Sell in May แค่ความเชื่อ? ตลาด หุ้นไทย ปี 2026 อาจไม่เป็นไปตามสูตรเดิม
Sell in May and go away หรือการขายหุ้นในเดือนพ.ค. เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงตลาดซบเซา สำหรับ หุ้นไทย ปี 2026 ตัวแปรสำคัญคือ กำไรบจ.ไตรมาสแรก และแรงขายต่างชาติ นักวิเคราะห์ชี้โอกาส "จังหวะการฟื้นตัว" ที่น่าสนใจในเดือนมิ.ย.-ก.ค. อาจเป็น "โอกาสทอง" ให้นักลงทุนได้เลือกหุ้นดีเข้าพอร์ตในราคาที่คุ้มค่า โดยเฉพาะหุ้นปันผล
กระแสคำกล่าวยอดนิยมในวอลล์สตรีทอย่าง“Sell in May and go away” หรือ การขายหุ้นในเดือนพ.ค. เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงตลาดซบเซา กำลังถูกตั้งคำถามอีกครั้งในปี 2026 ท่ามกลางปัจจัยเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อนมากขึ้น
สำหรับตลาดหุ้นไทยบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ เปิดเผยข้อมูลสถิติตลาดหุ้นไทยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (2016-2025) พบว่าปรากฏการณ์ "Sell in May" มีความสัมพันธ์ในเชิงสถิติ "แต่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ทุกปี"
กล่าวคือในเดือน พ.ค. ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) ปรับตัวลง 6 ปี ใน 10 ปี อยู่ระหว่างช่วง -0.3% ถึง -4% ขณะที่นักลงทุนต่างชาติมีสถานะ "ขายสุทธิ" ในเดือน พ.ค. จำนวน 6 ปี ใน 10 ปี เช่นกัน ด้วยเม็ดเงินราว 1.6 หมื่นล้านบาท ถึง 5.2 หมื่นล้านบาท
สำหรับแนวโน้มในปีนี้ บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ มองว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิด "Sell in May" เช่นกัน เนื่องจากหุ้นขนาดใหญ่หลายตัวมีกำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD ในช่วงปลายเดือน เม.ย. ถึงต้นเดือน พ.ค. ซึ่งมักตามมาด้วยแรงขายทำกำไรหลังจากนักลงทุนได้รับสิทธิปันผลแล้ว
รวมทั้งอาจมีแรงขาย "Sell on fact" หุ้นที่เก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 1 และปรับขึ้นมาในช่วงก่อนหน้า
อย่างไรก็ตาม แม้สถิติจะบ่งชี้ว่าเดือน พ.ค. ตลาดหุ้นไทย มัก "ปรับตัวลงมากกว่าขึ้น" แต่ปรากฏการณ์นี้ "เป็นความเชื่อตามฤดูกาล" (Seasonality) มากกว่ากฎตายตัว เนื่องจากในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีบางปีที่หุ้นไทยในเดือน พ.ค. เป็นบวก ทั้งนี้ หากผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 ออกมาดีเกินกว่าคาดมากๆ หรือมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว "Sell in May" ก็อาจไม่เกิดได้เช่นกัน
บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองว่าในวิกฤตยังมีโอกาสเสมอ ยังมีกลุ่มแกร่ง ที่มักทนทานและให้ผลตอบแทนเฉลี่ยเป็นบวกในช่วงเวลานี้ ที่สำคัญ คือ "จังหวะการฟื้นตัว" ที่น่าสนใจในเดือนมิ.ย.-ก.ค. อาจเป็น "โอกาสทอง" ให้นักลงทุนได้เลือกหุ้นดีเข้าพอร์ตในราคาที่คุ้มค่า
มีมุมมองที่น่าสนใจจากบล.บัวหลวง ที่ว่าหนึ่งในประเด็นสำคัญคือฤดูกาลลงทุน โดยข้อมูลย้อนหลังชี้ว่าเดือนพ.ค. มักเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นไทยอ่อนตัว จากแรงขายเชิงเทคนิคและผลกระทบหลังขึ้นเครื่องหมาย XD
อย่างไรก็ตาม การปรับฐานดังกล่าวไม่ได้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่อ่อนแอ แต่กลับกลายเป็น “จังหวะสะสม” สำหรับนักลงทุนระยะกลางถึงยาว แนวคิดจึงเริ่มเปลี่ยนจาก “Sell in May” ไปสู่การเลือกซื้อสินทรัพย์คุณภาพในช่วงตลาดอ่อนตัว
สำหรับตลาดหุ้นไทย หุ้นปันผลยังคงโดดเด่นจากระดับอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield) ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาว และมีความน่าสนใจเมื่อเทียบกับผลตอบแทนพันธบัตร สะท้อนว่าหุ้นปันผลยังสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนได้ดี โดยเฉพาะในช่วงที่กำไรบริษัทจดทะเบียนไม่ได้เติบโตโดดเด่น เงินปันผลจึงกลายเป็นแหล่งรายได้หลัก พร้อมทั้งทำหน้าที่เป็น “กันชน” ช่วยลดความผันผวนของพอร์ต
สรุป ปี 2026 อาจเป็นอีกหนึ่งปีที่พิสูจน์ว่า Sell in May ไม่ใช่สูตรสำเร็จสำหรับทุกสถานการณ์ และตลาดการเงินยุคใหม่ต้องอาศัยการวิเคราะห์เชิงลึกมากกว่าความเชื่อแบบเดิม ๆ