โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุเผยความลับมวลของดาวฤกษ์เกิดใหม่ในเนบิวลานายพราน

SPACEMAN

อัพเดต 03 พ.ค. เวลา 16.37 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. เวลา 10.15 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2569 มีการเปิดเผยการค้นพบครั้งสำคัญในแวดวงดาราศาสตร์ เมื่อทีมนักวิจัยสามารถเจาะทะลุกลุ่มเมฆฝุ่นหนาทึบในเนบิวลานายพรานเพื่อวัดมวลของดาวฤกษ์เกิดใหม่ที่ซ่อนตัวอยู่ได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ด้วยการใช้เครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุความละเอียดสูง ข้อมูลใหม่นี้ไม่เพียงช่วยไขความลับเกี่ยวกับขนาดของดาวฤกษ์เกิดใหม่ แต่ยังอาจทำให้เราต้องกลับมาทบทวนทฤษฎีการก่อตัวของดาวฤกษ์ที่มีอยู่ในปัจจุบันใหม่อีกครั้ง

เนบิวลานายพรานตั้งอยู่ห่างจากโลกไปประมาณ 1,300 ปีแสง ถือเป็นแหล่งอนุบาลดาวฤกษ์ที่ใกล้โลกที่สุด และเป็นเสมือนห้องเรียนขนาดใหญ่ที่ให้นักดาราศาสตร์ได้ศึกษาการก่อตัวของดาวฤกษ์ อย่างไรก็ตาม ดาวฤกษ์ที่เพิ่งเกิดใหม่จำนวนมากมักถูกห่อหุ้มด้วยกลุ่มก๊าซและฝุ่นควันหนาทึบ ทำให้กล้องโทรทรรศน์แบบแสงทั่วไปมองไม่ทะลุเข้าไปได้

เพื่อแก้ปัญหานี้ ทีมนักวิจัยซึ่งนำโดย ดร. เซร์คิโอ อับราฮัม ซิบ กิฆาโน จากสถาบันมักซ์พลังค์เพื่อดาราศาสตร์วิทยุ ได้เลือกใช้เครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุแทรกสอดระยะไกล (Very Long Baseline Array หรือ VLBA) ในการส่องดูระบบดาวคู่ที่เพิ่งเกิดใหม่สองระบบ ได้แก่ ระบบดาว Brun 656 และ HD 294300 เครือข่ายกล้องนี้อาศัยการตรวจจับคลื่นวิทยุที่ความถี่ 5 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งเป็นช่วงความถี่ที่ฝุ่นอวกาศมีความโปร่งใส ทำให้คลื่นวิทยุสามารถเดินทางทะลุม่านฝุ่นออกมาได้สำเร็จ

ดร. กิฆาโน อธิบายว่า มวลคือคุณสมบัติพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของดาวฤกษ์ แต่การวัดมวลของดาวที่ยังซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มฝุ่นเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก การใช้เครือข่ายกล้องโทรทรรศน์วิทยุที่มีความละเอียดสูงทำให้ทีมงานสามารถสังเกตการโคจรของดาวฤกษ์คู่ที่อยู่ใกล้ชิดกันได้อย่างชัดเจน การติดตามดูจังหวะที่ดาวทั้งสองโคจรรอบกันและกันทำให้นักดาราศาสตร์สามารถนำหลักการวัดตำแหน่งดาว (Astrometry) มาคำนวณมวลของดาวแต่ละดวงออกมาได้อย่างแม่นยำ

นอกเหนือจากระบบดาวคู่แล้ว ทีมวิจัยยังได้ศึกษาระบบดาว 4 ดวงที่ชื่อว่า V* NU Orionis และพบว่าหนึ่งในดาวสมาชิกมีมวลมากกว่าดวงอาทิตย์ของเราถึง 7 เท่า พร้อมกับตรวจพบร่องรอยของสนามแม่เหล็กที่รุนแรง ซึ่งถือเป็นหลักฐานที่หาได้ยากในดาวฤกษ์เกิดใหม่ที่มีมวลมากเช่นนี้

ดร. ยัสมิน ออร์โดเญซ-โตโร ผู้ร่วมนำการวิจัยจากหอดูดาวแห่งมหาวิทยาลัยนาริญโญ เน้นย้ำว่า ข้อมูลมวลที่แม่นยำเหล่านี้ได้เปลี่ยนเนบิวลานายพรานให้กลายเป็นห้องปฏิบัติการชั้นยอดสำหรับการทดสอบทฤษฎีการวิวัฒนาการของดาวฤกษ์ เมื่อนำข้อมูลที่ได้ไปเปรียบเทียบกับแบบจำลองการก่อตัวของดาวฤกษ์ที่มีอยู่ พบว่าดาวบางคู่มีลักษณะตรงตามทฤษฎี แต่บางคู่กลับไม่ตรงเลยแม้แต่น้อย การค้นพบนี้ชี้ให้เห็นว่าวงการวิทยาศาสตร์อาจต้องมีการปรับปรุงแบบจำลองการเกิดดาวฤกษ์ให้สะท้อนความเป็นจริงมากยิ่งขึ้นในอนาคตอันใกล้

ข้อมูลอ้างอิง: Universe Today

  • Radio Telescope Array Reveals the Masses of Hidden Young Stars
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...