เงินเฟ้อ เม.ย. 69 พุ่ง 2.89% สูงสุดรอบ 38 เดือน เซ่นพิษน้ำมันโลก-อาหารขึ้นราคา
พาณิชย์เผย เงินเฟ้อ ไทยเดือน เม.ย. 69 ขยับสูงขึ้น 2.89% รับผลกระทบราคาน้ำมันโลกดันราคาพลังงาน-ค่าโดยสารสาธารณะ และอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้น ไตรมาส 1/69 อยู่ที่ -0.54% ชี้แนวโน้ม พ.ค. ยังเป็นบวกต่อเนื่อง ยันไทยยังไม่อยู่ในภาวะ Stagflation
6 พ.ค. 2569 - นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทย เดือน เม.ย. 2569 เท่ากับ 103.03 เมื่อเทียบกับเดือน เม.ย. 2568 ซึ่งเท่ากับ 100.14 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 2.89% เป็นผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังยืดเยื้อ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นจากการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการไปยังราคาจำหน่าย รวมถึงราคาผักสดปรับสูงขึ้นจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด สำหรับราคาสินค้าและบริการอื่น ๆ ส่งผลกระทบต่อภาวะเงินเฟ้อไม่มากนัก
ทั้งนี้ราคาอาหารจานเดียวมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและครอบคลุมหลายพื้นที่ โดยกลุ่มราคาอาหาร 30-40 บาท ปรับขึ้นประมาณ 20.64% ราคา 41-50 บาท ปรับขึ้น 13.36% ราคา 50-60 บาท ปรับขึ้น 16.12%
“ยกตัวอย่างอาหารราคา 30 บาท ขึ้น 20% ก็ประมาณ 6 บาท โดยราคาอาหารจานเดียวเพิ่มขึ้น ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เพราะการส่งผ่านต้นทุนไปยังอาหารจานเดียวเกิดขึ้นเร็วและขึ้นแล้วค่อนข้างลงยาก”
นายนันทพงษ์ เปิดเผยว่า แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อทั่วไป เดือน พ.ค. 2569 คาดว่าจะเป็นบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยสนับสนุนให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น ได้แก่
(1) ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ทรงตัวในระดับสูง จากสถานการณ์ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคตะวันออกกลาง รวมถึงการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงยืดเยื้อ
(2) ราคาอาหารสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นจากการที่ผู้ประกอบการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาจำหน่าย หลังจากได้รับแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นในหลายด้าน
(3) ราคาเนื้อสัตว์ปรับสูงขึ้น ทั้งเนื้อสุกรและเนื้อไก่ จากต้นทุนอาหารสัตว์และต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น
(4) ค่าใช้จ่ายในการเดินทางปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะค่าโดยสารรถประจำทาง และค่าโดยสารเครื่องบินเส้นทางภายในประเทศและระหว่างประเทศ จากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทรงตัวในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
(5) แรงกดดันด้านต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการรายใหญ่เริ่มส่งสัญญาณปรับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อสะท้อนต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น
สำหรับปัจจัยกดดันให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง ได้แก่
(1) ภาครัฐดำเนินมาตรการช่วยเหลือลดภาระค่าครองชีพอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการไทยช่วยไทย
(2) ค่ากระแสไฟฟ้าในเดือน พ.ค. 2569 ลดลงเมื่อเทียบกับปี 2568 แม้จะมีการปรับเพิ่มค่า Ft รอบเดือน พ.ค. - ส.ค. 2569 นอกจากนี้ ในเดือน มิ.ย. 2569 จะมีมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้า โดยมีการปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าใหม่ ผู้ใช้ 200 หน่วยแรก อัตราค่าไฟฟ้าจะไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย
(3) ราคาผลไม้สดที่สำคัญในประเทศยังฟื้นตัวอย่างช้า ๆ
สำหรับในไตรมาส 1 ปี 2569 เงินเฟ้อไทยอยู่ที่ -0.54% โดยเงินเฟ้อไทยไตรมาสนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมัน ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ยังคงคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อทั่วไป ปี 2569 อยู่ระหว่าง 1.5 – 2.5% ค่ากลาง 2.0%
สำหรับความกังวลเรื่อง Stagflation นายนันทพงษ์ กล่าวว่า ปัจจุบันมีความเสี่ยงที่จะเกิด Stagflation ได้ อย่างไรก็ตามปัจจุบันไทยยังไม่ได้อยู่ในภาวะ Stagflation เนื่องจากความจะเกิด Stagflation ได้ ต้องมีภาวะที่เงินเฟ้อสูงและเศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงต้องมีความเสี่ยงจากการบริโภคน้อยลง การลงทุนชะลอตัว การส่งออกสุทธิชะลอตัว การจ้างงานน้อยลง แต่ตอนนี้การส่งออกและการลงทุนของไทยยังขยายตัวได้ดี ขณะที่อัตราการว่างงานไม่ได้อยู่ในระดับสูง ดังนั้นมองว่าภาครัฐต้องมีการออกมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านอุปสงค์ให้มากขึ้น
“เงินเฟ้อไทยเดือน เม.ย. 2569 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 2.89% สูงสุดในรอบ 38 เดือน โดยหลักๆ มาจากราคาอาหารพร้อมทานที่สูงขึ้น น้ำมันเชื้อเพลิง และค่าโดยสารสาธารณะโดยเฉพาะเครื่องบินที่ราคาปรับเพิ่มขึ้นทั้งเที่ยวบินในและต่างประเทศ สำหรับเงินเฟ้อไทย เดือน พ.ค. 69 คาดว่าจะเป็นบวกต่อเนื่องอยู่ที่ 3.06% โดยเป็นผลจากราคาน้ำมันค้าปลีกในประเทศสูงขึ้นตามน้ำมันโลก ราคาอาหารสำเร็จรูปเพิ่มขึ้นจากการส่งผ่านต้นทุน และค่าใช้จ่ายเดินทางปรับสูงขึ้น รวมถึงผู้ประกอบการหลายรายเริ่มส่งสัญญาณปรับต้นทุนราคาอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น”
อัตราเงินเฟ้อไทยเดือน เม.ย. 2569 มีรายละเอียดดังนี้
อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยเมื่อเทียบกับต่างประเทศ ข้อมูลล่าสุดเดือนมีนาคม 2569 พบว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยลดลง 0.08% โดยอยู่ระดับต่ำอันดับ 9 จาก 140 เขตเศรษฐกิจที่ประกาศตัวเลข และต่ำเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซียนจาก 9 ประเทศที่ประกาศตัวเลข (บรูไน ติมอร์-เลสเต มาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม สปป.ลาว)
โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้น 2.89% ในเดือนนี้ มีการเคลื่อนไหวของราคาสินค้าและบริการ ดังนี้
หมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม สูงขึ้น 4.14% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าและบริการสำคัญ โดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มน้ำมันเชื้อเพลิง (น้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซิน) ค่าโดยสารสาธารณะ (ค่าโดยสารเครื่องบิน ค่ารถรับส่งนักเรียน ค่าโดยสารรถตู้ ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ค่าโดยสารรถประจำทางปรับอากาศ) ค่าเช่าบ้าน และสิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ค่าบริการขนขยะ น้ำยาล้างห้องน้ำ น้ำยาล้างจาน) ขณะที่มีสินค้าสำคัญปรับราคาลดลง อาทิ ของใช้ส่วนบุคคล (โฟมล้างหน้า ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว ครีมนวดผม น้ำยาระงับกลิ่นกาย แชมพู) ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าห้องพักโรงแรม และเสื้อผ้า (เสื้อยืดบุรุษ สตรี และเด็ก เสื้อเชิ้ตบุรุษและสตรี กางเกงขายาวบุรุษและสตรี)
หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 0.98% จากการสูงขึ้นของราคาสินค้าสำคัญ อาทิ อาหารสำเร็จรูป (กับข้าวสำเร็จรูป ข้าวราดแกง ก๋วยเตี๋ยว) ผักสด (มะนาว แตงกวา ถั่วฝักยาว ต้นหอม ผักชี ผักกาดขาว ใบกะเพรา) ไข่ไก่ ข้าวสารเจ้า ไก่สด เครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ (กาแฟผงสำเร็จรูป น้ำดื่มบริสุทธิ์ กาแฟ (ร้อน/เย็น)) และปลาและสัตว์น้ำ (ปลาทู ปลาช่อน) อย่างไรก็ตาม มีสินค้าหลายรายการราคาลดลง อาทิ ข้าวสารเหนียว ผลไม้สด (มะม่วง มังคุด เงาะ กล้วยน้ำว้า แก้วมังกร มะพร้าวอ่อน) และมะพร้าวผล (แห้ง/ขูด)
อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน (อัตราเงินเฟ้อทั่วไป เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก) สูงขึ้น 0.83% เร่งตัวขึ้นจากเดือนมีนาคม 2569 ที่สูงขึ้น 0.57%
ด้านดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปเดือนเม.ย.2569 เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคม 2569 สูงขึ้น 2.75% จากการสูงขึ้นของหมวดอื่น ๆ ที่ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม 3.79% โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิง (น้ำมันดีเซล แก๊สโซฮอล์ น้ำมันเบนซิน) สูงขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง
ขณะเดียวกัน ค่าโดยสารสาธารณะ อาทิ ค่าโดยสารเครื่องบิน ค่าโดยสารรถตู้ ค่ารถรับส่งนักเรียน ค่าโดยสารรถประจำทางปรับอากาศ ค่าโดยสารรถเมล์เล็ก/รถสองแถว ค่าโดยสารรถจักรยานยนต์รับจ้าง ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ของใช้ส่วนบุคคล (ผลิตภัณฑ์ป้องกันและบำรุงผิว น้ำยาระงับกลิ่นกาย น้ำหอม ลิปสติก โฟมล้างหน้า) ปรับสูงขึ้นจากการสิ้นสุดช่วงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ
อย่างไรก็ตาม มีสินค้าและบริการที่ราคาปรับลดลง อาทิ สิ่งที่เกี่ยวกับการทำความสะอาด (ผลิตภัณฑ์ซักผ้า น้ำยาล้างจาน น้ำยาถูพื้น น้ำยาปรับผ้านุ่ม) ค่าธรรมเนียมผ่านทางพิเศษ ค่าห้องพักโรงแรม และของใช้ส่วนบุคคลบางชนิด (แชมพู ยาสีฟัน ผ้าอนามัย แป้งทาผิวกาย ครีมนวดผม) และหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ สูงขึ้น 1.13% ปรับสูงขึ้นตามราคาสินค้าสำคัญ อาทิ ผักสด (มะนาว แตงกวา ถั่วฝักยาว ผักกาดขาว มะเขือเทศ) และไข่ไก่ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ส่งผลให้ปริมาณผลผลิตเข้าสู่ตลาดลดลง ประกอบกับราคาเนื้อสุกร และไก่สด ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนด้านอาหารสัตว์และค่าขนส่ง นอกจากนี้ มีการปรับสูงขึ้นของอาหารสั่ง (Delivery) เนื่องจากสิ้นสุดช่วงจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ สำหรับก๋วยเตี๋ยว กับข้าวสำเร็จรูป และข้าวราดแกง ปรับสูงขึ้นจากต้นทุนเพิ่มขึ้น ขณะที่มีสินค้าที่ราคาปรับตัวลดลง อาทิ ผลไม้สด (มะม่วง แก้วมังกร กล้วยน้ำว้า) ข้าวสารเจ้า ไก่ย่าง น้ำพริกแกง น้ำอัดลม และกะทิสำเร็จรูป
สำหรับดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป เฉลี่ย 4 เดือน (ม.ค. – เม.ย.) ของปี 2569 เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568 สูงขึ้น 0.32%