ค่าเงินบาท และตลาดหุ้นไทย (สัปดาห์ที่ 16-17 เม.ย. 69)
สรุปความเคลื่อนไหวค่าเงินบาท
• เงินบาทแข็งค่าเพียงเล็กน้อยเนื่องจากตลาดยังรอติดตามสัญญาณการเจรจารอบ 2 ของสหรัฐฯ และอิหร่าน ทั้งนี้เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแข็งค่าในตลาด Offshore ช่วงวันหยุดสงกรานต์ต้นสัปดาห์ และสามารถเพิ่มช่วงบวกได้ต่อเนื่องหลังตลาดในประเทศกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง สอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินอื่นในเอเชีย ขณะที่เงินดอลลาร์ฯ เผชิญแรงขายหลังมีรายงานข่าวว่า สหรัฐฯ และอิหร่านเปิดรับโอกาสที่จะกลับมาเจรจากันอีกครั้ง หลังจากการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านรอบแรกไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเพื่อยุติสงคราม โดยเงินบาททยอยแข็งค่าผ่านแนว 32.00 ไปแตะระดับแข็งค่าสุดในรอบกว่า 1 เดือนที่ 31.86 บาทต่อดอลลาร์ฯ อย่างไรก็ดี เงินบาทอ่อนค่ากลับมาบางส่วนสอดคล้องกับภาพการอ่อนค่าของสกุลเงินอื่นในเอเชียช่วงท้ายสัปดาห์ เพราะแม้จะมีดีลข้อตกลงหยุดยิง 10 วันระหว่างอิสราเอลกับเลบานอน แต่ตลาดก็ยังคงรอติดตามความชัดเจนของการกลับมาเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน และเส้นตายข้อตกลงหยุดยิงที่จะสิ้นสุดในสัปดาห์หน้า ประกอบกับเงินดอลลาร์ฯ มีปัจจัยบวกเพิ่มเติมจากตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ ที่ออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด
• สัปดาห์ระหว่างวันที่ 20-24 เม.ย. 2569 KBank คาดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 31.60-32.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ ปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ตัวเลขการส่งออกเดือนมี.ค. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสัญญาณของการเจรจารอบ 2 ระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก ฟันด์โฟลว์ของต่างชาติ ยอดค้าปลีกและยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือนมี.ค. ของสหรัฐฯ ข้อมูล PMI เบื้องต้นสำหรับเดือนเม.ย. ของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ยูโรโซน และอังกฤษ การกำหนดอัตราดอกเบี้ย LPR ของจีน รวมถึงตัวเลขเงินเฟ้อเดือนมี.ค. ของญี่ปุ่น
สรุปความเคลื่อนไหวตลาดหุ้นไทย
• ดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลงตามแรงขายของกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้ SET Index ปรับตัวลงตั้งแต่วันทำการแรกหลังวันหยุดยาวของตลาดในประเทศท่ามกลางแรงขายหลัก ๆ จากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ นำโดย หุ้นผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่แห่งหนึ่ง (เนื่องจากเข้าข่ายมาตรการกำกับการซื้อขายระดับ 1 ห้ามคำนวณวงเงินซื้อขาย และ Cash Balance) หุ้นกลุ่มแบงก์ (ก่อนการทยอยประกาศผลประกอบการไตรมาส 1/2569) และหุ้นกลุ่มพลังงาน (หลังราคาน้ำมันในตลาดโลกย่อตัวลง) นอกจากนี้ สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงมีความยืดเยื้อก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันดัชนีหุ้นไทยด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ การเจราจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 11-12 เม.ย. ยังไม่ได้ข้อสรุป และยังไม่มีการกำหนดวันที่แน่ชัดสำหรับการเจรจารอบต่อไป ทั้งนี้ แม้จะมีรายงานข่าวว่าอิสราเอล-เลบานอนบรรลุข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราวเป็นเวลา 10 วันเข้ามาในช่วงท้ายสัปดาห์ แต่นักลงทุนยังคงมีความระมัดระวังในการลงทุนและติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง
• สัปดาห์ที่ 20-24 เม.ย. 2569 KSecurities คาดแนวรับที่ 1,470 และ 1,450 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,495 และ 1,510 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลประกอบการไตรมาส 1/2569 ของบจ.ไทย โดยเฉพาะกลุ่มแบงก์ ตัวเลขส่งออกเดือนมี.ค. ของไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทิศทางเงินทุนต่างชาติ ยอดค้าปลีกเดือนมี.ค. ของสหรัฐฯ ดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการเดือนเม.ย. (เบื้องต้น) ของสหรัฐฯ ยูโรโซน อังกฤษและญี่ปุ่น อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR เดือนเม.ย. ของจีน ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนมี.ค. ของอังกฤษและญี่ปุ่น