โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รั้วเขมรยังนิ่ง แม่ทัพภาค 4 ชงรั้วชายแดนใต้

INN News

อัพเดต 20 เม.ย. เวลา 13.55 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. เวลา 12.00 น. • INN News

สถานการณ์ชายแดนใต้ กลับมาร้อนแรง เมื่อพบว่า รถที่ใช้ก่อเหตุลอบยิง "กลมศักดิ์ ลีวาเมาะ" สส.นราธิวาส เขต 5 พรรคประชาชาติ เป็นรถของทางราชการ สังกัด กอ.รมน.มีการจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุแล้วบางส่วน แต่ยังไม่ถึงตัวบงการ ฝ่ายการเมือง เครือข่ายมวลชนในพื้นที่ กดดันฝ่ายความมั่นคงอย่างหนักให้ย้าย "พล.ท.นรธิป โพยนอก" แม่ทัพภาค 4 ออกจากพื้นที่จากกรณีปิดไมค์ตอบคดีลอบยิง"สส.กมลศักดิ์" และกรณีพาดพิงโรงเรียนปอเนาะ จนนายกฯ "อนุทิน ชาญวีรกุล" พร้อมคณะใหญ่ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีกลาโหม,และรัฐมนตรีอีกหลายคนรวมถึง พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วยประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ต้องลงพื้นที่ไปดูข้อเท็จจริง และมีการแถลงขอโทษ จากแม่ทัพภาค 4 รวมถึง "นายกฯหนู" ก็ขอโทษด้วย ในฐานะ ผอ.รมน. พร้อมกับปกป้องแม่ทัพภาค 4 แบบเงียบๆ โดยไม่มีคำสั่งย้ายตามข้อเรียกร้องแต่อย่างใด

คดีลอบยิง สส.ผ่านมา ครบ 1 เดือนเต็ม ชมรมอิหม่าม ชมรมตาดีกา ชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน เครือข่ายองค์กรเยาวชน มุสลิมะห์ ชมรมโต๊ะครู ชมรมโรงเรียนเอกชน อ.บาเจาะ พรรคประชาชาติ และศูนย์ทนายความมุสลิม ได้จัดพิธีละหมาดฮายัต ให้กำลังใจ "สส.กมลศักดิ์" มีการอ่านแถลงการณ์ของภาคประชาชน ชี้ชัด เหตุการณ์กราดยิงเมื่อวันที่ 19 มีนาคม ไม่ใช่เพียงแค่การทำร้ายบุคคลแต่เป็นการบ่อนทำลายความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่ตัวผู้ลงมือ แต่ต้องขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องทุกคน
ไร้สองมาตรฐาน ยุติการเลือกปฏิบัติในกระบวนการยุติธรรม และบังคับใช้กฎหมายอย่างศักดิ์สิทธิ์และเท่าเทียม

กระแสกดดัน ให้ย้ายแม่ทัพภาค 4 ออกจากพื้นที่ ยังไม่จบ แม้เจ้าตัว และผู้บังคับบัญชาหน่วยเหนือ จะขอโทษไปแล้ว แต่มวลชน และเอ็นจีโอ ยังเคลื่อนไหวแสดงออกว่าไม่ยอมรับการขอโทษแต่ในจังหวะเดียวกัน เพจเฟซบุ๊ก "ทีมโฆษก กอ.รมน." ก็ได้มีการโพสต์ข้อความว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า จะเดินหน้า "ปิดช่องโหว่ชายแดน"เตรียมชงแผนสร้างรั้วความมั่นคง185 กม.

เพื่อยกระดับการควบคุมชายแดน ลดช่องว่างการแทรกซึม และเสริมประสิทธิภาพการป้องกันภัยคุกคามในทุกมิติ บ่งบอกถึงความมุ่งมั่นของ"แม่ทัพภาค 4" ในการที่จะแก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ให้บรรลุเป้าหมาย

"รั้วชายแดน" จึงกลับมาอยู่ในความสนใจของพี่น้องประชาชน ทั้งในโลกจริง และโลกโซเชียลอีกครั้ง เมื่อกองทัพภาค 4 เสนอทำรั้วกั้นไทย-มาเลเซีย เพราะก่อนหน้านี้ มีการเสนอแนวคิดทำรั้ว ทำกำแพงชายแดนไทย-กัมพูชา
ซึ่งมีความยาว 800 กว่ากม.มาแล้ว ในช่วงที่สถานการณ์ชายแดนตึงเครียดมีการสู้รบกันถึง 2 ครั้ง ที่ประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช.ก็ได้เห็นชอบหลักการไปแล้ว มีการนำเสนอแบบร่าง และแนวทางดำเนินการ
โดยกองทัพไทยแล้ว

มีการจัดตั้ง"กองทุนหทัยทิพย์"จากเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ภายใต้มูลนิธิจุฬาภรณ์ เพื่อร่วมสนับสนุนภารกิจสำคัญในการสร้างสิ่งป้องกันภัยตาม แนวชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งปัจจุบันมียอดเงินกว่า 200 ล้านบาทรวมถึง "พรรคสีน้ำเงิน" ก็นำเรื่องนี้ไปใช้เป็นนโยบายหาเสียง จนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งแบบถล่มทลาย แต่คำถามคือรั้วชายแดนไทยเขมรจุดแรกจะเริ่มสร้างได้ตอนไหน เพราะตอนนี้ มีแต่รั้วตู้คอนเทนเนอร์ ของ"กันจอมพลัง"เท่านั้นประกอบกับยังมีข่าวลือ เกี่ยวกับการเปิดด่านชายแดนอย่างต่อเนื่อง โดย "เฮียหนุ่ม นักลงทุนสายโหด" ก็ได้โพสต์ตั้งคำถามแบบเจ็บจี๊ด "รั้วชายแดนเขมรเค้าไม่ทำกันแล้วเหรอครับ เงียบกริบเลยตั้งแต่ได้เป็นรัฐบาลตกลงว่ารั้วจะทำต่อไหมครับ" ซึ่งมีประชาชนเข้าไปแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก

น่าสนใจว่า ประเด็นรั้วชายแดนใต้ ซึ่ง"นายกฯอนุทิน" ออกตัวสนับสนุนอย่างชัดเจน ในการลงพื้นที่ ครั้งล่าสุด กับรั้วชายแดนไทย-เขมร รั้วฝั่งไหน จะมีความคืบหน้า และสามารถดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรมก่อนกัน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...