โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พบช่องโหว่ความปลอดภัยบน Windows Active Directory เปิดช่องให้แฮกเกอร์รันโค้ดอันตรายลงเครื่อง

Thaiware

อัพเดต 06 พ.ค. เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. เวลา 10.00 น. • Sarun_ss777
ถึงแม้ช่องโหว่ดังกล่าวจะมีอันตรายสูง แต่ผู้ใช้จะต้องอยู่ภายในระบบ Active Directory ขององค์กรแล้วเท่านั้น

ระบบปฏิบัติการ Windows นั้นนอกจากจะเป็นที่นิยมในการใช้งานทั่วไปแล้ว ยังเป็นที่นิยมในการนำมาใช้ในการจัดการระบบภายในองค์กรอีกด้วย ทำให้ Windows บางรุ่นจะมีระบบจัดการสำหรับใช้งานภายในองค์กรอย่างมืออาชีพ เช่น ระบบ Windows Active Directory ที่เป็นเครื่องมือสำหรับการจัดการผู้ใช้งาน (User) และทรัพยากร (Resource) ภายใน ซึ่งถ้าระบบนี้มีช่องโหว่ก็มักจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปด้วย

จากรายงานโดยเว็บไซต์ Cyber Security News ได้กล่าวถึงการตรวจพบช่องโหว่บนระบบ Windows Active Directory ในช่วงวันที่ 14 เมษายน ที่ผ่านมา โดยช่องโหว่ดังกล่าวนั้นถูกตั้งรหัสว่า CVE-2026-33826 ที่มาพร้อมคะแนนความอันตราย หรือ CVSS Score ที่สูงถึง 8.0 จัดว่าสูง และอันตรายมาก ซึ่งช่องโหว่นี้นั้นเป็นช่องโหว่ความปลอดภัยที่เกิดจากการจัดการตรวจสอบความถูกต้องของการป้อนค่าที่ไม่เรียบร้อย (Improper Input Validation) ส่งผลให้แฮกเกอร์สามารถทำการรันโค้ดจากระยะไกล (RCE หรือ Remote Code Execution) ซึ่งโค้ดดังกล่าวนั้นจะถูกรันด้วยสิทธิ์ระดับเดียวกับ RPC (Remote Procedure Call) ส่งผลให้แฮกเกอร์สามารถเข้าควบคุม Windows Active Directory และเข้าแก้ไขการตั้งค่า (Configuration) ได้ นอกจากนั้นช่องโหว่นี้ยังสามารถใช้งานได้ง่ายโดยไม่ต้องมีความรู้ด้านเทคนิคที่สูงมาก ทั้งฝั่งเหยื่อนั้นก็ไม่จำเป็นต้องโต้ตอบ (Interaction) เพื่อให้ช่องโหว่ทำงานอีกด้วย

ทว่าช่องโหว่นี้ก็ยังมีข้อจำกัดคือ เป็นช่องโหว่ที่ต้องใช้ในระยะใกล้เท่านั้น ซึ่งหมายถึงแฮกเกอร์จะต้องเป็นคนที่อยู่ภายในระบบหรือในองค์กรเป้าหมายอยู่แล้ว ทั้งยังต้องได้รับอนุญาตในการเข้าใช้งานส่วน Active Directory ที่ถูกจำกัดการเข้าถึง (Restricted) ตั้งแต่แรกแล้วถึงจะสามารถเข้าใช้งานช่องโหว่ดังกล่าวได้ เรียกว่าการโจมตีจะเกิดขึ้นได้เมื่อองค์กรมีกลุ่ม “เกลือเป็นหนอน” ที่ใช้งานช่องโหว่ดังกล่าวเท่านั้น

ช่องโหว่นี้ปรากฏอยู่บน Windows Server มากมายหลายรุ่น ทว่าทางไมโครซอฟท์ก็ได้ทำการออกอัปเดตเพื่ออุดช่องโหว่นี้ออกมาอย่างรวดเร็ว โดยอัปเดตสำหรับ Windows Server รุ่นต่าง ๆ ที่ออกมาอุดช่องโหว่นี้นั้น มีดังต่อไปนี้

  • Windows Server 2012 R2 (KB5082126)
  • Windows Server 2016 (KB5082198)
  • Windows Server 2019 (KB5082123)
  • Windows Server 2022, รวมถึงรุ่น 23H2 Edition (KB5082142 และ KB5082060)
  • Windows Server 2025 (KB5082063)

➤ Website : https://www.thaiware.com
➤ Facebook : https://www.facebook.com/thaiware
➤ Twitter : https://www.twitter.com/thaiware
➤ YouTube : https://www.youtube.com/thaiwaretv

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...