โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลอาญากรุงเทพใต้นัด “แอมป์-ณวรรษ” ฟังคำพิพากษา ม.112 กรณีชุมนุมเรียกร้องความยุติธรรมให้คนเสื้อแดง

iLaw

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 05.12 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 09.41 น. • iLaw

แสดง / ซ่อน

  • คำพิพากษายกฟ้อง

20 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้นัด ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา หรือแอมป์ อดีตนักกิจกรรมกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมฟังคำพิพากษาในคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กรณีการชุมนุนุมเรียกร้องความยุติธรรมให้คนเสื้อแดงที่ถูกสลายการชุมนุมจนมีผู้เสียชีวิตในปี 2553

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมจัดกิจกรรม “ส่องไฟให้ทางประชาธิปไตย” ที่บริเวณแยกราชประสงค์ โดยกิจกรรมดังกล่าวเป็นกิจกรรมเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์การสลายการชุมนุมคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 ผู้ชุมนุมรวมตัวที่แยกปทุมวัน ก่อนจะเคลื่อนขบวนต่อไปยังแยกราชประสงค์

โดยเมื่อขบวนเคลื่อนไปหยุดที่บริเวณแยกเฉลิมเผ่า อานนท์ กลิ่นแล้ว สมาชิกศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) ผู้ร้องทุกข์ต่อสถานีตำรวจนครบาลปทุมวัน ระบุว่าได้พบเห็นคลิปของการชุมนุมบริเวณแยกเฉลิมเผ่า ซึ่งเขาเห็นณวรรษ ขึ้นปราศรัยเรียกร้องความยุติธรรมให้ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ ซึ่งมีถ้อยคำว่า “ไม่ควรมีใครถูกเข่นฆ่าจากกระสุนพระราชทาน” เขาเห็นว่าเป็นการพาดพิงและก้าวล่วงต่อพระมหากษัตริย์ในทางเสื่อมเสียจึงไปแจ้งความร้องทุกข์และต่อมาพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลปทุมวันได้แจ้งข้อหา “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และณวรรษรับทราบข้อกล่าวหาในคดีนี้เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2567

ในวันที่ 8 กรกฎาคม 2568 วฐาพร เอื้ออารักษ์ พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 4 บรรยายในคำสั่งฟ้องว่าคำว่า “กระสุนพระราชทาน” เป็นคำราชาศัพท์เฉพาะที่ใช้กับพระมหากษัตริย์ การใช้คำดังกล่าวจะทำให้ประชาชนเข้าใจผิดคิดว่ารัชกาลที่ 10 ทรงโหดเหี้ยมอำมหิต พระราชทานกระสุนไปเข่าฆ่าประชาชนที่เข้าร่วมชุมนุมทางการเมือง

อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญของคดีนี้คือองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา 112 อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ เบิกความในขั้นสืบพยานในคดีนี้ว่า ไม่ว่าประชาชนที่ได้รับฟังการปราศรัยในประเด็นว่า ไม่ควรมีใครถูกเข่นฆ่าจากกระสุนพระราชทาน” จะเข้าใจว่าเป็นการกล่าวถึงรัชกาลที่ 9 หรือรัชกาลที่ 10 การกล่าวถ้อยคำในลักษณะนั้นก็จะเข้าองค์ประกอบความผิด โดยอานนท์ยกฎีกาในคดีอื่นประกอบว่าประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 คุ้มครองพระมหากษัตริย์ในอดีตด้วย

ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษายกฟ้อง ม.112 “แอมป์-ณวรรษ” กรณีปราศรัยในการชุมนุมเรียกร้องความยุติธรรมให้คนเสื้อแดง

20 มีนาคม 2569 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษายกฟ้องแอมป์-ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา อดีตนักกิจกรรมแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมในฐานความผิดหมิ่นประมาทกษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 กรณีการชุมนุม “ส่องไฟให้ทางประชาธิปไตย” เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2566 ระบุไม่เข้าองค์ประกอบความผิดในประเด็นการดูหมิ่นหรืออาฆาตมาดร้าย

ผู้พิพากษาขึ้นบัลลังก์ อ่านคำพิพากษาในคดีนี้สรุปใจความได้ว่า คดีนี้มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดในฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายรัชกาลที่ 10 หรือไม่ ศาลระบุว่าการหมิ่นประมาทจะต้องเป็นการใส่ความผู้อื่นโดยยืนยันข้อเท็จจริงต่อบุคคลที่สามและการใส่ความดังกล่าวจะทำให้ผู้ถูกใส่ความถูกดูหมิ่นหรือเกลียดชัง ส่วนการดูหมิ่นจะต้องระบุถึงตัวผู้ถูกดูหมิ่นหรือต้องหมายถึงบุคคลใดเป็นการเฉพาะ ซึ่งพิจาณาว่าถ้อยคำหรือข้อความใดเป็นการใส่ความทำให้เสื่อมเสียหรือถูกเกลียดชังได้จะต้องพิจารณาจากวิญญูชนเป็นเกณฑ์ ไม่ใช่การพิจารณาจากกลุ่มบุคคลใดเป็นการเฉพาะ

เมื่อพิจารณาคำปราศรัยของจำเลยประกอบคำแวดล้อมและการเบิกความของโจทก์แล้ว ศาลเห็นว่าการเข้าใจถ้อยคำปราศรัยขึ้นอยู่กับความรู้ ความเข้าใจและความรู้สึกนึกคิดของแต่ละบุคคลซึ่งมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ทำให้เห็นว่าจำเลยไม่ได้กล่าวยืนยันข้อเท็จจริงหรือดูหมิ่นพาดพิงถึงรัชกาลที่ 10 แต่อย่างใด และเมื่อพิจารณาถึงคำเบิกความของพยานโจทก์แล้วไม่มีพยานโจทก์คนใดยืนยันว่าถ้อยคำที่จำเลยกล่าวว่าเป็นการอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์อย่างไร และโจทก์ไม่ได้นำสืบเช่นนั้นด้วย จึงพิพากษายกฟ้อง

แต่แม้ว่าจะยกฟ้องณวรรษจะต้องรับโทษจากคำพิพากษาในคดีอื่นได้แก่ 1.คดีมาตรา 112 กรณีปราศรัยในการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2564 ศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุก 1 ปี 7 เดือน 2. คดีการชุมนุม 17 ตุลาคม 2563 ศาลแขวงปทุมวันพิพากษาจำคุก 1 เดือน และ 3. คดีมาตรา 112 กรณีอ่านแถลงการหน้าสถานทูตเยอรมนี เมื่อปี 2564 ศาลอาญากรุงเทพใต้พิพากษาจำคุก 2 ปี โดยทั้งสามคดีไม่ได้นับโทษต่อกัน ทั้งนี้จนถึงวันที่ 20 มีนาคม 2569 ณวรรษถูกคุมขังตามคำพิพากษามาแล้ว 467 วัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...