สืบพัทยานำตัว "หมวดปืนดุ" สอบปากคำเพิ่มเติมเตรียมส่งฝากขัง ด้าน สวป.แจ้งข้อหาเพิ่ม ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน สภ.เมืองพัทยา
สืบพัทยานำตัว "หมวดปืนดุ" สอบปากคำเพิ่มเติมเตรียมส่งฝากขัง ด้าน สวป.แจ้งข้อหาเพิ่ม ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน สภ.เมืองพัทยา
ผู้สื่อข่าวรายงาน ความคืบหน้ากรณี ร.ต.ต. อายุ 54 ปี ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิง นายคิงส์ อายุ 41 ปี เจ้าของร้านกัญชา เสียชีวิต บริเวณด้านหลังร้าน ภายในถนนวอล์คกิ้งสตรีท พัทยาใต้ จังหวัดชลบุรี โดยเหตุเกิดขึ้นท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นในความผิดฐานฆ่าผู้อื่น และความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ได้แก่ ยิงปืนในที่สาธารณะ และพกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร พร้อมทั้งมีคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง และมีคำสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน
เมื่อเวลา 09.10 น. 20 เม.ย.69 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้นำตัวผู้ก่อเหตุ หรือหมวดโจ้ เข้าไปยังห้องสืบสวน ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัด เพื่อดำเนินการจัดทำบันทึกรายงานตามขั้นตอน โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าติดตามภายในห้อง จากการสังเกตพบว่าเจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้ต้องหาสวมเสื้อคลุมที่มีข้อความ “สืบสวน” และบันทึกภาพขณะนั่งภายในห้องประชุม เพื่อนำไปประกอบรายงานเสนอต่อผู้บังคับบัญชา
อย่างไรก็ตาม ในชั้นพนักงานสอบสวน หมวดโจ้ยังคงปฏิเสธที่จะให้ปากคำเพิ่มเติมแต่อย่างใด โดยเจ้าหน้าที่เตรียมนำตัวส่งฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยาในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ต่อมา ภายหลังการสอบสวนกับชุดทำงานของตนเองเสร็จสิ้นประมาณ 1 ชั่วโมง ผู้ต้องหาได้เดินออกจากห้องสืบสวน โดยได้กล่าวสั้นๆ ต่อสื่อมวลชนว่า ขอโทษผู้เสียชีวิตและครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถูกควบคุมตัวกลับเข้าไปยังห้องควบคุมผู้ต้องหา
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมอีก 1 ข้อหา คือ “ดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่” สืบเนื่องจากในคืนเกิดเหตุ ขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเข้าควบคุมตัวผู้ต้องหา ภายหลังสามารถระงับเหตุได้แล้ว พ.ต.ท.พีรยุทธ บริสุทธิ์ธรรม สารวัตรป้องกันและปราบปราม สภ.เมืองพัทยา ได้พยายามเข้าไปพูดคุยเจรจาเพื่อให้ผู้ก่อเหตุสงบลง
แต่ปรากฏว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมพูดจาในลักษณะหยาบคาย ดูหมิ่น และท้าทายเจ้าหน้าที่ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวถูกบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ส่งผลให้มีการดำเนินคดีเพิ่มเติมในข้อหาดังกล่าว
ทั้งนี้ ระหว่างการควบคุมตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติม ผู้ต้องหาไม่ได้ตอบคำถามใด ๆ กับสื่อมวลชน ขณะที่ในช่วงเที่ยงของวันเดียวกัน รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี เตรียมเดินทางเข้าสอบปากคำผู้ต้องหาด้วยตนเอง ก่อนมอบหมายให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีดำเนินการส่งตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดพัทยา ผลัดแรก ตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
สยามชล นิวส์