‘ยศชนัน’ ดันแก้ปัญหางานวิจัยไทยค้างสต็อก ต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าได้จริง ปลดล็อก Fast Track
‘ยศชนัน’ ดันแก้ปัญหางานวิจัยไทยค้างสต็อก ต่อยอดสู่การสร้างมูลค่าได้จริง ปลดล็อก Fast Track ช่วยสตาร์ทอัพทำธุรกิจไวขึ้น ปั้นอาชีพคนจัดการนวัตกรรมให้ก้าวหน้ามั่นคง
วันนี้ (14 พ.ค. 69) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวบรรยายในหัวข้อ “แนวทางการผลักดันงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การเป็นเครื่องยนต์ใหม่ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย“ ซึ่งจัดโดยสมาคมวิชาชีพนักจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและถ่ายทอดเทคโนโลยี (AITP) ณ โรงแรม เอเชีย ราชเทวี กทม.
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่เป้าหมายการเป็นประเทศที่มีรายได้สูง การใช้นวัตกรรมและการนำทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์คือกลไกสำคัญที่จะผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ที่ผ่านมาพบปัญหาความติดขัดในระบบ เช่น ปัญหา "IP ค้างสต็อก" และอุปสรรคทางกฎหมายหรือความกังวลเรื่องการถูกตรวจสอบ ทำให้งานวิจัยที่ดีจำนวนมากไม่สามารถต่อยอดสร้างมูลค่าได้จริง
การแก้ปัญหาต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างและระบบนิเวศทั้งระบบ เป็นที่มาของความพยายามจัดตั้งเครือข่ายและสมาคมวิชาชีพให้เป็นแกนกลางในการเชื่อมโยง แบ่งปันกรณีศึกษา และยกระดับการทำงานของสำนักงานถ่ายทอดเทคโนโลยี (TLO) ทั่วประเทศให้มีทิศทางเดียวกัน
นโยบายหลักจึงมุ่งเน้นที่การสร้าง "IP Marketplace" เชื่อมโยงงานวิจัยสู่ภาคธุรกิจ มีแนวคิดนำ AI มาช่วยสนับสนุนกระบวนการทำงาน ลดภาระงานด้านเอกสาร เพิ่มคุณภาพการคัดกรองทรัพย์สินทางปัญญา เร่งปลดล็อกกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคโดยการสร้างเส้นทางด่วน (Fast Track) สำหรับการก่อตั้งสตาร์ทอัพ การทำสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิ (Licensing) และการจัดตั้ง Holding Company ตลอดจนสร้างมาตรฐานการทำงานของ TLO ให้มีแนวปฏิบัติที่ชัดเจน เป็นสากล ลดความซ้ำซ้อนในการทำงานของแต่ละสถาบัน
“การผลักดันให้วิชาชีพ TLO มีความก้าวหน้า มีมาตรฐานเทียบเท่าสากล และมีค่าตอบแทนที่สะท้อนถึงความสามารถจึงเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ เมื่อคนทำงานสามารถพิสูจน์ให้เห็นว่ากระบวนการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาสามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและนำรายได้กลับเข้าสู่สถาบันและประเทศชาติได้จริง โครงสร้างผลตอบแทนและความก้าวหน้าในสายอาชีพก็จะได้รับการยกระดับตามไปด้วย“ ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว