
ที่สำคัญ ผู้หญิงไทยแต่งงานกับยิวเยอะมากๆ นะ เพราะคิดว่าเป็นฝรั่ง เกิดปัญหาอะไรขึ้นมา คิดรึว่าเธอจะไม่ช่วยผัวยึดแผ่นดินเกิดของตัวเอง”!
อืออ..ฟังแล้วก็ให้กังวลใจแทนลูกหลานภายภาคหน้า แต่ผมก็มั่นใจว่า รัฐบาลคุณอนุทิน-ฝ่ายความมั่นคงจะไม่ได้นิ่งนอนใจ คงได้คิดวางแผนแก้ปัญหาไว้แล้วเป็นอย่างดี!
ครับ..พูดถึงคุณอนุทิน วานซืนเห็นคุณณวัฒน์ อิสรไกรศีล เจ้าพ่อนางงามโพสต์.. “ตามที่ข้าพเจ้า live สดเมื่อ 9 สิงหาคม 2564 ผ่านทาง facebook ของข้าพเจ้า
และได้มีการนำ live สดดังกล่าวเผยแพร่ กล่าวในทำนองทำให้บุคคลภายนอกเข้าใจในสถานการณ์ในขณะนั้นว่านายอนุทิน ชาญวีรกูล
ขณะดำรงตำแหน่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และกรรมการศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
เป็นผู้เสนอพระราชกำหนดจำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019
เพื่อเป็นการนิรโทษกรรมให้แก่ตนเองและพวก โดยอ้างบุคลากรทางการแพทย์มาบังหน้านั้น
2.ต่อมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ฟ้องคดีข้าพเจ้าในความผิดฐานหมิ่นประมาทต่อศาลอาญา เป็นคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.2029/2564 หมายเลขแดงที่ อ.207/2566
ศาลได้ทำการไกล่เกลี่ย และเป็นความผิดอันยอมความได้
3.ข้าพเจ้าขอยอมรับว่าได้กระทำให้เกิดความเสียหายแก่นายนายอนุทิน ชาญวีรกูล และจะทำการเผยแพร่ข้อความ “ขออภัยในสิ่งที่พูดพาดพิงถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล” ใน facebook ของข้าพเจ้า
4.นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เข้าใจสิ่งที่ข้าพเจ้าได้กระทำ ข้าพเจ้าจะได้ดำเนินการโพสต์ใน facebook ตามข้อความนี้แล้ว และได้กรุณาถอนฟ้องข้าพเจ้าในวันนี้
5.ข้าพเจ้าในฐานะจำเลย ขอขอบคุณนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ให้ความกรุณาถอนฟ้องให้กับข้าพเจ้าในสิ่งที่ข้าพเจ้าได้กระทำ”
เนี่ย..เป็นอันจบกันด้วยดีในคดีหมิ่นประมาท การยอมรับผิดและขอโทษเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้ากล่าวคำ “ขอโทษ” บ่อยครั้ง นั่นหมายความ..
ไม่เข็ดหลาบ!.
สันต์ สะตอแมน