โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“พระเจ้าอยู่หัวฝ่ายใน” ฝักใฝ่พม่าคราวเสียกรุงครั้งที่ 1 คือพระวิสุทธิกษัตรี !?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 05.07 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 08.32 น.
บ้านเมืองในยามศึกเมื่อกรุงแตก จิตรกรรมฝาผนังสมัยรัชกาลที่ 4 ภายในหอราชพงศานุสรณ์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (ภาพจาก จิตรกรรมแบบสากลสกุลช่างขรัวอินโข่ง, 2522)

“พระวิสุทธิกษัตรี” พระราชมารดาในสมเด็จพระนเรศ ฝักใฝ่พม่าในเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งแรก?

ในเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 พ.ศ. 2112 ขุนนางอยุธยาที่ให้ความช่วยเหลือกองทัพพม่าของพระเจ้าบุเรงนอง อำนวยความสะดวกให้ข้าศึกบุกเข้ามาในกำแพงเมือง จนถูกตราหน้าว่าเป็นคนทรยศต่อแผ่นดิน คือ พระยาจักรี

ขณะที่กองทัพพม่าที่ปิดล้อมกรุงศรีอยุธยา ยังมีเจ้านายระดับสูงของฝ่ายสยามอีกพระองค์คือ พระมหาธรรมราชา ผู้ปกครองเมืองพิษณุโลก และกำกับควบคุมหัวเมืองในแคว้นสุโขทัยเดิม นำกองทัพหัวเมืองเหนือมาร่วมกับกองทัพของพระเจ้าบุเรงนองด้วย

ประวัติศาสตร์ไทยเล่าเหตุการณ์ช่วงนี้ว่า หลังจากสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสด็จสวรรคต แล้วสมเด็จพระมหินทราธิราชเสวยราชย์ท่ามกลางสงครามติดพัน ประกอบกับการทรยศของพระยาจักรี พม่าจึงสามารถตีหักเอากรุงศรีอยุธยาได้ในที่สุด

อ. พิเศษ เจียจันทร์พงษ์เผยว่า ยังมีอีกบุคคลหนึ่งในกำแพงพระนคร ที่ดูจะเป็นใจให้ฝ่ายพม่า แต่บทเรียนประวัติศาสตร์ไทยมองข้ามไป พระราชพงศาวดารอยุธยาเรียกว่า “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฝ่ายใน” ซึ่งหมายถึง พระวิสุทธิกษัตรี

พระนางเป็นเจ้านายสตรีที่เกี่ยวข้องกับกษัตริย์อยุธยาหลายพระองค์ เป็นพระราชธิดาในสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ พระพี่นางเธอในสมเด็จพระมหินทราธิราช พระมเหสีในสมเด็จพระมหาธรรมราชา และพระราชมารดาในสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

ในสงครามครั้งนั้น ราชสำนักอยุธยาเชิญเสด็จพระนางจากเมืองพิษณุโลกลงมายังกรุงศรีอยุธยาก่อนกองทัพพม่าจะยกมาถึง พระนางจึงประทับอยู่ในพระนครร่วมกับพระญาติวงศ์ฝ่ายพระราชบิดา ขณะที่พระมหาธรรมราชา พระสวามี นำไพร่พลมาร่วมกับกองทัพของพระเจ้าบุเรงนอง

พระราชพงศาวดารเล่าถึงเหตุการณ์ช่วงปิดล้อมกรุงว่า หลังพระเจ้าบุเรงนองทรงทราบว่า แม่ทัพอยุธยาชื่อ พระยารามเป็นกำลังสำคัญในการรบพุ่งป้องกันเมืองอยู่ จึงปรึกษากับพระมหาธรรมราชาให้ทำอุบายเอาตัวแม่ทัพคนนี้มา เพื่อบั่นทอนกำลังศัตรู ความว่า

“..พระมหาธรรมราชาเห็นด้วย ก็แต่งนายก้อนทอง ข้าหลวงเดิมให้ถือหนังสือลอบเข้าไปถึงขุนสนม ข้าหลวงซึ่งสมเด็จพระเจ้าช้างเผือก (คือสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ)ไปเอาลงมาแต่เมืองพิษณุโลกกับด้วยพระวิสุทธิกษัตรีนั้น ขุนสนมก็ส่งหนังสือนั้นเข้าไปถวายแก่พระเจ้าอยู่หัวฝ่ายใน…”

ความในหนังสือมีเนื้อหาว่า พระยารามช่วยสมเด็จพระมหาจักรพรรดิทำสงครามต่อต้านพม่า เมื่อสมเด็จพระมหาจักรพรรดิเสด็จสวรรคตแล้ว พระยารามยังสู้รบต่อ เพื่อไม่ให้เสียไมตรีกัน ควรส่งตัวพระยารามถวายพระเจ้าบุเรงนอง สงครามจะได้ยุติ

“พระเจ้าอยู่หัวฝ่ายใน”นำเรื่องไปเล่าให้สมเด็จพระมหินทราธิราชฟัง ทรงปรึกษาข้าราชการแล้วส่งมอบพระยารามไปถวายแก่พระเจ้าบุเรงนอง แต่ทัพพม่ายังไม่ยอมเลิกรา ยังคงปิดล้อมตีเมืองต่อ โดยที่การรบป้องกันพระนครอ่อนแอลงไปมาก

อ. พิเศษ ชี้ว่า เมื่อพิจารณาความในพงศาวดารที่กล่าวถึง นายทองก้อน คนของพระมหาธรรมราชา กับขุนสนม คนในกรุงศรีอยุธยา แปลว่า ทั้งคู่รู้จักกันดี และขุนสนมคงเป็นขุนนางที่สมเด็จพระมหาจักรพรรดิส่งไปเมืองพิษณุโลกพร้อมด้วยพระวิสุทธิกษัตรี และได้ติดตามพระนางกลับมาอยุธยาด้วย

“พระเจ้าอยู่หัวฝ่ายใน” จึงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากพระวิสุทธิกษัตรี พระมเหสีของพระมหาธรรมราชา

คำเดียวกันนี้ปรากฏอยู่ในพระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยาฉบับพระราชหัตถเลขา 2 ครั้ง และพงศาวดารฉบับอื่น ๆ อีก แสดงให้เห็นว่า สมเด็จพระมหินทราธิราชมีความยำเกรงพระพี่นางของพระองค์มาก จึงยกขึ้นไว้ในตำแหน่งสูงสุดกว่าสตรีใด ๆ ในราชสำนักอยุธยา

พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับ วัน วลิตเล่าด้วยว่า พระนางมีหนังสือโต้ตอบกับพระมหาธรรมราชาหลายครั้ง และมีความเห็นใจพระสวามี ผู้ชักจูงกองทัพพม่ามาทำสงคราม เพราะหากพ่ายแพ้ พระเจ้ากรุงหงสาวดีย่อมทำโทษ จึงให้ความช่วยเหลือฝ่ายพม่าให้สงครามนี้ บ่งชี้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าเมืองพิษณุโลกกับพระมเหสียังคงแนบแน่น จึงร่วมมือกันทำอุบายบั่นทอนกำลังของกรุงศรีอยุธยา

แต่ด้วยทั้ง 2 พระองค์เป็นพระราชบิดากับพระราชมารดาของสมเด็จพระนเรศ มหาราชพระองค์สำคัญของสยาม นักประวัติศาสตร์จำนวนหนึ่งจึงเลือก “มองข้าม” เรื่องราวตรงนี้ไป แล้วกล่าวถึงเหตุการณ์ช่วงดังกล่าวอย่างรวบรัดว่า คืออุบายของพม่าที่ต้องการกำจัดแม่ทัพคนสำคัญของฝ่ายกรุงศรีอยุธยา

ทั้งหมดนี้เป็นหลักฐานว่า ในสงครามเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 1 บุคคลระดับสูงภายในราชสำนักอยุธยาเองแบ่งเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน คือฝ่ายต่อต้านพม่าเต็มกำลัง กับฝ่ายอยากยุติสงครามและเป็นไมตรีกับพม่า ซึ่งก็คือกลุ่มที่ฝักใฝ่พระมหาธรรมราชานั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

พิเศษ เจียจันทร์พงษ์. (2553). การเมืองในประวัติศาสตร์ ยุคสุโขทัย-อยุธยา พระมหาธรรมราชา กษัตราธิราช. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 17 มีนาคม 2569

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “พระเจ้าอยู่หัวฝ่ายใน” ฝักใฝ่พม่าคราวเสียกรุงครั้งที่ 1 คือพระวิสุทธิกษัตรี !?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...