โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สอวช. จับมือ มจธ. เปิดหลักสูตร STIP08 ปั้นนักนโยบายยุคใหม่ ด้วยแนวคิด Mission-Oriented

MATICHON ONLINE

อัพเดต 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สอวช. จับมือ มจธ. เปิดหลักสูตร STIP08 ปั้นนักนโยบายยุคใหม่ ด้วยแนวคิด Mission-Oriented

เมี่อวันที่ 25 เมษายน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ร่วมกับสถาบันนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม (STIPI) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) เปิดหลักสูตรการออกแบบนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม รุ่นที่ 8 (STI Policy Design: STIP08) มุ่งพัฒนานักนโยบายรุ่นใหม่ให้สามารถขับเคลื่อนประเทศท่ามกลางความท้าทายระดับโลก ด้วยแนวทางนโยบายแบบมุ่งเน้นพันธกิจ (Mission-oriented Innovation Policies: MOIP)

ดร.สุรชัย สถิตคุณารัตน์ ผู้อำนวยการ สอวช. ระบุว่า โลกปัจจุบันเผชิญความผันผวนสูง ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และปัญหาพลังงาน ซึ่งล้วนส่งผลต่อทิศทางการพัฒนาประเทศและการกำหนดนโยบาย จึงจำเป็นต้องพัฒนาศักยภาพผู้กำหนดนโยบายให้สามารถออกแบบนโยบายที่สอดคล้องกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยหลักสูตร STIP ได้พัฒนารูปแบบการเรียนรู้ต่อเนื่องทุกปี เพื่อให้ตอบโจทย์สถานการณ์จริงมากยิ่งขึ้น

สำหรับ หลักสูตร STIP08 มีเป้าหมายสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การพัฒนานโยบายด้าน อววน. และนโยบายสาธารณะบนฐานข้อมูลเชิงลึก (Data-Driven) ให้สอดคล้องกับภาคส่วนต่าง ๆ การมุ่งเน้นการฝึกปฏิบัติจริงเพื่อแปลง “งานวิจัยและนโยบาย” สู่ “ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและสังคม” (Research to Impact) ผ่านการจัดทำข้อเสนอนโยบายที่ใช้ได้จริง และการสร้างเครือข่ายนักพัฒนานโยบายเพื่อลดการทำงานแบบแยกส่วน (Silo) และผลักดันนโยบายสู่การปฏิบัติ

ด้าน รศ. ดร.สุวิทย์ แซ่เตีย อธิการบดี มจธ. กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงทั้งในระดับโลกและประเทศ ทำให้การขับเคลื่อนนโยบายต้องอาศัยข้อมูลจริงเป็นฐานสำคัญ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างตรงจุด ผู้เข้าร่วมอบรมในฐานะนักออกแบบนโยบายจึงมีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงการให้ความสำคัญกับการประเมินผลนโยบาย เพื่อให้มั่นใจว่านโยบายมีประสิทธิภาพและก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่แท้จริง

ภายในการปฐมนิเทศหลักสูตร ดร.สุชาต อุดมโสภกิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สอวช. ได้ชี้แจงวัตถุประสงค์ของหลักสูตรในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการออกแบบนโยบาย อววน. และนโยบายสาธารณะ ให้สามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ได้จริง พร้อมสร้างเครือข่ายนักนโยบายของประเทศ ขณะที่ ดร.แบ๊งค์ งามอรุณโชติ ผู้อำนวยการ STIPI มจธ. อธิบายโครงสร้างหลักสูตรที่ครอบคลุมตั้งแต่การวิเคราะห์ปัญหาและโอกาส การเลือกใช้เครื่องมือนโยบาย การวิเคราะห์ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การประเมินงบประมาณและผลกระทบ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือเชิงนโยบาย โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมอบรม 42 คน จาก 31 หน่วยงาน

ในโอกาสนี้ ดร.สุรชัย ยังได้บรรยายหัวข้อ “แนวทางการพัฒนานโยบายโดยหลักการนโยบายนวัตกรรมที่มุ่งเน้นพันธกิจ (MOIP)” โดยเน้นการแปลงโจทย์ระดับประเทศให้เป็นภารกิจที่ชัดเจน เพื่อขับเคลื่อนการวิจัย นวัตกรรม และการศึกษาอย่างตรงเป้าหมาย ผ่านแนวคิด Portfolio of Innovation และการบูรณาการทรัพยากรข้ามสาขา เปลี่ยนจากการพัฒนาแบบรายสาขา (Sector-based) สู่การมุ่งผลลัพธ์เชิงภารกิจที่วัดผลได้ภายในกรอบเวลาที่ชัดเจน

พร้อมกันนี้ ยังได้สะท้อนทิศทางการจัดทำกรอบนโยบาย อววน. พ.ศ. 2571–2575 ที่มุ่งใช้วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมในการแก้โจทย์ประเทศและสร้างโอกาสใหม่ โดยใช้แนวทาง Mission Portfolio เพื่อบริหารโครงการอย่างยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนทรัพยากรและสำรวจทางเลือกที่หลากหลาย เพื่อบรรลุเป้าหมายร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

ด้าน ดร.สิริพร พิทยโสภณ รองผู้อำนวยการ สอวช. กล่าวถึงความท้าทายในการพัฒนาประเทศด้วย อววน. ว่า เกิดจาก 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ความท้าทายระดับโลก โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความกังวลด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจจากภูมิรัฐศาสตร์ และการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีพลิกผัน (Disruptive Technologies) เช่น ปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีชีวภาพ และควอนตัม

ทั้งนี้ ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการติดตามและประเมินผลนโยบายเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบ (Transformative Change) โดยต้องตั้งคำถามเชิงยุทธศาสตร์อย่างต่อเนื่อง และนำผลประเมินไปปรับปรุงทิศทางนโยบายและการลงทุนให้สอดคล้องกับเป้าหมายประเทศ

ตัวอย่างการขับเคลื่อนเชิงนโยบาย ได้แก่ การปรับปรุงกระบวนการด้านกฎระเบียบเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมอาหารอนาคต (Future Food) ผ่านการปรับบัญชี Health Claims ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ลดระยะเวลาการเข้าสู่ตลาด และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ ยังมีการผลักดันนโยบายส่งเสริมผู้ประกอบการนวัตกรรม (Innovation-driven Enterprise) ผ่านการปรับกฎหมาย การพัฒนาระบบนิเวศธุรกิจนวัตกรรม การสร้างแพลตฟอร์มขยายตลาด (E-Commercial and Innovation Platform: ECIP) การสนับสนุนการร่วมลงทุนผ่านกลไก University Holding Company (UHC) และนโยบาย Offset เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก

หลักสูตร STIP08 จึงถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนากำลังคนด้านนโยบาย ที่พร้อมเชื่อมโยงองค์ความรู้ งานวิจัย และการขับเคลื่อนเชิงระบบ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถของประเทศในการรับมือกับความท้าทายและสร้างโอกาสใหม่ในอนาคตอย่างยั่งยืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สอวช. จับมือ มจธ. เปิดหลักสูตร STIP08 ปั้นนักนโยบายยุคใหม่ ด้วยแนวคิด Mission-Oriented

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...