โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทำไม ราคาน้ำมันไทย ต้องอิงราคาสิงคโปร์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 10.20 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 03.20 น.

กระทรวงพลังงานชี้ดัชนีราคาสิงคโปร์สะท้อนดีมานด์-ซัพพลายจริงระดับภูมิภาค ไม่ใช่การกำหนดราคาโดยประเทศใดประเทศหนึ่ง เผยข้อได้เปรียบด้านต้นทุนขนส่งที่ต่ำที่สุดและปริมาณการซื้อขายมหาศาล ป้องกันการปั่นราคาจากกลุ่มอิทธิพลในตลาด ย้ำราคาน้ำมันสำเร็จรูปเคลื่อนไหวสอดคล้องตลาดโลกภายใต้ระบบการค้าเสรี พร้อมประสิทธิภาพการปรับตัวสู่สมดุลที่รวดเร็ว

30 มีนาคม 2569 - ข้อมูลจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กระทรวงพลังงาน ได้ระบุถึงความสำคัญของการอ้างอิงราคาน้ำมันจากตลาดสิงคโปร์ โดยย้ำชัดว่าราคาดังกล่าวไม่ใช่ราคาที่ประกาศโดยประเทศสิงคโปร์หรือโรงกลั่นใดโรงกลั่นหนึ่งในสิงคโปร์โดยเฉพาะ แต่เป็นดัชนีราคาที่สะท้อนถึงธุรกรรมการซื้อขายจริงของทุกประเทศในภูมิภาคเอเชีย

ซึ่งมีปัจจัยสนับสนุนทางเศรษฐกิจและโลจิสติกส์ที่สำคัญ 6 ประการ ดังนี้ :

1. การบริหารจัดการต้นทุนนำเข้าในระดับต่ำสุด

ในเชิงยุทธศาสตร์ ตลาดสิงคโปร์ถือเป็นตลาดส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียและมีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ใกล้กับประเทศไทยมากที่สุด การอ้างอิงราคานี้จึงเป็นการกำหนดบรรทัดฐานต้นทุนนำเข้าที่ต่ำที่สุด ซึ่งบีบให้โรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศไทยต้องเร่งพัฒนาขีดความสามารถในการบริหารจัดการเพื่อแข่งขันกับต้นทุนนำเข้านี้ให้ได้

2. สภาพคล่องของตลาดและเสถียรภาพด้านราคา

ตลาดสิงคโปร์ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการซื้อขายในลักษณะเดียวกับตลาดนิวยอร์ก โดยมีบริษัทค้าน้ำมันข้ามชาติเข้ามาดำเนินการจำนวนมาก ปริมาณการซื้อขายที่อยู่ในระดับสูงมากนี้ส่งผลดีในเชิงเศรษฐกิจคือ

"ทำให้ยากต่อการปั่นราคาโดยผู้ซื้อหรือผู้ขาย และราคาจะสะท้อนจากความสามารถในการจัดหาและความต้องการน้ำมันของภูมิภาคนี้"

3. ดัชนีสะท้อนอุปสงค์และอุปทานที่แท้จริงของเอเชีย

แม้ว่าประเทศอย่างจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ จะมีกำลังการกลั่นสูงกว่าสิงคโปร์ แต่กลุ่มประเทศเหล่านั้นเน้นการกลั่นเพื่อบริโภคภายในประเทศเป็นหลัก ในขณะที่สิงคโปร์มีกำลังการกลั่น 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวันเพื่อการส่งออกโดยเฉพาะ

"การกลั่นเพื่อส่งออกเป็นหลัก ทำให้ราคาจำหน่ายของตลาดสิงคโปร์จะสะท้อนราคาส่งออกที่แท้จริง ซึ่งจะสะท้อนความสามารถในการจัดหา และสภาพความต้องการนำน้ำมันสำเร็จรูปของภูมิภาคเอเชีย"

4. บทบาทการเป็นราคาฐาน (Base Price) ในการส่งออก

แม้ในปัจจุบันหลายประเทศจะมีกำลังการกลั่นเพิ่มขึ้นจนการส่งออกของสิงคโปร์เริ่มมีสัดส่วนลดลง แต่ในทางธุรกิจระหว่างประเทศ ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดจรสิงคโปร์ยังคงได้รับความเชื่อมั่นและถูกใช้เป็นฐานในการกำหนดราคาส่งออกของประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง

5. ความสอดคล้องกับกลไกตลาดเสรีระดับโลก

จากการศึกษาการเคลื่อนไหวของราคาโดย สพช. พบว่าราคาน้ำมันในตลาดสำคัญทั่วโลก ทั้งตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกา ต่างปรับตัวไปในทิศทางและระดับที่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากน้ำมันเป็นสินค้าภายใต้ระบบการค้าเสรีสากล แม้จะมีบางช่วงที่ราคาเกิดความไม่สมดุลจากปัจจัยเฉพาะหน้า แต่กลไกตลาดจะผลักดันให้เกิดการไหลเข้าหรือออกของน้ำมันจนราคากลับสู่ภาวะสมดุลกับตลาดโลกในที่สุด

6. ประสิทธิภาพในการปรับตัวและความผันผวนที่ต่ำกว่า

จากการติดตามสถิติย้อนหลังพบว่า ราคาน้ำมันในตลาดจรสิงคโปร์มีความผันผวนน้อยกว่าตลาดหลักอื่นๆ และมีความโดดเด่นในด้านความเร็วการปรับตัว โดยในช่วงที่มีความแตกต่างจากตลาดอื่นสูง ตลาดสิงคโปร์จะใช้เวลาเพียง 1-3 วันในการปรับสมดุล เช่นเดียวกับเหตุการณ์ในเดือนมีนาคมที่ราคาสามารถกลับสู่ระดับปกติได้อย่างรวดเร็ว

การใช้ราคาสิงคโปร์เป็นเกณฑ์อ้างอิงจึงไม่ใช่เรื่องของการพึ่งพาประเทศเพื่อนบ้าน แต่เป็นเรื่องของการใช้ดัชนีราคาในตลาดที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มีสภาพคล่องสูง และสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงของภูมิภาค เพื่อให้การบริหารจัดการพลังงานของไทยตั้งอยู่บนพื้นฐานความจริงทางเศรษฐกิจและสามารถแข่งขันได้ในเวทีโลก

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...