โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เจาะอาณาจักร "พี.ซี.สยาม" ขุมทรัพย์พันล้านตระกูล "เหลืองกำธร" ยักษ์น้ำมันภาคใต้ที่ถูกตรวจสอบ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สามทศวรรษที่ผ่านมา ชื่อ "พรชัย เหลืองกำธร" ไม่ได้เป็นที่รู้จักกว้างขวางนักในแวดวงธุรกิจระดับประเทศ แต่หากพูดถึง "PC" บนป้ายสถานีน้ำมันในภาคใต้ตอนบน ผู้คนแถบลุ่มน้ำตาปีต่างรู้จักดี

ทว่าในค่ำคืนวันที่ 4 เมษายน 2569 เมื่อเจ้าหน้าที่พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานีเดินเข้า สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เพื่อแจ้งความ บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด อาณาจักรธุรกิจครอบครัวที่สั่งสมมายาวนานก็ต้องเผชิญกับบทพิสูจน์ที่หนักที่สุดในประวัติศาสตร์

พรชัย เหลืองกำธร ผู้ก่อตั้ง บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม จำกัด

ก่อร่างสร้างอาณาจักร: จากคลังน้ำมันสู่เครือข่าย 26 บริษัท

พรชัย เหลืองกำธร ก่อตั้ง พี.ซี.สยามปิโตรเลียม เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ.2533 ด้วยจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 500 ล้านบาท ริมปากแม่น้ำตาปี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำเลยุทธศาสตร์ที่ของภาคใต้ตอนบน

วัตถุประสงค์แรกเริ่มคือการเป็นผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2521 ภายหลังเปลี่ยนสถานะเป็นผู้ค้าตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2543 ซึ่งช่วยเปิดทางให้สามารถนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศหรือโรงกลั่นภายในประเทศ เก็บในคลังน้ำมันของตัวเอง แล้วกระจายลงสู่ผู้ค้าปลีกในพื้นที่ได้อย่างถูกกฎหมาย

จากนั้นในปี 2535 โลโก้ "PC" ปรากฏบนป้ายสถานีบริการน้ำมันแห่งแรกที่อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และขยายตัวอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมีสถานีบริการภายใต้เครื่องหมายการค้า PC กว่า 30 แห่ง กระจายอยู่ทั่วสุราษฎร์ธานีและจังหวัดใกล้เคียง

ฐานเศรษฐกิจตรวจ อาณาจักร พี.ซี.สยามปิโตรเลียม ผ่านระบบ Creden Data พบว่าบริษัทมีสินทรัพย์รวมกว่า 2,132 ล้านบาท รายได้รวมกว่า 1,841 ล้านบาท และเครือข่ายธุรกิจที่แตกแขนงออกไปไม่น้อยกว่า 26 บริษัท ครอบคลุมธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำในห่วงโซ่พลังงาน และยังขยายออกไปสู่โลจิสติกส์ เหมืองแร่ เกษตรกรรม และอสังหาริมทรัพย์

รากเหง้าของอาณาจักร: จาก 200 บาท สู่พันล้าน

ก่อนจะมีคลังน้ำมันริมตาปี ก่อนจะมีสถานีบริการ PC กว่า 30 แห่ง และก่อนจะมีเครือข่ายธุรกิจ 26 บริษัทที่แผ่กว้างทั่วภาคใต้ ในปี 2512 พรชัย เหลืองกำธร วัยหนุ่ม ออกเดินทางจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มุ่งหน้าสู่สุราษฎร์ธานีเพื่อแสวงหาโอกาสในชีวิต ด้วยเงิน 200 กว่าบาทที่พรชัยหิ้วข้ามจังหวัดมาเมื่อปี 2512 สู่สินทรัพย์รวมกว่า 2,132 ล้านบาท ในวันนี้

แฟ้มภาพ คลังน้ำมัน บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม

แกนกลางอาณาจักร: คลังน้ำมันและเครือข่ายจำหน่าย

หัวใจของธุรกิจทั้งหมดคือระบบคลังน้ำมันปลอดอากรที่ได้รับอนุญาตจากกรมศุลกากร ซึ่งพี.ซี.สยามปิโตรเลียมบริหารจัดการอยู่ 4 แห่งทั่วประเทศ

1. คลังท่าทอง ที่ตำบลบางกุ้ง อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี คือฐานหลักและเป็นคลังที่ตกเป็นประเด็นในการสอบสวนครั้งนี้ ตั้งอยู่ริมคลองท่าทองด้านตะวันตกของแม่น้ำตาปี บนพื้นที่กว่า 70 ไร่ที่พัฒนาจนกลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ชั้นนำของจังหวัด

2. คลังสงขลา ที่ตำบลเขารูปช้าง อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ดำเนินการโดยบริษัทอากิแบม ออยล์ จำกัด ในฐานะผู้เช่า

3. คลังบางปะกง ที่ตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา รับผิดชอบตลาดในภาคกลาง

4. คลังนครสวรรค์ ที่ตำบลม่วงหัก อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อกระจายน้ำมันสู่พื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง

จากคลังเหล่านี้ น้ำมันถูกขนส่งโดยรถบรรทุกของ PC กว่า 100 คัน ขนาดบรรทุก 30-32 ตัน ไปยังสถานีบริการน้ำมันและผู้ค้าปลีกรายย่อยทั่วภาคใต้ตอนบน ระบบนี้ทำให้พี.ซี.สยามปิโตรเลียมเป็นหมุดหมายสำคัญในการกระจายน้ำมันของภูมิภาค

ในระดับค้าปลีก บริษัทสร้างเครือข่ายผ่านบริษัทในเครือหลายแห่ง โดยมี บริษัท พี.ซี.สยาม สเตชั่น เทรดดิ้ง จำกัด เป็นหลัก ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองไทร อำเภอท่าฉาง พร้อมสาขาในจังหวัดพัทลุง

นอกจากนี้ยังมี บริษัท แสตนดาร์ดออยล์ (1990) จำกัด ที่ตำบลพลายวาส อำเภอกาญจนดิษฐ์ บริษัท พี.ซี.บ้านส้องปิโตรเลียม (1994) จำกัด ที่อำเภอเวียงสระ บริษัท พี.ซี.ตาขุนปิโตรเลียม (1994) จำกัด ที่อำเภอบ้านตาขุน และ บริษัท พี.ซี.ออยล์ (1984) จำกัด ซึ่งกระจายอยู่ทั่วพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี

อีกหนึ่งบริษัทสำคัญในห่วงโซ่ธุรกิจน้ำมันคือ บริษัท ท่าทองปิโตรเลียม จำกัด ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรง รวมถึง บริษัท พี.ซี.สงขลาปิโตรเลียม จำกัด ซึ่งดูแลตลาดในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยพรชัยถือหุ้นในบริษัทนี้ถึง 96.10% เช่นกัน

แฟ้มภาพ คลังน้ำมัน บริษัท พี.ซี.สยามปิโตรเลียม

ท่าเรือและโลจิสติกส์: เส้นเลือดใหญ่แห่งอาณาจักร

ความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดของกลุ่ม PC คือการควบคุมโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ของตัวเอง

บริษัท พี.ซี.ปิโตรเลียมแอนด์เทอร์มินอล จำกัด หรือ PC Terminal ก่อตั้งขึ้นในปี 2535 ด้วยทุนจดทะเบียนกว่า 300 ล้านบาท บริษัทนี้พัฒนาพื้นที่กว่า 70 ไร่ริมคลองท่าทองด้านตะวันตกของแม่น้ำตาปี จนกลายเป็นท่าเรือขนาดใหญ่สุราษฎร์ธานีที่ให้บริการครบวงจร ทั้งท่าเทียบเรือ การขนถ่ายสินค้า ลานกองสินค้าเทกอง ลานคอนเทนเนอร์ คลังสินค้า และบริการกระจายสินค้า โดยสามารถหมุนเวียนสินค้าในโกดังได้ถึง 100,000 ตันต่อเดือน

ทำเลที่ตั้งของท่าเรือนี้มีความพิเศษอย่างยิ่ง เพราะอยู่ใกล้แหล่งวัตถุดิบสำคัญทั้งเหมืองแร่ยิปซัม แร่โดโลไมต์ และสวนปาล์มในพื้นที่ภาคใต้ ทำให้เหมาะสมสำหรับการเป็นศูนย์กลางรวบรวมและกระจายสินค้าทั้งขาเข้าและขาออก

ด้านการขนส่งทางทะเล บริษัท สยามนาวี จำกัด ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1988 ให้บริการเรือบรรทุกน้ำมันและเรือบรรทุกสินค้าแห้ง ตั้งแต่แร่ยิปซัม แร่โดโลไมต์ ถ่านหิน ปูนซีเมนต์ ปุ๋ย ไปจนถึงข้าว ครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศ เริ่มจากเรือบรรทุกน้ำมัน PSN ขนาด 2,108.88 dwt และขยายกองเรือมาอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ยังมี บริษัท เบโท เอเยนซี่ จำกัด ซึ่งให้บริการด้านกิจการสนับสนุนการขนส่งต่างๆ โดยพรทิพย์ เหลืองกำธรถือหุ้นอยู่เกือบ 50% และ บริษัท โอเชี่ยน ออยล์ จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งพรทิพย์ถือหุ้นอยู่ถึง 50%

เหมืองแร่และแร่ธาตุ: ขาธุรกิจที่ซ่อนอยู่

นอกเหนือจากธุรกิจพลังงาน ตระกูลเหลืองกำธรยังลงทุนในธุรกิจเหมืองแร่ยิปซัมและแอนไฮไดรต์อย่างจริงจัง

บริษัท ไลยมาศ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการเหมืองแร่ยิปซัมและแอนไฮไดรต์ โดยพรทิพย์ เหลืองกำธร ถือหุ้น 10% คิดเป็นมูลค่าราว 1.2 ล้านบาท และยังมี บริษัท ศักดิ์ชาย จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจเหมืองแร่ยิปซัมและแอนไฮไดรต์เช่นกัน

ส่วนการค้าและส่งออกแร่ดำเนินการผ่าน บริษัท ยิปซั่ม เทรดดิ้ง 2004 (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนจำหน่ายแร่ยิปซัมและดูแลงานชิปปิ้งเพื่อการส่งออก โดยสมาชิกในครอบครัวทั้งปรียานุชและพรทิพย์ต่างถือหุ้นในบริษัทนี้คนละเล็กน้อย

ห่วงโซ่ธุรกิจแร่เชื่อมโยงกับโครงสร้างท่าเรือและโลจิสติกส์ของกลุ่มได้อย่างลงตัว เพราะแร่ที่ขุดได้สามารถขนส่งผ่านท่าเรือ PC Terminal และเรือของสยามนาวีได้โดยตรง

แม้ว่าบางส่วนในกลุ่มธุรกิจเหมืองแร่จะมีความผันผวน อาทิ บริษัท พี.ซี.ณิศิศร์ ไมนิ่ง จำกัด ซึ่งดำเนินการเหมืองแร่โดโลไมต์ แต่ปัจจุบันอยู่ในสถานะล้มละลายแล้ว และ บริษัท พี.ซี.ไมน์นิ่ง (2025) จำกัด ที่เพิ่งจดทะเบียนใหม่เพื่อประกอบกิจการเหมืองแร่ ยังไม่มีมูลค่าทางบัญชี สะท้อนให้เห็นว่าตระกูลนี้ยังคงมุ่งมั่นขยายธุรกิจเหมืองแร่อยู่อย่างต่อเนื่อง

พลังงานทางเลือก: ปาล์มน้ำมันและชีวมวล

ตระกูลเหลืองกำธรมองเห็นโอกาสในพลังงานทางเลือกตั้งแต่ก่อนกระแสจะมาถึง บริษัท พี.ซี.ปาล์ม (2550) จำกัด จดทะเบียนเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2550 ด้วยทุนจดทะเบียนสูงถึง 370 ล้านบาท ดำเนินธุรกิจสวนปาล์มน้ำมันและแหล่งเพาะต้นกล้าปาล์มน้ำมันนำเข้าจากประเทศคอสตาริก้า

ปัจจุบันบริษัทมีพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันรวมกว่า 3,000 ไร่ กระจายอยู่ใน 3 แปลงในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่ แปลงบ้านห้วยที่อำเภอดอนสัก แปลงเขาแก้วที่อำเภอกาญจนดิษฐ์ และแปลงลีเล็คที่อำเภอพุนพิน มีผลผลิตเฉลี่ย 3-4 ตันต่อไร่ต่อปี และมีแผนพัฒนาโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มขนาดใหญ่บนพื้นที่ราว 726 ไร่ที่อำเภอดอนสัก

แฟ้มภาพประกอบข่าว

สอดรับกับธุรกิจสวนปาล์ม กลุ่มยังลงทุนใน บริษัท ดอนสัก ไบโอพาวเวอร์เทค จำกัด หรือ PC Palm Biomass Company Limited เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจากชีวมวล และ บริษัท สวนปาล์มทุ่งรังสุราษฎร์ จำกัด ซึ่งให้บริการเช่าสวนปาล์ม ทำให้ห่วงโซ่ธุรกิจปาล์มน้ำมันของกลุ่มครบวงจรตั้งแต่การปลูก การผลิตน้ำมัน ไปจนถึงการผลิตไฟฟ้าจากเศษวัสดุที่เหลือจากการแปรรูป

อสังหาริมทรัพย์และบริการ: รายได้ประคับประคองกลุ่ม

ในช่วงทศวรรษ 1990 กลุ่ม PC ขยายออกสู่อสังหาริมทรัพย์เพื่อสร้างรายได้ประจำที่มั่นคง บริษัท พี.ซี.ทาวเวอร์ แอนด์ พร็อพเพอร์ตี้ (1996) จำกัด บริหารจัดการอาคารสำนักงานให้เช่า 16 ชั้นใจกลางเมืองสุราษฎร์ธานี ท่ามกลางแหล่งพาณิชย์สำคัญอย่างตลาดสด ห้างบิ๊กซี และสำนักงานของบริษัทชั้นนำ

พี.ซี.ทาวเวอร์เปิดให้บริการสำนักงานสำหรับทั้งภาครัฐและเอกชน มีพื้นที่จอดรถรองรับได้กว่า 200 คันต่อวัน พร้อมระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง ปัจจุบันมีผู้เช่าเต็มพื้นที่แล้วกว่า 80%

นอกจากนี้ยังมี บริษัท ออล พีเพิล พลัส จำกัด ที่ให้บริการฝึกอบรม สัมมนา และให้คำปรึกษาทางธุรกิจ โดยพรทิพย์ เหลืองกำธรถือหุ้นอยู่ 5%

ค้าปลีกสมัยใหม่และธุรกิจเกษตร: ปีกที่ยังต้องการเวลา

กลุ่ม PC พยายามก้าวสู่ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ผ่าน บริษัท ซีแอนด์พีสตาร์ จำกัด ซึ่งดำเนินกิจการร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven โดยพรทิพย์ เหลืองกำธรถือหุ้นถึง 80% อย่างไรก็ตาม ณ ปัจจุบันบริษัทนี้มีส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบ สะท้อนว่าการขยายสู่ธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ยังไม่ราบรื่นนัก

ขณะที่ธุรกิจเกษตรอีกสาขาหนึ่งคือ บริษัท พี.ซี.ปุ๋ยการเกษตร จำกัด ซึ่งจำหน่ายปุ๋ยเคมีสำหรับเกษตรกรในพื้นที่ภาคใต้ โดยปรียานุชถือหุ้นเกือบ 50% แต่บริษัทนี้ก็มีส่วนของผู้ถือหุ้นติดลบเช่นกัน บ่งชี้ว่าแขนงธุรกิจที่ออกนอกแวดวงพลังงานและโลจิสติกส์ยังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

โครงสร้างอำนาจ: ครอบครัวเดียวถือหุ้นแน่น

สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งในอาณาจักรนี้คือโครงสร้างการถือหุ้นที่กระจุกตัวอยู่ในมือครอบครัวเดียว

ใน พี.ซี.สยามปิโตรเลียม พรชัย เหลืองกำธร ถือหุ้นสูงถึง 95.78% หรือ 47.89 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าราว 921 ล้านบาท โดยใช้สิทธิ์บริหารธุรกิจในเครืออีกถึง 26 บริษัท ส่วนที่เหลือกระจายในมือ ปรียานุช เหลืองกำธร 1.80% ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใน 17 บริษัท มีมูลค่าหุ้นรวมทุกบริษัทที่ตนถืออยู่ราว 22.75 ล้านบาท ชัยวัฒน์ เหลืองกำธร 1.20% ซึ่งมีเครือข่ายการถือหุ้นใน 26 บริษัทเช่นเดียวกับพรชัย และ พรทิพย์ เหลืองกำธร อีก 1.20% ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใน 24 บริษัท และมีมูลค่าหุ้นรวมสูงถึงราว 52.7 ล้านบาท

ลักษณะพิเศษที่ทำให้โครงสร้างนี้ซับซ้อนคือการถือหุ้นไขว้กันระหว่างบริษัทในเครือ เช่น พี.ซี.สงขลาปิโตรเลียมถือหุ้น 0.02% ใน พี.ซี.สยามปิโตรเลียม ขณะที่พี.ซี.สยามปิโตรเลียมถือหุ้น 0.60% ใน พี.ซี.สงขลาปิโตรเลียมกลับมา

นอกจากนี้ ตระกูลเหลืองกำธรยังมีการลงทุนข้ามไปยังบริษัทมหาชนผ่านพรทิพย์ ซึ่งถือหุ้น 0.60% ใน บริษัท เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) จำนวน 16.44 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่ากว่า 25.5 ล้านบาท

ตัวเลขผิดปกติ: จุดพลิกผันของทุกอย่าง

ท่ามกลางโครงสร้างธุรกิจที่ซับซ้อนและแน่นหนา สัญญาณเตือนแรกปรากฏขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ลงตรวจสอบคลังน้ำมันสุราษฎร์ธานีในช่วงต้นเดือนเมษายน 2569 ซึ่งเป็นช่วงราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น และพบความผิดปกติ ของยอดขายน้ำมันดีเซลของคลังดังกล่าวพุ่งสูงถึงราว 10 ล้านลิตร ในเดือนมีนาคม 2569 จากระดับเพียงราว 4.8 ล้านลิตรในเดือนกุมภาพันธ์ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 100% ภายในเดือนเดียว ขณะที่ยอดขายน้ำมันดีเซลทั่วประเทศในช่วงเดียวกันเพิ่มขึ้นเพียงประมาณ 20% เท่านั้น

ในทิศทางตรงกันข้าม ยอดขายเบนซินกลับหดตัวอย่างผิดปกติ จากราว 1.7 ล้านลิตรในเดือนกุมภาพันธ์ เหลือเพียงราว 400,000 ลิตรในเดือนมีนาคม ลดลงกว่า 76% ความผิดปกติสองทิศทางพร้อมกันนี้บ่งชี้ภาพที่น่าสงสัย เพราะดีเซลพุ่งสูงอย่างผิดปกติในขณะที่เบนซินดิ่งลงพร้อมกัน

3 ข้อหา: คดีอาญาที่ 468/2569

คืนวันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 23.30 น. นายกอบ ทวนดำ พาณิชย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ในฐานะตัวแทนผู้เสียหายและเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ.2542 เดินเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี ครอบคลุม 3 ข้อหาสำคัญ

ข้อหาที่หนึ่ง การครอบครองสินค้าควบคุมเกินปริมาณที่คณะกรรมการกำหนดตามมาตรา 25 (12) แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งหากพิสูจน์ได้ย่อมหมายความว่าบริษัทกักตุนน้ำมันเกินกว่าที่กฎหมายอนุญาต

ข้อหาที่สอง การเก็บสินค้าควบคุมในสถานที่อื่นนอกเหนือจากที่แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ไว้ตามมาตรา 25 (5) ซึ่งหมายความว่าหากน้ำมันบางส่วนถูกเก็บไว้ในสถานที่ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ย่อมเป็นความผิดที่ชัดเจน

ข้อหาที่สาม การไม่นำสินค้าออกจำหน่าย ปฏิเสธการขาย หรือประวิงการส่งมอบโดยไม่มีเหตุอันสมควร ซึ่งเป็นข้อหาที่ตรงที่สุดกับภาวะน้ำมันขาดตลาดที่เกิดขึ้น

พนักงานสอบสวนบันทึกคำร้องและเปิดคดีอาญาที่ 468/2569 พร้อมเตรียมสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน

PC โต้: ทุกอย่างโปร่งใส พร้อมรับการตรวจสอบ

ในคืนเดียวกับที่ถูกแจ้งความ พี.ซี.สยามปิโตรเลียมออกแถลงการณ์โต้กลับอย่างรวดเร็ว โดยยืนยันว่าบริษัทประกอบกิจการในฐานะผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 อย่างถูกกฎหมายมาโดยตลอด ระบบบริหารจัดการสต็อกสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน มีการแยกเก็บน้ำมันอย่างชัดเจน ไม่ปะปนกับผู้ประกอบการรายอื่น และกระบวนการรับเข้า-จ่ายออกดำเนินการตามปกติอย่างโปร่งใส

บริษัทระบุว่าการบริหารสต็อกทั้งหมดเป็นไปตามแผนการจัดส่งและการสำรองตามปกติ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าและภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ พร้อมยืนยันไม่มีนโยบายหรือพฤติการณ์กักตุนเพื่อแสวงหาประโยชน์จากสถานการณ์ใดๆ ทั้งสิ้น และประกาศยินดีเปิดเผยเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ภาครัฐตรวจสอบ

แถลงการณ์ พี.ซี.สยามปิโตรเลียม

บทพิสูจน์ครั้งใหญ่ที่สุด

สำหรับอาณาจักรที่ใช้เวลากว่าสามทศวรรษในการก่อร่างสร้างตัว ตั้งแต่คลังน้ำมันเล็กๆ ริมตาปีมาสู่เครือข่ายธุรกิจ 26 บริษัทที่ครอบคลุมพลังงาน โลจิสติกส์ เหมืองแร่ สวนปาล์ม อสังหาริมทรัพย์ และค้าปลีก การสอบสวนครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่คดีความเรื่องยอดขายน้ำมันที่ผิดปกติ

มันคือบทพิสูจน์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของตระกูลเหลืองกำธรว่า ธุรกิจครอบครัวที่ซับซ้อนและแน่นหนาขนาดนี้จะสามารถยืนหยัดได้อย่างมีศักดิ์ศรีภายใต้กรอบกฎหมายและมาตรฐานความโปร่งใสในยุคที่รัฐกำกับดูแลธุรกิจพลังงานเข้มข้นที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประเทศหรือไม่

บทต่อไปของอาณาจักร PC จึงไม่ใช่เรื่องของการขยายคลังน้ำมันหรือเปิดสถานีบริการแห่งใหม่อีกต่อไป แต่คือการพิสูจน์ตัวเองบนเส้นทางที่ยากที่สุดที่เคยเผชิญมาตลอดสามสิบกว่าปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...