โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร 5 สิ่งห้ามกินคู่ "ฟักทอง" หลายคนอาจไม่รู้ และคนกลุ่มไหนควรเลี่ยง

sanook.com

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • Sanook
5 อย่างห้ามกินคู่ฟักทอง อันตรายที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน พร้อมกลุ่มเสี่ยงควรเลี่ยง และกินอย่างไรได้ประโยชน์สูงสุด

5 อย่างห้ามกินคู่ฟักทอง อันตรายที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน พร้อมกลุ่มเสี่ยงควรเลี่ยง และกินอย่างไรได้ประโยชน์สูงสุด

ฟักทองเป็นพืชผักที่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ แต่การรับประทานอย่างผิดวิธีหรือจับคู่กับวัตถุดิบที่ไม่เหมาะสม อาจส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างที่คุณอาจคาดไม่ถึง

5 อาหารคู่ ที่ควรหลีกเลี่ยงเพื่อถนอมระบบร่างกาย

1. ฟักทองและมันเทศ พืชทั้งสองชนิดมีปริมาณแป้งและกากใยอาหารสูงมาก เมื่อรับประทานพร้อมกันในปริมาณมาก จะทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนักขึ้นจนเกิดการหมักหมมของแก๊สในกระเพาะอาหาร นำไปสู่อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ และความรู้สึกไม่สบายตัวอย่างรุนแรง

2. ฟักทองและเนื้อแกะ ตามหลักโภชนาการในศาสตร์ตะวันออก ฟักทองและเนื้อแกะมีฤทธิ์อุ่นและให้พลังงานความร้อนสูง เมื่อรับประทานร่วมกันจะกระตุ้นให้ร่างกายเกิดสภาวะร้อนในได้ง่าย ส่งผลให้เกิดอาการเจ็บคอ แผลในปาก หรือระบบขับถ่ายทำงานผิดปกติจากการสะสมความร้อนที่มากเกินไป

3. ฟักทองและปลาไน การจับคู่นี้อาจส่งผลกระทบต่อปฏิกิริยาทางเคมีในระบบย่อยอาหาร ซึ่งในบางรายอาจรุนแรงถึงขั้นทำให้เกิดสภาวะอาหารเป็นพิษ หรือมีความผิดปกติในระบบทางเดินอาหารฉับพลัน จึงควรหลีกเลี่ยงการนำวัตถุดิบสองชนิดนี้มาประกอบอาหารในมื้อเดียวกัน

4. ฟักทองและไข่แดง แม้ทั้งคู่จะมีสารอาหารที่ดี แต่การได้รับเบต้าแคโรทีนจากฟักทองในปริมาณสูงพร้อมกับคอเลสเตอรอลและไขมันจากไข่แดง อาจสร้างภาระในการเผาผลาญและการทำงานของตับกับถุงน้ำดีมากเกินไป การกระจายสารอาหารเหล่านี้ไปในมื้ออื่น ๆ จะเป็นผลดีต่อระบบเมตาบอลิซึมมากกว่า

5. ฟักทองและน้ำส้มสายชู น้ำส้มสายชูมีฤทธิ์เป็นกรด ซึ่งสามารถเข้าไปทำลายสารอาหารสำคัญและเอนไซม์ที่มีประโยชน์ในฟักทอง โดยเฉพาะวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระ การใช้กรดน้ำส้มในการปรุงฟักทองจึงเท่ากับการลดทอนคุณค่าทางโภชนาการที่ร่างกายควรจะได้รับไปอย่างน่าเสียดาย

เปิด 4 กลุ่มเสี่ยงที่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

นอกเหนือจากการจับคู่สารอาหารแล้ว กลุ่มบุคคลที่มีเงื่อนไขทางสุขภาพดังต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์หรือนักโภชนาการเพื่อกำหนดปริมาณการทานที่เหมาะสม:

  • ผู้ป่วยโรคไต: เนื่องจากฟักทองมีปริมาณโพแทสเซียมสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสมดุลของแร่ธาตุในผู้ที่การทำงานของไตลดลง

  • ผู้ป่วยโรคเบาหวาน: แม้จะมีกากใยสูง แต่ฟักทองมีค่าดัชนีน้ำตาลที่ส่งผลต่อระดับกลูโคสในเลือดได้หากรับประทานเกินขนาด

  • ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร: สภาวะลำไส้อ่อนแอหรือการย่อยแป้งได้ยาก อาจทำให้การทานฟักทองเพิ่มอาการไม่สบายท้องได้

  • ผู้ที่มีภาวะภูมิแพ้เฉพาะบุคคล: บางรายอาจมีอาการแพ้สารประกอบเฉพาะในพืชตระกูลแตง ซึ่งควรรสังเกตอาการหลังจากรับประทาน

แหล่งอ้างอิงข้อมูล: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข และหลักการโภชนบำบัดเบื้องต้นเกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์ของสารอาหารในร่างกายมนุษย์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...