โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“ราคาน้ำมันโลก” พุ่งสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี หลังเจรจาอิหร่านยังไม่คลี่คลาย

การเงินธนาคาร

อัพเดต 28 มี.ค. เวลา 13.50 น. • เผยแพร่ 28 มี.ค. เวลา 06.50 น.

"ราคาน้ำมันโลก" พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 ปี ท่ามกลางความกังวลด้านอุปทานในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย แม้สหรัฐฯ จะเดินหน้าเจรจากับอิหร่าน ขณะที่สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงเปราะบาง

วันที่ 28 มี.ค. 2569 เวลา 02.12 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า ราคาน้ำมันโลกปิดตลาดวันศุกร์ (27 มี.ค.) ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบมากกว่า 3 ปี ท่ามกลางความกังวลเรื่องอุปทานในตะวันออกกลางที่ยังไม่คลี่คลาย แม้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะหันมาใช้แนวทางเจรจากับอิหร่านก็ตาม

*ราคาน้ำมันดิบสหรัฐ (WTI) ปรับตัวขึ้น 5.46% ปิดที่ 99.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ น้ำมันดิบเบรนท์ เพิ่มขึ้น 4.22% ปิดที่ 112.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2022 ช่วงที่สงครามรัสเซีย-ยูเครนสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อตลาดพลังงาน*

ระหว่างวัน น้ำมันดิบสหรัฐเคยพุ่งแตะ 100.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ก่อนจะอ่อนตัวลงเล็กน้อย โดยตลอดทั้งสัปดาห์ WTI ปรับขึ้นราว 1% ส่วนเบรนท์ทรงตัว

ด้านนโยบายสหรัฐฯ ทรัมป์ได้ให้เวลาอิหร่านเพิ่มอีก 10 วัน เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก แต่ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังไม่สามารถลดความกังวลของตลาดได้ แม้ทรัมป์จะระบุว่าการเจรจา “เป็นไปด้วยดีมาก” และประกาศระงับการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานของอิหร่านไปจนถึงวันที่ 6 เมษายน ขณะที่อิหร่านยังไม่ได้แสดงความเห็นต่อท่าทีล่าสุดนี้

ในฝั่งการขนส่ง มีรายงานว่าเรือคอนเทนเนอร์ 2 ลำของบริษัท China Ocean Shipping Company (COSCO) พยายามผ่านช่องแคบฮอร์มุซแต่ถูกปฏิเสธ โดยนับเป็นความพยายามครั้งแรกของสายเรือรายใหญ่ตั้งแต่เกิดสงคราม สะท้อนว่าสถานการณ์ในพื้นที่ยังคงไม่เสถียร

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ระบุว่าอิหร่านได้อนุญาตให้เรือบรรทุกน้ำมัน 10 ลำผ่านช่องแคบในสัปดาห์นี้ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาความกังวลด้านอุปทานในระยะสั้น

ตลาดยังคงจับตาสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังเป็นปัจจัยสำคัญที่เพิ่มความผันผวนให้กับราคาพลังงาน

นักวิเคราะห์จาก Rystad Energy ระบุว่า แม้ตลาดจะสามารถรับมือกับการหยุดชะงักในช่วงแรกได้จากปริมาณน้ำมันสำรองและอุปทานส่วนเกินก่อนเกิดสงคราม แต่สถานการณ์ดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไป โดยระบบอุปทานน้ำมันโลกได้เปลี่ยนจาก “มีตัวกันชน” ไปสู่ “เปราะบาง” มากขึ้น หลังเผชิญการสูญเสียอุปทานและการลดลงของสต็อกต่อเนื่องหลายสัปดาห์

ทั้งนี้ คาดว่าการหยุดชะงักในช่องแคบฮอร์มุซกระทบต่อปริมาณน้ำมันและเชื้อเพลิงราว 17.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน และทำให้ปริมาณของเหลวในตลาดหายไปสะสมเกือบ 500 ล้านบาร์เรลแล้ว ซึ่งยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อแรงกระแทกใหม่ในตลาดน้ำมันโลกในระยะถัดไป

อ้างอิง : www.cnbc.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...