ฉลุยแอลกอฮอล์24ชม.ในEEC SAMARTชี้ดันยอดโค้ดภาษีพุ่ง
#SAMART #ทันหุ้น – “บอร์ดน้ำเมา” ไฟเขียวขายแอลกอฮอล์ในพื้นที่ EEC เป็น 24 ชั่วโมง คาดมีผลช่วงพฤษภาคมนี้ ด้าน SAMART ชี้รับอานิสงส์เต็ม หนุนยอดโค้ดภาษีสรรพสามิตพุ่ง ปักเป้าปีนี้รายได้นิวไฮแตะ 1.4 หมื่นล้านบาท งานเรียงคิวบุ๊กเพียบ ดันพอร์ตลูกค้าขยายตัว พร้อมสบช่องประมูลโครงการใหม่ต่อเนื่อง หวังอัพ Backlog เพิ่มทะลุ 2 หมื่นล้านบาทในสิ้นปีนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดที่ประชุมคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ครั้งที่ 2/2569 ได้มีมติเห็นชอบร่างประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือ “บอร์ดน้ำเมา” เรื่อง กำหนดวันห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นการกำหนดวันห้ามขายเหล้าที่เป็นวันพระใหญ่เช่นเดิม เพียงแต่ปรับจากการออกโดยใช้ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีมาเป็นประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
*ขายแอลกฮอล์ 24 ชม.ใน EEC
พร้อมกันนี้ยังเห็นชอบในหลักการที่ผู้แทนคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) นำเสนอขอผ่อนคลายมาตรการควบคุมเวลาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเขตส่งเสริมเมืองการบินภาคตะวันออก คือ ขออนุญาตขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมง โดยกำหนดให้ในพื้นที่ EEC สามารถดำเนินการให้ร้านค้าขายได้ใน 2 ส่วน คือ 1.ส่วนในพื้นที่ที่จัดกิจกรรมหรือจัดนิทรรศการ และ 2.ร้านอาหารที่จะสามารถขายได้ แต่จะต้องปฏิบัติตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
โดยจากนี้จะมีขั้นตอนในการทำประชาพิจารณ์ หากผ่านก็จะออก ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถึงมีจะผลบังคับใช้ ตอนนี้ใช้เวลาที่ทางกฤษฎีกากำหนดคือต้องมี 30 วัน บวก 30 วัน คาดว่าทั้งหมดจะเรียบร้อยภายในไม่เกินเดือนพฤษภาคม 2569 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ดังกล่าว
*SAMART ชูยอดโค้ดภาษีพุ่ง
นายรัฐนันท์ วิไลลักษณ์ ผู้จัดการอาวุโสและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท สามารถคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAMART เปิดเผยว่า ในแง่ประเด็นที่ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้มีมติผ่อนคลายเกณฑ์ให้สามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 24 ชั่วโมงนั้นหากเกิดขึ้นมองน่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มการพิมพ์รหัสควบคุมบนบรรจุภัณฑ์สินค้าสุราแช่ (เบียร์) การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตมีประสิทธิภาพสูงสุดให้กับกรมสรรพสามิต หรือ Direct Coding ซึ่งจะช่วยสนับสนุนรายได้จากการจัดเก็บในส่วนดังกล่าวขยายตัวมากขึ้น และเป็นผลดีต่อทาง SAMART อีกทางหนึ่ง
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในปี 2569 บริษัทยังคงเป้าหมายรายได้ไว้ราว 1.4 หมื่นล้านบาท เติบโตต่อเนื่องจากปี 2568 และกำไรเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน ถือเป็นตัวเลขงบรวมรายได้มีโอกาสที่ดีสุดในช่วง 10 ปี (นิวไฮ) เนื่องจากธุรกิจมีงานในมือ (Backlog) ที่รอรับรู้ค่อนข้างมาก ประกอบกับมีโอกาสได้รับโครงการใหม่ๆ เข้ามาในปีนี้เพิ่มเติม
อย่างไรก็ดี จากการสำรวจข้อมูลล่าสุดทาง SAMART มีแบ็กล็อกอยู่ที่ประมาณ 1.56 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็น กลุ่มงานสาธารณูปโภคและการขนส่งราว 8.47 พันล้านบาท, กลุ่มโซลูชันไอซีที ดิจิทัล อยู่ที่ 6.69 พันล้านบาท และที่เหลือมาจากกลุ่มอื่นๆ โดยเบื้องต้นน่าจะรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปอีก 3 ปีข้างหน้า รวมทั้งมีแนวทางเข้าประมูลโครงการใหม่ๆ ต่อเนื่อง เพื่อเสริมรายรับในอนาคต
*ขับเคลื่อนผ่าน 3 แกน
ขณะที่ในปี 2569 กลุ่มบริษัทสามารถกำหนดให้เป็น “ปีแห่งการปลดล็อก พร้อมเติบโตไร้ขีดจำกัด” หรือ Unlock Unlimited Opportunities ด้วยการมองให้ไกล และใหญ่กว่าเดิม โดยมุ่งขับเคลื่อนองค์กรผ่าน 3 แกนกลยุทธ์หลัก เพื่อช่วยผลักดันกลุ่มสามารถให้ก้าวสู่การเป็นองค์กรเทคโนโลยีที่พร้อม เติบโตอย่างไร้ขีดจำกัดในทุกโอกาส
แกนกลยุทธ์แรก คือ Unlimited Solutions สะท้อนความแข็งแกร่งของกลุ่ม ในฐานะผู้ดำเนินธุรกิจเทคโนโลยีที่ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานใต้ดิน บนดิน ไปจนถึงระบบสื่อสารเหนือน่านฟ้า ด้วยการนำเสนอโซลูชันหรือบริการใหม่ๆ รวมถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆ พื่อตอบโจทย์ความต้องการและการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
แกนกลยุทธ์ที่ 2 Unlimited Collaborations มุ่งเน้นการผสานความร่วมมือทั้งจากหน่วยงานภายใน และพันธมิตรภายนอก เพื่อพร้อมรุกธุรกิจทุกรูปแบบ โดยให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ การควบรวมและซื้อกิจการ (Mergers and Acquisitions : M&A) เพื่อเร่งการเติบโต เข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ขยายตลาด ต่อยอดธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเสริมพนักงานมืออาชีพจากการขยายธุรกิจ
ส่วนแกนกลยุทธ์ที่3 Unlimited Opportunities เป็นการเปิดโอกาสให้บุคลากรทุกระดับได้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร ทั้งส่งเสริมการเรียนรู้ สนับสนุนและเปิดรับคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถเข้ามาเสริมทัพองค์กรให้แข็งแกร่งขึ้น