ดาวโจนส์บวก 387 จุด ดีดรับน้ำมันย่อตัว-หุ้น AI หนุนตลาด ขณะจับตาประชุมเฟด
ดาวโจนส์บวก 387 จุด ดีดรับน้ำมันย่อตัว-หุ้น AI หนุนตลาด ขณะจับตาประชุมเฟด
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -17 มี.ค. 69 6:56: น.
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกอย่างแข็งแกร่งในวันจันทร์ (16 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากหุ้นที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังมีรายงานว่า Meta Platforms เตรียมปลดพนักงานครั้งใหญ่ รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลง ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 46,946.41 จุด เพิ่มขึ้น 387.94 จุด (+0.83%), ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 6,699.38 จุด เพิ่มขึ้น 67.19 จุด (+1.01%) และดัชนีแนสแดคปิดที่ 22,374.18 จุด เพิ่มขึ้น 268.82 จุด (+1.22%)
บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แรงบวกจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง หลังสหรัฐฯ ระบุว่าไม่ขัดข้องหากเรือบางส่วนของอิหร่าน อินเดีย และจีน แล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
เทอร์รี แซนด์เวน หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นของ U.S. Bank Wealth Management มองว่า รายงานข่าวที่ว่าเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านกำลังเคลื่อนผ่านหรือกำลังจะเคลื่อนผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ถือเป็นปัจจัยบวกต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจโลก แต่ภาพรวมในระยะข้างหน้ายังคงเต็มไปด้วยความผันผวนและความไม่แน่นอน โดยยังไม่มีความชัดเจนว่าความขัดแย้งจะยุติลงเมื่อใด
ขณะเดียวกัน ราคาพลังงานที่อยู่ในระดับสูงมีแนวโน้มเป็นวาระสำคัญในการประชุมธนาคารกลางทั่วโลกในสัปดาห์นี้ ตลาดยังคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในการประชุมที่กำลังจะมีขึ้น ขณะที่ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า นักลงทุนได้ปรับเลื่อนคาดการณ์ที่ว่า เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ออกไปหลังเดือนต.ค. จากเดิมที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนก.ค.
เจมส์ แม็คแคน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของ Edward Jones ระบุว่า มีเหตุผลหลายประการที่ควรใช้ความระมัดระวังในการตีความสัญญาณจากการประชุมครั้งนี้ ข้อแรกคือ ความผันผวนของราคาน้ำมันอาจทำให้มุมมองของเฟดเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และข้อสองคือ ตลาดอาจให้น้ำหนักต่อถ้อยแถลงของเจอโรม พาวเวลล์น้อยลง เนื่องจากการประชุมครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในครั้งสุดท้ายในวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดของเขา
แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปรับตัวลดลงตลอดสามสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังคงทำผลงานได้ดีกว่าตลาดหุ้นทั่วโลก โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยีที่ก่อนหน้านี้ปรับตัวลงแรง อีกทั้งสหรัฐฯ ยังเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันสุทธิรายใหญ่ อย่างไรก็ตาม ดัชนี S&P 500 ยังลดลงประมาณ 2% นับตั้งแต่ต้นปีนี้
ข้อมูลเศรษฐกิจที่รายงานล่าสุด พบว่า การผลิตภาคอุตสาหกรรมของสหรัฐฯ ในเดือนก.พ. เพิ่มขึ้น 0.2% สูงกว่าที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.1%
หุ้น 11 กลุ่มในดัชนี S&P 500 ปรับตัวขึ้นทั้งหมด โดยกลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศพุ่งนำตลาด เพิ่มขึ้น 1.39% รองลงมาคือกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย เพิ่มขึ้น 1.34% ขณะที่ดัชนี CBOE volatility indexซึ่งเป็นมาตรวัดความผันผวนของวอลล์สตรีท ลดลง 3.5 จุด อยู่ที่ระดับ 23.7 ส่วนดัชนี Russell 2000 ซึ่งอ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย เพิ่มขึ้น 0.94%
ภาพรวมหุ้นรายตัว
- หุ้น Meta พุ่งขึ้น 2.3% หลังสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า บริษัทมีแผนลดจำนวนพนักงานอย่างน้อย 20% เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI และเตรียมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยนำเครื่องมือ AI เข้ามาช่วยพนักงาน
- หุ้น Nvidia ปิดเพิ่มขึ้น 1.6% หลังเจนเซน หวง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในการประชุมนักพัฒนาประจำปีของบริษัท Nvidia GTC 2026
- หุ้น Tesla เพิ่มขึ้น 1.1% หลังอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่าโครงการ Terafab ซึ่งเป็นโครงการผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ของบริษัท จะเปิดตัวภายในเจ็ดวัน
- หุ้น Micron Technology ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำ พุ่งขึ้น 3.7% หลังประกาศแผนสร้างโรงงานผลิตแห่งที่สองในไต้หวัน
- หุ้นกลุ่มการท่องเที่ยวปรับตัวขึ้น นำโดยหุ้น Delta Air Lines เพิ่มขึ้น 3.5% และหุ้น Norwegian Cruise Line เพิ่มขึ้น 5.1% จากแรงหนุนราคาน้ำมันที่ลดลง
- หุ้นคริปโต Strategy Inc เพิ่มขึ้น 5.6% หลังราคาบิตคอยน์ปรับตัวขึ้นราว 3%
- หุ้น Dollar Treeผู้ค้าปลีกสินค้าราคาประหยัด พุ่งขึ้น 6.4% หลังส่งสัญญาณว่าอาจได้รับประโยชน์จากมาตรการภาษีศุลกากรในระยะใกล้
ภาพรวมปริมาณการซื้อขาย
- ปริมาณการซื้อขายโดยรวมในตลาดหุ้นสหรัฐฯ อยู่ที่ 17,400 ล้านหุ้น ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยตลอด 20 วัน ซึ่งอยู่ที่ 19,900 ล้านหุ้น
- ดัชนี S&P 500 มีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ ในรอบ 52 สัปดาห์ จำนวน 16 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 10 ตัว ส่วนดัชนีแนสแดคมีหุ้นทำจุดสูงสุดใหม่ 51 ตัว และจุดต่ำสุดใหม่ 138 ตัว
ที่มา Reuters
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ