โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เอกนัฏชูแลนด์บริดจ์ ปั้นไทยฮับน้ำมันโลก ผุดระบบSPRรับวิกฤตฮอร์มุซ

PostToday

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 วันที่แล้ว

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยถึงทิศทางการบริหารจัดการพลังงานของประเทศท่ามกลางความผันผวนของสถานการณ์โลก โดยระบุว่า ขณะนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เพื่อมุ่งเน้นการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสทางยุทธศาสตร์ และสร้างความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีอัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ที่สูงกว่าได้

ประเด็นสำคัญคือการใช้โครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเลอ่าวไทยและอันดามัน หรือ "แลนด์บริดจ์" เป็นเครื่องมือสร้างความมั่นคงทางพลังงาน โดยโครงการดังกล่าวต้องประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่สมบูรณ์แบบ ทั้งการก่อสร้างถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ (Tank Farm) และระบบขนส่งน้ำมันทางท่อเชื่อมต่อระหว่างสองฝั่งมหาสมุทร เพื่อดึงดูดให้กลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางนำน้ำมันดิบมาฝากเก็บและทำการซื้อขาย (Trading) ในประเทศไทยแทนการพึ่งพาเฉพาะตลาดเดิมอย่างสิงคโปร์

นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังเป็นทางรอดจากสภาวะที่โลกเผชิญความเสี่ยงจากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญกว่าร้อยละ 30 ของการซื้อขายทั่วโลก โดยนายเอกนัฏได้เสนอให้จัดตั้งระบบสำรองน้ำมันเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Petroleum Reserve - SPR) อย่างจริงจัง เพื่อเป็นน้ำมันสำรองของประเทศ จากเดิมที่กฎหมายบังคับให้เอกชนเป็นผู้สำรองน้ำมันตามกฎหมายซึ่งเป็นภาระต้นทุนของผู้ประกอบการ โดยมองว่าไทยควรมีคลังสำรองที่เป็นของรัฐหรือเป็นความร่วมมือในระดับรัฐต่อรัฐ (G2G) เพื่อความมั่นคงที่แท้จริง

"เราต้องรู้จักที่จะเปลี่ยนและรักษาโรคในตอนที่ยังมีโอกาส หากเราไม่ปรับตัวในตอนนี้ ในอนาคตเราอาจจะตายเพราะร่างกายไม่แข็งแรง การฉีดภูมิคุ้มกันและอัดวิตามินผ่านการปฏิรูปพลังงานในสภาวะที่ลำบาก จะทำให้เรามองกลับมาด้วยความภูมิใจในอีก 1 ปีข้างหน้าว่าเราได้สร้างความแข็งแกร่งที่แท้จริงให้ประเทศ" นายเอกนัฏกล่าว

นายเอกนัฏ กล่าวเสริมว่า ด้วยศักยภาพของไทยที่มีโรงกลั่นถึง 6 แห่ง และสามารถผลิตน้ำมันสำเร็จรูปได้เกินความต้องการใช้ในประเทศ จะทำให้ไทยกลายเป็น "Last Man Standing" หรือผู้ที่ยังคงมีพลังงานใช้และอยู่รอดได้แม้ทั่วโลกจะเผชิญวิกฤต

ขณะเดียวกัน กระทรวงพลังงานมีนโยบายปรับปรุงโครงสร้างราคาหน้าโรงกลั่น โดยไม่ควรอ้างอิงราคาตลาดสิงคโปร์ร้อยละ 100 เนื่องจากไทยมีโรงกลั่นเองและไม่ได้นำเข้าน้ำมันสำเร็จรูป แต่เป็นการนำเข้าน้ำมันดิบมากลั่น รวมถึงแผนการส่งเสริมการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (โซลาร์รูฟท็อป) เพื่อลดการพึ่งพาแก๊สธรรมชาติเหลว (LNG) นำเข้าที่มีราคาผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าไฟฟ้าของประชาชน

แหล่งที่มา : กรุงเทพธุรกิจ (คลิกอ่าน)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...