ปรากฏการณ์ทนายเมียหลวง
เรื่องผัวๆ เมียๆ เป็นสิ่งที่ได้รับความสนใจจากสังคมไทยมาตลอด แต่หากพิจารณาถึงเรื่องผัวๆ เมียๆ ที่ปรากฏผ่านสื่อสาธารณะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสื่อสังคมออนไลน์ จะพบว่า เรื่องผัวๆ เมียๆ ในปัจจุบันเริ่มถูกพูดถึงในมิติทางกฎหมายมากขึ้น
ทุกวันนี้ เราอาจเริ่มเห็นผู้คน (ทั้งบุคคลสาธารณะและบุคคลธรรมดา) สื่อสารถึงการจัดการปัญหาในชีวิตคู่ด้วยวิธีทางกฎหมายอย่างเปิดเผย ไม่ว่าจะเป็นการฟ้องหย่า การฟ้องชู้ และเรียกค่าทดแทน รวมถึงการเรียกค่าอุปการะเลี้ยงดูบุตรจากคู่สมรสอีกฝ่าย นอกจากนี้ เราอาจเริ่มเห็นกระแสสังคมที่ให้ความสนใจหรือสนับสนุนการแก้ปัญหาชีวิตคู่ด้วยวิธีการทางกฎหมายมากขึ้น
ความสนใจต่อเรื่องผัวๆ เมียๆ ที่เจาะลึกไปในประเด็นทางกฎหมาย ยิ่งทำให้ ‘ทนายความ’ กลายมาเป็นผู้มีบทบาทสำคัญต่อเรื่องผัวๆ เมียๆ ในสังคมไทยปัจจุบัน โดยทนายความกลุ่มนี้ มักเป็นที่รู้จักบนสื่อสาธารณะและสื่อสังคมออนไลน์ในฐานะ ‘ทนายเมียหลวง’
ในด้านหนึ่ง ปรากฏการณ์ ‘ทนายเมียหลวง’ ก็เกิดขึ้นอย่างสอดคล้องกับปรากฏการณ์ที่มีชื่อหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ทนายหน้าสื่อ[1]ทนายอเวนเจอร์[2]หรือทนายเซเลบ[3]ฯลฯ อันหมายถึง ทนายความที่มีปฏิบัติการทางกฎหมาย ไปพร้อมกับการสื่อสารต่อสาธารณะผ่านสื่อสมัยใหม่อย่างเข้มข้น อย่างไรก็ดี ปรากฏการณ์ทนายเมียหลวง มีลักษณะที่แตกต่างจากปรากฏการณ์ข้างต้นอยู่ 2 ประการ ได้แก่
1. ภาพลักษณ์บนสื่อสังคมออนไลน์ ในฐานะทนายความผู้เชี่ยวชาญคดีครอบครัว โดยทั่วไปแล้ว ทนายความสามารถรับทำคดีได้ทุกประเภท และสามารถรับทำคดีให้กับคู่ความได้ทุกฝ่าย แต่สำหรับทนายเมียหลวง จะให้ความสำคัญกับคดีครอบครัวเป็นพิเศษ ดังปรากฏผ่านการตั้งชื่อบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ หรือการกำหนดคำค้นหาที่เกี่ยวข้องกับคดีครอบครัว เช่น #ทนายคดีครอบครัว หรือ #ทนายฟ้องชู้ฟ้องหย่า นอกจากนี้ ทนายความบางท่าน สร้างจุดยืนในฐานะทนายเมียหลวงที่จะรับทำคดีให้เฉพาะ ‘ฝ่ายเมียหลวง’ และปฏิเสธการทำคดีให้กับ ‘ฝ่ายเมียน้อย’ อย่างชัดเจน[4]
2. เป็น Content Creator ที่ไม่เพียงนำเสนอข้อมูลด้านกฎหมาย แต่ยังผลิตเนื้อหาที่ให้ความสำคัญกับการรักษาสถาบันครอบครัวแบบผัวเดียวเมียเดียว โดยประณามความสัมพันธ์นอกสมรส พร้อมทั้งสนับสนุนให้คู่สมรสอีกฝ่ายใช้กฎหมายตอบโต้กับพฤติกรรมดังกล่าว
ตัวอย่างเช่น ในบทความ ‘ไม่ตบเยอะ เจ็บมือ! เมีย 2018 ฟ้องชู้ ไม่ทนช้ำ’[5]ซึ่งเป็นบทความของสำนักงานทนายความแห่งหนึ่ง นำเสนอคำแนะนำทางกฎหมายสำหรับผู้หญิงที่มีปัญหาครอบครัว กรณีที่สามีมีหญิงอื่น ในบทความนี้ จะพบการแบ่งประเภทของ ‘เมียน้อย’ ได้แก่ เมียน้อยประเภทไม่รู้ว่าเขาหลอก ประเภทรู้ทั้งรู้แต่ยอมรับ และประเภทรู้-ร้าย-แรง หรือข้อความสนับสนุนให้ใช้วิธีการทางกฎหมาย เช่น เสียทองเท่าหัว อย่ายอมเสียผัวมือเปล่า ติดอาวุธให้ ‘เมีย 2018’ ด้วยกฎหมายแพ่ง ว่าด้วยการฟ้องเรียกค่าเสียหายจากหญิงชู้
บนสื่อสังคมออนไลน์ของทนายเมียหลวง ก็สามารถพบถ้อยคำที่มีลักษณะดังกล่าวเช่นกัน ดังข้อความว่า“เมียใหม่บางคนก็อยากมีบท บทเป็นผู้กำกับว่าต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูลูกเท่านั้นเท่านี้… แต่ลืมบทแย่งผัวเค้ามา”[6]ข้อความว่า “ไม่ได้ตั้งเพจขึ้นมาตอบเอาใจเมียน้อยนะคะ หุบปากค่ะ!!! หุบปากไม่ได้ก็กรี๊ดเลยสิคะ…”[7]หรือข้อความว่า “ลูกเมียน้อยคือลูกเมียน้อย นิยามชัดเจน เปลี่ยนเป็นอย่างอื่นไม่ได้ แม่แย่งเขามา ขออภัยที่ตอบตรง”[8] โดยภายใต้ข้อความนี้ มีผู้ติดตามเข้ามาแสดงความคิดเห็นร่วมด้วย เช่น “ใช่ แม่ยื่นสถานะและปมให้ลูก” “แม่เป็นคนยื่นสถานะนี้ให้ลูกกับมือ” “ฝีมือแม่ล้วนๆ” หรือ “ของขวัญที่แม่มอบให้”
อันที่จริงแล้ว ผู้ชายซึ่งอยู่ในสถานะ ‘ผัวหลวง’ ก็สามารถใช้บริการทนายความเหล่านี้ได้เช่นเดียวกัน แต่จากการสร้างตัวตนของทนายความในฐานะทนายเมียหลวง รวมถึงลักษณะของการสื่อสารที่มักจะประณามความสัมพันธ์นอกสมรสของชายผู้เป็นสามีและหญิงชู้ ย่อมสะท้อนว่า ผู้หญิงที่เป็นเมียหลวง คือผู้ใช้บริการทางกฎหมายนี้เป็นหลัก
แม้ว่าการใช้กฎหมายจัดการปัญหาชีวิตคู่ของผู้หญิง จะเกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2520 จากสถิติการให้คำปรึกษาด้านกฎหมายของสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทยฯ พ.ศ. 2518-2522 พบว่า คดีที่สมาคมฯ ให้บริการปรึกษากฎหมายมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ในทุกๆ ปี คือ คดีครอบครัว โดยบุคคลที่เข้ามาปรึกษาส่วนใหญ่นั้นเป็นผู้หญิง[9]อย่างไรก็ดี การใช้กฎหมายจัดการปัญหาชีวิตคู่ของผู้หญิง เพิ่งจะปรากฏในสาธารณะอย่างเด่นชัดในทศวรรษ 2560
ผู้เขียนเสนอว่า กรณี ‘เมียหลวงบุกงานแต่ง’ เป็นหมุดหมายสำคัญของเรื่องนี้ เมียหลวงบุกงานแต่ง เป็นเรื่องราวของเมียหลวงคนหนึ่ง ที่ยืนถือทะเบียนสมรส ณ งานแต่งของสามีตนเองกับหญิงอื่น โดยมีการถ่ายทอดสดสถานการณ์ดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว (Facebook Live) ของตนเอง และเข้าสู่กระบวนการกฎหมายเพื่อเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นในเวลาต่อมา เรื่องราวนี้แพร่กระจายไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ต และปรากฏเป็นข่าวเมื่อ พ.ศ. 2564 [10]
สาเหตุที่ทำให้กรณีนี้ควรถูกพิจารณาเป็นหมุดหมายสำคัญ คือหนึ่ง เป็นการดำเนินคดีทางกฎหมายของเมียหลวงซึ่งไม่ใช่คนสาธารณะ และสอง เป็นการดำเนินคดีของบุคคลที่มีสถานะทางเศรษฐกิจไม่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ของประเทศมากนัก
โดยทั่วไปแล้ว ข่าวการฟ้องคดีครอบครัวที่โด่งดังในสังคมไทย มักเกิดขึ้นเพราะคู่กรณีเป็นบุคคลสาธารณะ อีกทั้งมีการเรียกค่าเสียหายในจำนวนที่สูงมาก ดังเช่น กรณีเมียหลวงลวงสังหาร[11]ข่าวผัว-เมียที่โด่งดังเมื่อ พ.ศ. 2553-2554 ในกรณีนี้ บุคคลทุกฝ่ายต่างเป็นบุคคลสาธารณะ และมีการฟ้องหย่า รวมถึงเรียกค่าเสียหายเป็นหลักร้อยล้าน ตามความรับรู้เดิมของคนในสังคม การใช้กฎหมายเพื่อจัดการปัญหาครอบครัว จึงมักเป็นเรื่องของคนดังที่มีหน้าตาทางสังคมให้สูญเสีย หรือไม่ก็คนรวยที่มีทรัพย์สินจำนวนมากให้แบ่งสรรกันเพียงเท่านั้น
แต่การฟ้องคดีของเมียหลวงบุกงานแต่งนั้นต่างออกไป เธอไม่ใช่บุคคลสาธารณะ อีกทั้งไม่ได้เรียกค่าเสียหายในจำนวนที่สูงลิ่ว ในโพสต์หนึ่งบนสื่อสังคมออนไลน์ของเมียหลวงบุกงานแต่ง เธอได้ตอบคำถามของ ‘ชาวเน็ต’ ว่าทำไมจึงไม่เรียกค่าเสียหายให้มากกว่า 3 แสนบาท ในคำตอบนั้นเธอได้กล่าวถึงสถานะทางสังคมเศรษฐกิจและหน้าที่การงาน ตลอดจนต้นทุนของการฟ้องคดี ซึ่งเป็นสาเหตุให้เธอจำกัดการเรียกค่าเสียหายไว้ที่จำนวนดังกล่าว
เมียหลวงบุกงานแต่งโพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงสาเหตุการเรียกค่าเสียหาย 3 แสนบาท ภาพจาก มติชนออนไลน์ https://www.matichon.co.th/region/news_2592322.[12]
ในแง่นี้ ความ ‘ไวรัล’ ของเมียหลวงบุกงานแต่ง จึงเป็นหมุดหมายสำคัญที่เปลี่ยนความรับรู้ของผู้คนในสังคม ที่การฟ้องคดีครอบครัว ไม่ได้เป็นเรื่องของคนดังหรือคนรวยเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่สามารถเป็นเรื่องของคนธรรมดาทั่วไปที่เผชิญกับปัญหาครอบครัวได้เช่นเดียวกัน
หลังจากกรณีเมียหลวงบุกงานแต่งเป็นต้นมา เรื่องราวของผู้หญิงธรรมดาๆ ที่ใช้กฎหมายเพื่อแก้ปัญหาครอบครัวก็เริ่มปรากฏต่อสาธารณะเพิ่มมากขึ้น เช่น กรณีครูหนิงฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่น (2566)[13]กรณีป้าสีดา แม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยวฟ้องหย่าและเรียกค่าทดแทนจากสามีและหญิงอื่น (2566)[14]กรณีหญิงสาวร้องอัยการสูงสุดช่วยจัดหาทนายความดำเนินการฟ้องหย่าและเรียกค่าทดแทนจากสามีและหญิงอื่น (2567)[15]และกรณีพี่กำไรวัย 68 ปี ฟ้องเรียกค่าทดแทนจากหญิงอื่นที่เป็นผู้อำนวยการโรงเรียน (2566-2568)[16]
การฟ้องคดีของเมียหลวงที่เริ่มปรากฏต่อสาธารณะอย่างกว้างขวาง นอกจากเป็นการสะท้อนว่า ผู้หญิงจำนวนมากตระหนักถึงสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์ที่คู่สมรสนอกใจหรือปฏิเสธความรับผิดชอบต่อบุตร ยังสะท้อนให้เห็นค่านิยมต่อการจัดการปัญหาครอบครัวที่เปลี่ยนไป โดยมีกลไกทางกฎหมายเป็นประเด็นสำคัญ
ในบริบททางสังคมเช่นนี้ จึงไม่น่าแปลกที่ทนายเมียหลวงจะได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น ในฐานะผู้ช่วยเหลือและสนับสนุนการใช้กฎหมายเพื่อจัดการปัญหาภายในครอบครัว
การเกิดขึ้นของทนายเมียหลวงจึงเป็นปรากฏการณ์สำคัญ อันจะช่วยให้เรามีความเข้าใจและเท่าทันต่อความเปลี่ยนแปลงของครอบครัวไทยในมิติที่เชื่อมโยงกับกฎหมาย ทั้งในความสัมพันธ์ของคู่รักต่างเพศที่มีปฏิสัมพันธ์กับระบบกฎหมายมายาวนาน และในความสัมพันธ์ของคู่รักเพศกำเนิดเดียวกันที่กำลังถักทอขึ้น หลังจากมีกฎหมายสมรสเท่าเทียม
เชิงอรรถ
[1] Chonticha Intachai, “กระบวนการไม่ยุติธรรม ทนายหน้าสื่อจึงเฟื่องฟู? สำรวจปรากฏการณ์ทนายคนดัง,” The MATTER, สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568, https://thematter.co/social/famous-lawyer/234607.
[2]สมชาย ปรีชาศิลปกุล, “เมื่อ ‘ทนายอเวนเจอร์ส’ เป็นใหญ่ในแผ่นดิน,” The 101 .World, สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568, https://www.the101.world/avengers-lawyers/.
[3]พาฝัน หน่อแก้ว, “ปฏิเสธไม่ได้ว่า นักร้องเรียน ทนายเซเลบ เป็นส่วนประกอบสร้างจากฐานันดรที่ 4 อย่างสื่อมวลชน,” The MOMENTUM, สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568, https://themomentum.co/fromthedesk-reporter-thais-celebritylawyers/.
[4]ข่าวช่องวัน, “‘ทนายชายพัฒน์’ ติดอาวุธทีมเมียหลวง รับมือเมียน้อย | ตีข่าวเล่าความ | สำนักข่าววันนิวส์”, Youtube, วิดิโอ, สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568, https://www.youtube.com/watch?v=iu33babstdg.
[5]สำนักงาน เนตินนท์ ทนายความ, “ไม่ตบเยอะ เจ็บมือ! เมีย 2018 ฟ้องชู้ ไม่ทนช้ำ”, สำนักงาน เนตินนท์ ทนายความ, สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568, https://www.netinontlawyer.com/viewarticle.php?a=6#google_vignette.
[6]Tnews, “‘ทนายเมียหลวง’ ตัดสินใจลั่นตรง ๆ ถึง ‘เมียใหม่บางคน’ มีสะเทือนแน่”, Tnews, สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568, https://www.tnews.co.th/social/social-news/634409.
[7]ไทยรัฐออนไลน์, “ทนายเมียหลวง ประกาศชัด ไม่ได้ตั้งเพจเพื่อตอบเอาใจ ‘เมียน้อย’ บอกหุบปากค่ะ”, ไทยรัฐออนไลน์, สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568, https://www.thairath.co.th/news/society/2715920.
[8]ไทยรัฐออนไลน์, “ทนายพัฒน์ โพสต์ข้อความโดนใจทีมเมียหลวง อ่านแล้วต้องมีคนสะดุ้ง ขออภัยที่ตอบตรง”, ไทยรัฐออนไลน์, สืบค้นเมื่อวันที่ 1 กันยายน 2568, https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2871608.
[9] ปี 2518 มีผู้มาปรึกษาคดีครอบครัวจำนวน 105 รายจากทั้งหมด 221 ราย, ปี 2519 มีผู้มาปรึกษาคดีครอบครัวจำนวน 234 รายจากทั้งหมด 422 ราย, ปี 2520 มีผู้มาปรึกษาคดีครอบครัวจำนวน 268 รายจากทั้งหมด 418 ราย และปี 2521 (เฉพาะในเดือนมกราคม-เดือนพฤษภาคม) มีผู้มาปรึกษาคดีครอบครัวจำนวน 124 รายจากทั้งหมด 258 ราย ใน สมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ เสด็จเปิดอาคารสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์, 23 มิถุนายน 2522, 11-20.
[10]ไทยรัฐออนไลน์, “เมียบุกไลฟ์สดงานแต่งผัว ล่าสุดฟ้องศาลแล้ว เรียกเงินจากเจ้าสาว”, ไทยรัฐออนไลน์, สืบค้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568, https://www.thairath.co.th/news/local/central/2035257.
[11] กรณีธัญญ่า เป็นข่าวอย่างโด่งดังจากกรณีการปล่อยคลิปเสียงที่มีการพูดคุยระหว่างเธอและนักแสดงหญิงถึงเรื่องราวความสัมพันธ์นอกสมรสของสามีและนักแสดงหญิงท่านนั้นในพ.ศ. 2553 จนทำให้ธัญญ่าได้รับฉายาจากนักข่าวว่า “เมียหลวงลวงสังหาร” รายละเอียดเพิ่มเติมใน กระปุกดอทคอม, “คลิปเสียงธัญญ่า โผล่อีกเพียบ - พิงค์กี้ ยกเลิกกลับไทย”, กระปุกดอทคอม, สืบค้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568, https://women.kapook.com/view17773.html. และหลังจากนั้น ในพ.ศ. 2554 ธัญญ่าฟ้องหย่าต่อสามี รวมถึงฟ้องเรียกค่าทดแทนจากดาราสาว เป็นจำนวนเงิน 124 ล้านบาท รายละเอียดเพิ่มเติมใน ผู้จัดการออนไลน์, “ ‘ธัญญ่า’ เรียกศักดิ์ศรีเมียหลวง ฟ้อง ‘เป๊ก’ 124 ล้าน พิ้งกี้โดน 20 ล้าน”, ผู้จัดการออนไลน์, สืบค้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568, https://mgronline.com/entertainment/detail/9540000052350.
[12]มติชนออนไลน์, “‘เมียหลวง’ แจงเหตุฟ้องเรียกค่าเสียหาย 3 แสน หลังเจ้าสาวขู่ฟ้องกลับ 2 ล.”, มติชนออนไลน์, สืบค้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568, https://www.matichon.co.th/region/news_2592322.
[13]ไทยรัฐออนไลน์, “ทะเบียนสมรสมีค่า ‘ครูหนิง’ ชนะคดีฟ้องชู้ ศาลชั้นต้นสั่งคู่กรณีจ่าย 5 แสน”, ไทยรัฐออนไลน์, สืบค้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568, https://www.thairath.co.th/news/society/2728761.
[14]One31, “ชัยชนะเมียหลวง ฟ้องผัวคบซ้อน จ่าย 9 แสน ชู้จ่าย 4 แสน”, One31, สืบค้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568, https://www.one31.net/news/detail/68935.
[15]Thaich8, “‘กัน จอมพลัง’ พา ‘เมียหลวง’ ร้องอัยการสูงสุด ยัน ฟ้องแน่ ทั้งสามี-หญิงชู้”, Thaich8, สืบค้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568, https://www.thaich8.com/news_detail/136723.
[16]รายการโหนกระแส ตอนที่ 1861 ตอน “งามไส้!!! เมียหลวงแฉ ผัวตำรวจเอกนอกใจคบหาผู้อำนวยการโรงเรียน แถมโดนฟ้องหย่า”, ออกอากาศวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 ทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3, สืบค้นเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568, https://www.youtube.com/watch?v=PL1YgWDAby8&t=2574s.