ปชน. ฉะ ไม่ใช่เรื่องใหม่ นักการเมืองหญิงถูกด้อยค่าเรื่องแต่งกาย ชี้ สภาไม่ควรปล่อยให้การเหยียดเพศเป็นปกติ
ปชน. ฉะ ไม่ใช่เรื่องใหม่ นักการเมืองหญิงถูกด้อยค่าเรื่องแต่งกาย ชี้ สภาไม่ควรปล่อยให้การเหยียดเพศเป็นเรื่องปกติ
เมื่อวันที่ 30 เมษายนน.ส.ภัสริน รามวงศ์ ส.ส.บางซื่อ-ดุสิต พรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า กรณีการวิพากษ์วิจารณ์การแต่งกายของรักชนก ศรีนอก โดยใช้คำว่า “เร่าร้อน” ไม่ได้เป็นเพียงความเห็นเรื่องความเหมาะสมของการแต่งกายเท่านั้น แต่สะท้อน “กรอบคิดทางเพศ” ที่ฝังรากอยู่ในสังคมการเมืองไทยอย่างชัดเจน คำดังกล่าวมีนัยเชื่อมโยงกับอารมณ์ทางเพศ และการทำให้ผู้หญิงถูกมองผ่านสายตาเชิงกามารมณ์ มากกว่ามองในฐานะ “ผู้แทนประชาชน” ที่กำลังทำหน้าที่ทางการเมือง
นี่คือปัญหาของการทำให้ผู้หญิงกลายเป็น“วัตถุทางเพศ” (sexual objectification) ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการเหยียดเพศและคุกคามทางวาจา เพราะผลลัพธ์คือการลดทอนความน่าเชื่อถือ ความเป็นมืออาชีพ และคุณค่าของผู้หญิงในพื้นที่สาธารณะ
งานศึกษาจำนวนมากชี้ตรงกันว่านักการเมืองหญิงทั่วโลกมักถูกโจมตีเรื่องรูปลักษณ์ เสื้อผ้า อายุ รูปร่าง หรือชีวิตส่วนตัว มากกว่านโยบายและความสามารถ แตกต่างจากนักการเมืองชายอย่างมีนัยสำคัญในทางสังคม การหมกมุ่นกับ “แขนกุด” หรือ “กระโปรงสั้น” ยังสะท้อนวัฒนธรรมที่ใช้ร่างกายผู้หญิงเป็นสนามตัดสินคุณค่าทางศีลธรรม มากกว่าตั้งคำถามต่อสาระสำคัญทางการเมือง เช่น นโยบายเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ความเหลื่อมล้ำ หรือสิทธิมนุษยชน การเมืองจึงถูกลดทอนให้ตื้นเขิน และเบี่ยงเบนจากประเด็นสาธารณะที่ควรได้รับความสนใจอย่างแท้จริง
สภาผู้แทนราษฎรควรเป็นพื้นที่ของเหตุผล วิสัยทัศน์ และการถกเถียงเชิงนโยบาย มิใช่พื้นที่ที่ปล่อยให้การเหยียดเพศกลายเป็นเรื่องปกติ หรือถูกใช้เพื่อด้อยค่าผู้หญิงที่มีบทบาททางการเมือง เพราะเมื่อสังคมยอมรับการโจมตีผู้หญิงด้วยเรื่องเพศ ก็เท่ากับกำลังส่งสัญญาณว่า ผู้หญิงจะถูกตัดสินจากรูปลักษณ์ มากกว่าความคิดและความสามารถ
สื่อ การเมือง และสังคม จะต้องยกระดับการสื่อสารสาธารณะให้สร้างสรรค์และเป็นธรรมมากขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้ภาษาที่ส่อไปทางคุกคามหรือทำให้ผู้หญิงเป็นวัตถุทางเพศ ขณะที่นักการเมืองและสาธารณชนควรร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการวิพากษ์ที่ตั้งอยู่บนเนื้อหา หลักการ และความรับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช่การเหยียดเพศหรือซ้ำเติมอคติเดิมๆ
เกียรติของสภา ไม่ได้อยู่ที่ความยาวแขนเสื้อของผู้หญิง แต่อยู่ที่วุฒิภาวะของผู้คนในสภาและสังคม ว่าจะเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเปิดพื้นที่ทางการเมืองอย่างเท่าเทียมได้มากเพียงใด
นอกจากนี้ น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล หรือปาล์ม ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ยังได้โพสต์เกี่ยวกับประเด็นดังกล่าวโดยระบุว่า ดิฉันรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก กับการนำเสนอที่พาดหัวถึงการแต่งกายของเพื่อน ส.ส. คุณรักชนก ศรีนอก – Rukchanok Srinork ด้วยคำว่า “เร่าร้อน” เพื่อสร้างสีสันให้กับข่าว
การแต่งกายของบุคคลสาธารณะ แน่นอนว่าสามารถวิพากษ์กันได้ว่าเหมาะสมหรือไม่อย่างไร แต่การเลือกใช้คำแบบนี้ มันไม่ใช่แค่การวิจารณ์ธรรมดา แต่มันคือการลดทอนคุณค่า และตอกย้ำมุมมองแบบเดิมๆ ที่มองผู้หญิงเป็นเพียงวัตถุทางเพศ
เอาจริงๆ นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่เลย นี่คือสิ่งที่นักการเมืองหญิงต้องเผชิญซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะเป็นการถูกวิจารณ์เรื่องรูปลักษณ์ การแต่งตัว หรือแม้กระทั่งการถูกพูดจาล่วงละเมิด อย่างกรณีที่น้องจินนี่เคยถูกแทะโลมด้วยคำพูด หรือไอซ์เองที่ถูกขุดเรื่องครอบครัว เอาเรื่องส่วนตัวมาพูดในทางเสียหาย
สิ่งเหล่านี้สะท้อนภาพจำ หรือ stereotype ที่สังคมยังมีต่อนักการเมืองหญิง เรามักถูกตัดสินจากสิ่งที่มองเห็นภายนอก มากกว่าสิ่งที่เราทำจริงๆ ในหน้าที่ ทั้งที่ในวันนี้ ไอซ์ รักชนก กำลังทำหน้าที่ในฐานะผู้แทนราษฎรอย่างจริงจัง ด้วยการนำตัวแทนนายกสมาคมบิลเลียดเข้ายื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 เพื่อปลดล็อกสนุกเกอร์และบิลเลียดออกจากบัญชีการพนัน
นี่คือประเด็นเชิงนโยบายที่มีผลต่อผู้คนในวงกว้าง ทั้งในมิติของอาชีพ กีฬา และโอกาสทางเศรษฐกิจ ซึ่งควรจะเป็นสาระที่สังคมให้ความสนใจ แต่กลับถูกกลบด้วยการวิจารณ์เรื่องการแต่งกายแทน
ที่น่าผิดหวังยิ่งกว่านั้น คือการที่สื่อกระแสหลัก ซึ่งควรจะเข้าใจหลักการสื่อสารอย่างเคารพและรับผิดชอบต่อสังคม กลับเลือกนำเสนอในลักษณะที่ตอกย้ำอคติแบบนี้เสียเอง
การสื่อสารไม่ใช่แค่การเล่าเรื่องให้คนฟัง แต่คือการกำหนดว่า สังคมควรมองเรื่องนี้อย่างไร และคำที่เราเลือกใช้ มันมีพลังมากกว่าที่คิดค่ะ
ล่าสุด ดิฉันเข้าไปดู พบว่าโพสต์ดังกล่าวถูกลบไปแล้ว หวังว่าบทสนทนาและข้อวิพากษ์วิจารณ์ในครั้งนี้ จะส่งไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้อง หวังว่ารายการของคุณจะทบทวนบทบาทของตัวเอง และนำไปสู่การทบทวนวิธีการนำเสนอในอนาคตนะคะ ด้วยความรักและเคารพค่ะ
อย่างไรก็ตาม ช่อ พรรณิการ์ วานิช โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ระบุว่า “แกนนำคณะก้าวหน้า ปี 2026 ยังมีคนจ้องจับผิดว่าชุดเดรสแขนกุดเป็นชุดไม่สุภาพ ไม่เหมาะสมกับการใส่เข้าสภา ไม่ให้เกียรติสถานที่ ไม่นับว่าก่อนหน้านี้สภาเพิ่งประกาศนโยบายถอดสูทประหยัดพลังงาน ให้ผู้แทนราษฎรสามารถถอดเสื้อนอกเข้ามาประชุมได้
สภาเป็นสถานที่อันทรงเกียรติ เพราะเป็นที่ที่ตัวแทนของประชาชนเข้ามาผลักดันวาระ นโยบาย กฎหมาย ที่เป็นประโยชน์กับประชาชน
บุคคลจะมีเกียรติได้ในสถานที่แห่งนี้ ก็ด้วยการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร ให้สมกับภาษีและความไว้วางใจที่ประชาชนทั้งประเทศมอบให้
การตัดสินกันด้วยเครื่องแต่งกาย อาจหมายความว่าเนื้อในของคนเหล่านี้ไม่สามารถนำมากล่าวอ้างได้ว่าเป็นผู้มีเกียรติในฐานะผู้รับใช้ประชาชน”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ปชน. ฉะ ไม่ใช่เรื่องใหม่ นักการเมืองหญิงถูกด้อยค่าเรื่องแต่งกาย ชี้ สภาไม่ควรปล่อยให้การเหยียดเพศเป็นปกติ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th