“พระเจ้าอยู่หัวฝ่ายใน” ฝักใฝ่พม่าคราวเสียกรุงครั้งที่ 1 คือพระวิสุทธิกษัตรี !?
“พระวิสุทธิกษัตรี” พระราชมารดาในสมเด็จพระนเรศ ฝักใฝ่พม่าในเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก?
ในเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 พ.ศ. 2112 ขุนนางอยุธยาที่ให้ความช่วยเหลือกองทัพพม่าของพระเจ้าบุเรงนอง อำนวยความสะดวกให้ข้าศึกบุกเข้ามาในกำแพงเมือง จนถูกตราหน้าว่าเป็นคนทรยศต่อแผ่นดิน คือ พระยาจักรี
ขณะที่กองทัพพม่าที่ปิดล้อมกรุงศรีอยุธยา ยังมีเจ้านายระดับสูงของฝ่ายสยามอีกพระองค์คือ พระมหาธรรมราชา ผู้ปกครองเมืองพิษณุโลก และกำกับควบคุมหัวเมืองในแคว้นสุโขทัยเดิม นำกองทัพหัวเมืองเหนือมาร่วมกับกองทัพของพระเจ้าบุเรงนองด้วย
ประวัติศาสตร์ไทยเล่าเหตุการณ์ช่วงนี้ว่า หลังจากสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสด็จสวรรคต แล้วสมเด็จพระมหินทราธิราชเสวยราชย์ท่ามกลางสงครามติดพัน ประกอบกับการทรยศของพระยาจักรี พม่าจึงสามารถตีหักเอากรุงศรีอยุธยาได้ในที่สุด
อ. พิเศษ เจียจันทร์พงษ์เผยว่า ยังมีอีกบุคคลหนึ่งในกำแพงพระนคร ที่ดูจะเป็นใจให้ฝ่ายพม่า แต่บทเรียนประวัติศาสตร์ไทยมองข้ามไป พระราชพงศาวดารอยุธยาเรียกว่า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฝ่ายใน” ซึ่งหมายถึง พระวิสุทธิกษัตรี
พระนางเป็นเจ้านายสตรีที่เกี่ยวข้องกับกษัตริย์อยุธยาหลายพระองค์ เป็นพระราชธิดาในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระพี่นางเธอในสมเด็จพระมหินทราธิราช พระมเหสีในสมเด็จพระมหาธรรมราชา และพระราชมารดาในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ในสงครามครั้งนั้น ราชสำนักอยุธยาเชิญเสด็จพระนางจากเมืองพิษณุโลกลงมายังกรุงศรีอยุธยาก่อนกองทัพพม่าจะยกมาถึง พระนางจึงประทับอยู่ในพระนครร่วมกับพระญาติวงศ์ฝ่ายพระราชบิดา ขณะที่พระมหาธรรมราชา พระสวามี นำไพร่พลมาร่วมกับกองทัพของพระเจ้าบุเรงนอง
พระราชพงศาวดารเล่าถึงเหตุการณ์ช่วงปิดล้อมกรุงว่า หลังพระเจ้าบุเรงนองทรงทราบว่า แม่ทัพอยุธยาชื่อ พระยารามเป็นกำลังสำคัญในการรบพุ่งป้องกันเมืองอยู่ จึงปรึกษากับพระมหาธรรมราชาให้ทำอุบายเอาตัวแม่ทัพคนนี้มา เพื่อบั่นทอนกำลังศัตรู ความว่า
“..พระมหาธรรมราชาเห็นด้วย ก็แต่งนายก้อนทอง ข้าหลวงเดิมให้ถือหนังสือลอบเข้าไปถึงขุนสนม ข้าหลวงซึ่งสมเด็จพระเจ้าช้างเผือก (คือสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ)ไปเอาลงมาแต่เมืองพิษณุโลกกับด้วยพระวิสุทธิกษัตรีนั้น ขุนสนมก็ส่งหนังสือนั้นเข้าไปถวายแก่พระเจ้าอยู่หัวฝ่ายใน…”
ความในหนังสือมีเนื้อหาว่า พระยารามช่วยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิทำสงครามต่อต้านพม่า เมื่อสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสด็จสวรรคตแล้ว พระยารามยังสู้รบต่อ เพื่อไม่ให้เสียไมตรีกัน ควรส่งตัวพระยารามถวายพระเจ้าบุเรงนอง สงครามจะได้ยุติ
“พระเจ้าอยู่หัวฝ่ายใน”นำเรื่องไปเล่าให้สมเด็จพระมหินทราธิราชฟัง ทรงปรึกษาข้าราชการแล้วส่งมอบพระยารามไปถวายแก่พระเจ้าบุเรงนอง แต่ทัพพม่ายังไม่ยอมเลิกรา ยังคงปิดล้อมตีเมืองต่อ โดยที่การรบป้องกันพระนครอ่อนแอลงไปมาก
อ. พิเศษ ชี้ว่า เมื่อพิจารณาความในพงศาวดารที่กล่าวถึง นายทองก้อน คนของพระมหาธรรมราชา กับขุนสนม คนในกรุงศรีอยุธยา แปลว่า ทั้งคู่รู้จักกันดี และขุนสนมคงเป็นขุนนางที่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิส่งไปเมืองพิษณุโลกพร้อมด้วยพระวิสุทธิกษัตรี และได้ติดตามพระนางกลับมาอยุธยาด้วย
“พระเจ้าอยู่หัวฝ่ายใน” จึงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากพระวิสุทธิกษัตรี พระมเหสีของพระมหาธรรมราชา
คำเดียวกันนี้ปรากฏอยู่ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพระราชหัตถเลขา 2 ครั้ง และพงศาวดารฉบับอื่น ๆ อีก แสดงให้เห็นว่า สมเด็จพระมหินทราธิราชมีความยำเกรงพระพี่นางของพระองค์มาก จึงยกขึ้นไว้ในตำแหน่งสูงสุดกว่าสตรีใด ๆ ในราชสำนักอยุธยา
พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับ วัน วลิตเล่าด้วยว่า พระนางมีหนังสือโต้ตอบกับพระมหาธรรมราชาหลายครั้ง และมีความเห็นใจพระสวามี ผู้ชักจูงกองทัพพม่ามาทำสงคราม เพราะหากพ่ายแพ้ พระเจ้ากรุงหงสาวดีย่อมทำโทษ จึงให้ความช่วยเหลือฝ่ายพม่าให้สงครามนี้ บ่งชี้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าเมืองพิษณุโลกกับพระมเหสียังคงแนบแน่น จึงร่วมมือกันทำอุบายบั่นทอนกำลังของกรุงศรีอยุธยา
แต่ด้วยทั้ง 2 พระองค์เป็นพระราชบิดากับพระราชมารดาของสมเด็จพระนเรศ มหาราชพระองค์สำคัญของสยาม นักประวัติศาสตร์จำนวนหนึ่งจึงเลือก “มองข้าม” เรื่องราวตรงนี้ไป แล้วกล่าวถึงเหตุการณ์ช่วงดังกล่าวอย่างรวบรัดว่า คืออุบายของพม่าที่ต้องการกำจัดแม่ทัพคนสำคัญของฝ่ายกรุงศรีอยุธยา
ทั้งหมดนี้เป็นหลักฐานว่า ในสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 บุคคลระดับสูงภายในราชสำนักอยุธยาเองแบ่งเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน คือฝ่ายต่อต้านพม่าเต็มกำลัง กับฝ่ายอยากยุติสงครามและเป็นไมตรีกับพม่า ซึ่งก็คือกลุ่มที่ฝักใฝ่พระมหาธรรมราชานั่นเอง
อ่านเพิ่มเติม :
- “ถ้วยทองรองเลือด” ประวัติศาสตร์บาดหมาง (?) ระหว่างบิดา-มารดาสมเด็จพระนเรศ
- ค้นหลักฐานชะตากรรมพระสุพรรณกัลยา “ขัตติยนารี” แห่งอยุธยา และเหตุสิ้นพระชนม์
- สอบหลักฐาน สืบหา “พระมเหสี” ในสมเด็จพระนเรศ ที่หลักฐานไทยไม่เคยกล่าวถึง
สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่
อ้างอิง :
พิเศษ เจียจันทร์พงษ์. (2553). การเมืองในประวัติศาสตร์ ยุคสุโขทัย-อยุธยา พระมหาธรรมราชา กษัตราธิราช. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มติชน.
เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 มีนาคม 2569
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พระเจ้าอยู่หัวฝ่ายใน” ฝักใฝ่พม่าคราวเสียกรุงครั้งที่ 1 คือพระวิสุทธิกษัตรี !?
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com