สรุปข้อมูล ‘ไวรัสฮันตา’ หลังนานาประเทศกำลังเฝ้าระวังผู้สัมผัสเชื้อจากการระบาดบนเรือสำราญ ที่ทำให้คนเสียชีวิตแล้ว 3 ราย
ในช่วงที่ผ่านมา หลายคนคงจะได้ยินข่าวของ ‘ไวรัสฮันตา (Hantavirus)’ ที่เริ่มระบาดขึ้นบนเรือสำราญลำหนึ่ง และทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย จนเกิดความกังวลอย่างเป็นวงกว้างว่า ไวรัสนี้คืออะไร มีที่มีจากอะไร และร้ายแรงแค่ไหน?
จุดเริ่มต้นการระบาด
เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา หน่วยงานสาธารณสุขยืนยันการพบเชื้อไวรัสฮันตาเป็นครั้งแรก โดยรายงานว่า ไวรัสดังกล่าวถูกพบในผู้โดยสารบนเรือสำราญ MV Hondius ที่ออกเดินทางจากเมืองอุชัวยา ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 1 เมษายน
เรือสำราญ MV Hondius ได้แวะพักระหว่างทางตามเกาะต่างๆ มากมาย โดยต่อมาวันที่ 6 เมษายน ผู้โดยสารคนแรกซึ่งเป็นชายชาวดัตช์อายุ 70 ปี เกิดล้มป่วยและเสียชีวิตบนเรือ เมื่อวันที่ 11 เมษายน
จากนั้นวันที่ 24 เมษายน ภรรยาวัย 69 ปีของผู้เสียชีวิต ก็ลงจากเรือที่เกาะเซนต์เฮเลนาในมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ และขึ้นเครื่องบินไปแอฟริกาใต้ ซึ่งเธอเสียชีวิตในวันที่ 26 เมษายน จากไวรัสฮันตา
นอกจากคู่สามีภรรยาชาวดัตช์แล้ว ยังมีหญิงชาวเยอรมันอีกคนหนึ่ง ที่เสียชีวิตบนเรือ โดยเธอมีอาการป่วยตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน
เหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้ผู้โดยสารที่ลงจากเรือสำราญ MV Hondius ในวันที่ 24 เมษายน ถูกเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดย Oceanwide Expeditions หรือบริษัทเรือสำราญ MV Hondius ที่ตั้งอยู่ในเนเธอร์แลนด์ กล่าวว่าผู้โดยสารทั้งหมด 30 คน รวมถึงชายชาวดัตช์ที่เสียชีวิตและภรรยาของเขา ได้ลงจากเรือที่เซนต์เฮเลนา
ส่วนกระทรวงการต่างประเทศของเนเธอร์แลนด์ระบุตัวเลขไว้ที่ประมาณ 40 คน ซึ่งมาจากหลากหลายประเทศ ในอเมริกาเหนือ ยุโรป และนิวซีแลนด์ อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนว่า พวกเขาไปที่ไหนต่อหลังจากลงจากเรือ MV Hondius ที่เกาะเซนต์เฮเลนา
ไวรัสอาจมาจากหนู
WHO ระบุว่า ก่อนขึ้นเรือคู่สามีภรรยาชาวดัตช์ที่เป็นผู้ป่วยสองรายแรก ได้เดินทางผ่านอาร์เจนตินา ชิลี และอุรุกวัย โดยพวกเขาได้ไปเยือนสถานที่ซึ่งมีหนูสายพันธุ์ที่ทราบกันว่า เป็นพาหะของไวรัสแอนเดส
ไวรัสฮันตา คืออีกชื่อหนึ่งของไวรัสแอนเดส ที่เชื่อกันว่าสามารถแพร่กระจายจากคนสู่คนได้ และสามารถก่อให้เกิดโรคปอดรุนแรงจนถึงแก่ชีวิต โดยเรียกว่ากลุ่มอาการปอดอักเสบจากไวรัสฮันตา
ขณะที่การสอบสวนแหล่งที่มาของการระบาด กำลังมุ่งเน้นไปที่ประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งเป็นจุดที่เรือ MV Hondius เริ่มออกเดินทาง
ข้อมูลของโรค
WHO ได้ให้รายละเอียดของไวรัสเพิ่มเติมว่า ไวรัสฮันตาเป็นกลุ่มไวรัสที่พบในสัตว์ฟันแทะ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ผู้คนจะติดเชื้อผ่านการสัมผัสกับสัตว์ฟันแทะที่ติดเชื้อ หรือปัสสาวะ มูล หรือน้ำลายของสัตว์ฟันแทะเหล่านั้น
จากการศึกษาของไวรัสดังกล่าวในทวีปต่างๆ พบว่าโรคนี้จะแตกต่างกันไปตามชนิดของไวรัสและสถานที่ทางภูมิศาสตร์ ยกตัวอย่าง ในทวีปอเมริกา ทราบกันว่าการติดเชื้ออาจนำไปสู่กลุ่มอาการหัวใจและปอดจากไวรัสฮันตา (HCPS) ส่วนในยุโรปและเอเชียจะทราบกันดีว่า ไวรัสฮันตาทำให้เกิดไข้เลือดออกร่วมกับกลุ่มอาการไต (HFRS)
อาการสำคัญ
WHO ชี้ว่าอาการมักจะเริ่มปรากฏระหว่าง 1-8 สัปดาห์หลังจากการสัมผัสเชื้อ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับชนิดของไวรัส และโดยทั่วไปจะรวมถึงไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และอาการทางระบบทางเดินอาหาร เช่น ปวดท้อง คลื่นไส้ หรืออาเจียน
อย่างไรก็ตาม การวินิจฉัยการติดเชื้อไวรัสฮันตาในระยะเริ่มต้นอาจเป็นเรื่องยาก เนื่องจากอาการในระยะแรกมักคล้ายกับการเป็นไข้หรือโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ เช่น ไข้หวัดใหญ่ COVID-19 ปอดอักเสบจากไวรัส โรคเลปโตสไปโรซิส ไข้เลือดออก หรือภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด
ดังนั้น การซักประวัติผู้ป่วยอย่างละเอียดจึงเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสัมผัสกับสัตว์ฟันแทะ ประวัติการเดินทาง และการสัมผัสกับผู้ป่วยในพื้นที่ที่ไวรัสฮันตาระบาด
นานาประเทศกำลังติดตามการระบาดอย่างใกล้ชิด
ตอนนี้เรือสำราญ MV Hondius ยังไม่ถึงจุดหมาย โดยกำลังแล่นไปยังหมู่เกาะคานารีของสเปน และคาดว่าจะถึงในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์นี้ พร้อมกับผู้โดยสารและลูกเรือมากกว่า 140 คนบนเรือ ซึ่งจะถูกเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ขณะที่ทางการจากประเทศต่างๆ ก็เร่งติดตามตัวของผู้ที่ลงจากเรือในวันนั้น ซึ่งก็มีรายงานจากหลายประเทศว่าพบ ผู้ที่มีอาการของไวรัสฮันตา
ยกตัวอย่าง เมื่อวานนี้ (7 พฤษภาคม) หน่วยงานสาธารณสุขของสิงคโปร์กล่าวว่า ทางการกำลังติดตามชายสองคนที่ลงจากเรือที่เซนต์เฮเลนา แล้วเดินทางมาถึงสิงคโปร์ในเวลาที่ต่างกัน ซึ่งตอนนี้ทั้งสองถูกแยกกักตัวและตรวจหาเชื้อ
รวมถึง กรณีที่พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินแสดงอาการของไวรัสฮันตา ซึ่งเชื่อว่าอาจสัมผัสจากผู้โดยสารเรือ MV Hondius ที่ไปขึ้นเครื่องบินในแอฟริกาใต้
WHO ยืนยันว่าการระบาดครั้งอยู่ในจำกัดวงแคบ
ด้านองค์การอนามัยโลก (World Health Organization หรือ WHO) ยืนยันว่า ความเสี่ยงของการระบาดครั้งนี้ต่อคนโดยทั่วไป “ยังอยู่ในระดับต่ำ” โดยเทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส (Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการ WHO กล่าวว่า เขาได้ติดต่อกับกัปตันเรืออย่างสม่ำเสมอ และขวัญกำลังใจของลูกเรือดีขึ้นเมื่อเรือเริ่มเดินทางอีกครั้ง
ด้าน ดร.อับดิราห์มาน มาฮามุด (Abdirahman Mahamud) ผู้อำนวยการฝ่ายแจ้งเตือนของ WHO กล่าวว่า “เราเชื่อว่าการระบาดครั้งนี้จะจำกัดวงแคบ หากมีการนำมาตรการด้านสาธารณสุขมาใช้ และทุกประเทศแสดงความสามัคคีกัน”
การรักษาและป้องกัน
แม้ปัจจุบันจะยังไม่มีการรักษา ด้วยยาต้านไวรัสหรือวัคซีนที่เฉพาะเจาะจงสำหรับโรคที่เกิดจากไวรัสฮันตาได้ แต่ WHO ระบุว่าการดูแลทางการแพทย์แบบประคับประคองในระยะเริ่มต้น เป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มโอกาสรอดชีวิต
นอกจากนี้ การลดการสัมผัสระหว่างคนกับหนู ยังเป็นมาตรการสำคัญของการป้องกันการติดเชื้อไวรัสฮันตา ซึ่งเราอาจทำได้โดยรักษาความสะอาดบ้าน ปิดช่องที่ทำให้หนูเข้าอาคารได้ จนถึงหลีกเลี่ยงการกวาดหรือดูดมูลหนูแบบแห้ง
WHO ย้ำว่าจะทำงานร่วมกับประเทศต่างๆ เพื่อเสริมสร้างระบบเฝ้าระวัง รวมถึงตรวจหาโรคในระยะเริ่มต้น ปรับปรุงแนวทางการวินิจฉัย และป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ เพื่อรับมือกับการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสฮันตา
อ้างอิงจาก