โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพถ่ายสุดแปลกตา เมื่อดาวเสาร์มืดสนิท แต่วงแหวนสว่างไสว ผ่านมุมมองของกล้องเจมส์ เวบบ์

SPACEMAN

อัพเดต 17 มี.ค. เวลา 11.02 น. • เผยแพร่ 17 มี.ค. เวลา 04.02 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

ใคร ๆ ก็คงคุ้นเคยกับภาพของ "ดาวเสาร์" (Saturn) ในฐานะดาวเคราะห์แก๊สสีเหลืองนวลที่มีวงแหวนสว่างไสวล้อมรอบตระการตา แต่คุณเคยจินตนาการหรือไม่ว่า หากเรามองดาวเสาร์ด้วยดวงตาที่มองเห็นรังสีความร้อนแทนแสงสว่างปกติ รูปลักษณ์ของราชาแห่งวงแหวนดวงนี้จะเปลี่ยนไปอย่างไร?

เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2566 กล้องโทรทรรศน์อวกาศที่ทรงพลังที่สุดแห่งยุคอย่าง กล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ (James Webb Space Telescope: JWST) ได้หันหน้าเข้าหาดาวเสาร์ เพื่อทำการสังเกตการณ์ในช่วงคลื่นอินฟราเรดย่านใกล้ (Near-Infrared) เป็นครั้งแรกผ่านอุปกรณ์ NIRCam และภาพที่ได้ออกมานั้นก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักดาราศาสตร์ทั่วโลก

- ทำไมดาวเสาร์จึง "มืดสนิท" ในภาพนี้?

จากข้อมูลที่บันทึกได้ ตัวดาวเสาร์กลับปรากฏเป็นสีมืดมิดแทบจะกลืนไปกับอวกาศเบื้องหลัง ซึ่งผิดไปจากภาพที่เราคุ้นตาอย่างสิ้นเชิง สาเหตุทางวิทยาศาสตร์ที่อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์นี้ คือองค์ประกอบทางเคมีในชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์นั่นเอง

ชั้นบรรยากาศของดาวเสาร์อุดมไปด้วยแก๊สมีเทน (Methane) ซึ่งแก๊สชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษในการดูดกลืนแสงอาทิตย์ที่ตกกระทบลงมาในย่านความถี่อินฟราเรดเกือบทั้งหมด เมื่อแสงถูกดูดกลืนไปและไม่มีการสะท้อนกลับมาเข้าสู่ตัวรับภาพของเจมส์ เว็บบ์ ตัวดาวเคราะห์จึงปรากฏเป็นสีดำมืดมิดในภาพถ่ายความยาวคลื่นนี้นั่นเอง

- ความลับของวงแหวนที่สว่างไสว

ในทางตรงกันข้าม วงแหวนของดาวเสาร์กลับไม่ได้มืดตามตัวดาวเคราะห์ แต่มันกลับสว่างเจิดจ้าและโดดเด่นขึ้นมาอย่างชัดเจน เหตุผลก็คือ วงแหวนของดาวเสาร์ไม่ได้ประกอบด้วยแก๊ส แต่ประกอบด้วย "เศษน้ำแข็ง" (Icy particles) เป็นหลัก ซึ่งน้ำแข็งเหล่านี้ไม่ได้มีคุณสมบัติในการดูดกลืนแสงอินฟราเรดย่านใกล้แบบเดียวกับแก๊สมีเทน มันจึงยังคงสะท้อนแสงอาทิตย์ได้ดี ทำให้วงแหวนสว่างไสวตัดกับความมืดมิดของตัวดาวเคราะห์อย่างงดงาม ก่อให้เกิดภาพลักษณ์ของดาวเสาร์ที่ดูแปลกตาและลึกลับกว่าที่เคย

ภาพถ่ายดาวเสาร์จากกล้อง NIRCam ของเจมส์ เว็บบ์ ไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาพถ่ายทางดาราศาสตร์ที่แปลกใหม่และสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นเสมือน "ลายพิมพ์นิ้วมือ" ทางเคมีที่ช่วยให้นักวิทยาศาสตร์สามารถศึกษาการกระจายตัวของแก๊ส โครงสร้างของชั้นบรรยากาศ และการสะท้อนแสงของวงแหวนได้อย่างละเอียดลึกซึ้งยิ่งขึ้น การมองจักรวาลในความยาวคลื่นที่ตาของมนุษย์มองไม่เห็น เปิดประตูสู่ความรู้ใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยคาดคิดมาก่อน

ระบบสุริยะของเรายังมีปริศนาอีกมากมายที่รอการค้นพบ คุณคิดว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศเจมส์ เวบบ์ จะพาเราไปพบกับความลับอะไรที่ซ่อนอยู่ใต้ชั้นเมฆของดาวเคราะห์ดวงอื่นในอนาคตอีกบ้าง?

ข้อมูลอ้างอิงและที่มาภาพ: NASA, ESA, CSA, Matthew Tiscareno (SETI Institute)

  • Webb’s First Near-Infrared View of Saturn
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...