โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตลาดโลกปรับฐานแรงรับความเสี่ยงสงครามยืดเยื้อ เงินเฟ้อ-ดอกเบี้ยกลับมากดดัน

ทันหุ้น

อัพเดต 27 มี.ค. เวลา 07.23 น. • เผยแพร่ 29 มี.ค. เวลา 23.20 น.

#ทันหุ้น – ตลาดหุ้นสหรัฐ ปรับตัวลงแรงโดยดัชนี Dow Jones ปิด 469 จุด (-1.01%), S&P 500 ปิด 115 จุด (-1.74%) และ Nasdaq ปิด 576 จุด (-2.38%) สะท้อนแรงขายในสินทรัพย์เสี่ยง หลังนักลงทุนกลับมากังวลว่าสงครามระหว่างสหรัฐ และอิหร่านอาจยืดเยื้อและส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อผ่านราคาพลังงาน ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐ มีเพียงตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานที่ออกมาตามคาด ทำให้ตลาดขาดปัจจัยบวกใหม่เข้ามาหนุน

ในช่วงเช้าวันนี้มีพัฒนาการเชิงบวกเล็กน้อย หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า จะเลื่อนการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านออกไปอีก 10 วัน เป็นวันที่ 6 เม.ย. 2569 เพื่อเปิดทางให้การเจรจาดำเนินต่อ ส่งผลให้ Dow Futures ฟื้นตัวเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของสินทรัพย์ยังสะท้อนความกังวล โดยเฉพาะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ที่ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทั้งระยะสั้นและยาว สะท้อนมุมมองของตลาดที่คาดว่าเงินเฟ้ออาจเร่งตัว และทำให้แนวโน้มการลดดอกเบี้ยถูกเลื่อนออกไป โดยตลาดเริ่มประเมินว่าธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) อาจยังไม่ลดดอกเบี้ยในระยะสั้น และมีโอกาสที่ดอกเบี้ยจะทรงตัวในระดับสูงยาวนานกว่าคาด

ทางด้านตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลดลงเช่นกัน โดยถูกกดดันจากความกังวลต่อสถานการณ์ตะวันออกกลางที่ยังยืดเยื้อเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 และยังไม่มีสัญญาณชัดเจนของการยุติความขัดแย้งในระยะสั้น แม้จะมีความเป็นไปได้ของการหยุดยิง แต่ตลาดยังไม่มั่นใจว่า การฟื้นตัวของอุปทานพลังงานจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะประเด็นการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงมีข้อจำกัด

ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนกลับมาประเมินแนวโน้มเงินเฟ้อและทิศทางนโยบายการเงินใหม่อีกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยยังคงเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้ในการประชุมเดือนเมษายน เพื่อควบคุมเงินเฟ้อให้อยู่ในกรอบเป้าหมาย ส่งผลให้ตลาดเริ่ม Price-in โอกาสการขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการปรับตัวขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรยุโรประยะสั้น

เช่นเดียวกับตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวลดลงเป็นส่วนใหญ่ ตามแรงกดดันจากตลาดสหรัฐ แม้จะมีการประกาศเลื่อนเส้นตายการโจมตีออกไป แต่ก็ยังสะท้อนว่าความขัดแย้งยังคงยืดเยื้อออกไปในกรอบเวลาที่นานขึ้น มากกว่าจะคลี่คลายลงในทันที โดยการที่อิหร่านยอมเปิดทางให้เรือบรรทุกน้ำมันบางส่วนสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ ช่วยลดแรงกดดันในระยะสั้น แต่ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดโดยรวม ทำให้นักลงทุนยังคงเลือกถือเงินสดหรือสินทรัพย์ปลอดภัยมากขึ้น

สำหรับตลาดหุ้นไทยวันนี้มีแนวโน้มผันผวน โดยได้รับแรงกดดันจาก Sentiment เชิงลบของตลาดโลก นอกจากนี้ แรงกดดันสำคัญยังคงมาจากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง ซึ่งเริ่มส่งผลชัดเจนในประเทศผ่านการปรับขึ้นราคาน้ำมันขายปลีก และการลดบทบาทการอุดหนุนจากกองทุนน้ำมัน ส่งผลให้ต้นทุนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ด้านตลาดพันธบัตรพบว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวขึ้น โดยเฉพาะระยะยาวที่ปรับขึ้นแรงกว่า สะท้อนมุมมองของนักลงทุนว่าเงินเฟ้ออาจไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยระยะสั้น แต่มีโอกาสฝังตัวในระบบเศรษฐกิจระยะกลาง ผลกระทบดังกล่าวจะทยอยส่งผ่านไปยังภาคธุรกิจ หากบริษัทสามารถปรับราคาสินค้าได้ก็จะรักษาอัตรากำไรไว้ได้ แต่หากไม่สามารถส่งผ่านต้นทุน จะเผชิญแรงกดดันต่อกำไรอย่างมีนัยสำคัญ ขณะเดียวกันฝั่งผู้บริโภคจะเผชิญภาระค่าครองชีพที่สูงขึ้น ซึ่งอาจกดดันการบริโภคและภาพรวมเศรษฐกิจในระยะถัดไป

วันนี้มุมมอง GOLD Online Futures (GOH26) indicators ระบุดังนี้ PBC (ภาพหมายเลข 1) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกสะสม วันนี้มีทิศทางขาลง Break Low และ PBC (ภาพหมายเลข 2) แสดงถึงจำนวนเงินไหลเข้า / ออกรายวัน วันนี้มีทิศทาง Sideway ดังนั้น จึงมองว่า ระยะกลาง-ยาวมีโอกาสลง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...