จุดจบกระแส MAGA ผลสะท้อนทรัมป์ ป่วนโลกเป็นไฟ
จุดจบกระแส MAGA ผลสะท้อนทรัมป์ ป่วนโลกเป็นไฟ
หากสังเกตให้ดีจะพบว่ากระแสการเมืองจะมีระลอกของมันสลับกันไป ทุกคนคงยังจำได้ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ เป็นหนึ่งในคนที่โต้คลื่นกระแสฝ่ายขวาจัดมากับกลุ่มผู้สนับสนุนแนวคิด America First และ Make America Great Again หรือ MAGA จนชนะการเลือกตั้งสหรัฐอเมริกาแบบแลนด์สไลด์เมื่อปลายปี 2024 เพราะผู้สนับสนุนเชื่อว่าทรัมป์และพรรครีพับลิกันจะเข้ามาดำเนินนโยบายแบบเน้นแก้ปัญหาค่าครองชีพและเลิกการทำสงคราม
แต่ดูเหมือนว่าเวลาผ่านไปไม่นาน ทรัมป์กลับพาตัวเองเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดครั้งหนึ่งในชีวิตการเมือง เพราะสิ่งที่ทรัมป์ทำกลับตรงกันข้ามกับที่เคยให้คำมั่นไว้กับอเมริกันชนไว้แบบ 180 องศา บวกกับดราม่าล่าสุดที่มีการปะทะคารมผ่านสื่อกับสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอที่ 14 ทำให้เขาถูกวิจารณ์อย่างหนักจากทั้งฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา จนหลายคนตั้งข้อสงสัยว่าหรือกระแส MAGA และการเมืองฝ่ายขวาจะถึงคราวอวสาน?
สิ่งที่ผู้สนับสนุนของทรัมป์หลายคนคิดในช่วงแรกของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของทรัมป์คือ นโยบายที่ตอบโจทย์ที่จะเข้ามาแก้ปัญหาค่าครองชีพ แก้ปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมาย ลดบทบาทของสหรัฐในต่างประเทศให้หันกลับมาสนใจปัญหาภายในประเทศมากขึ้น รวมถึงการไม่นำสหรัฐเข้าไปสู่วังวนของสงครามเหมือนในอดีต ทรัมป์บอกเองระหว่างหาเสียงว่าเขาจะไม่เข้ามาทำสงครามแต่จะมาหยุดสงคราม ขณะที่นักการเมืองหลายคนฝ่ายขวากล่าวหาว่านางคามาลา แฮร์ริส ผู้ท้าชิงตำแหน่งผู้นำสหรัฐจากพรรคเดโมแครตจะนำสหรัฐไปทำสงคราม และหากอยากได้สันติภาพให้เลือกทรัมป์
ทรัมป์มีโจทย์ใหญ่ให้แก้ไข แถมในช่วงปลายปีนี้จะมีการเลือกตั้งกลางเทอมที่พรรครีพับลิกันจะต้องรักษาเสียงข้างมากในสภาสูงและสภาล่างให้ได้ เรียกได้ว่าเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี แต่สิ่งที่ทรัมป์ทำตั้งแต่เข้าสู่ปี 2026 นี้คือนำสหรัฐกลับไปสู่วังวนของสงครามจากการเปิดฉากสู้รบกับอิหร่านร่วมกับอิสราเอล ทรัมป์พยายามอ้างความชอบธรรมว่าอิหร่านใกล้จะผลิตอาวุธนิวเคลียร์สำเร็จและต้องลงมือโจมตีก่อนเพื่อคุ้มครองทหารอเมริกันในตะวันออกกลาง แต่สาวก MAGA จำนวนไม่น้อยมองว่าข้ออ้างนี้ “ฟังไม่ขึ้น” เพราะสิ่งที่ได้กลับมาคือวิกฤตพลังงานขาดแคลนจากการที่อิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ ราคาน้ำมันและก๊าซพุ่งสูงยิ่งทำให้ปัญหาค่าครองชีพหนักขึ้นแทนที่จะลดลงอย่างที่เคยหาเสียงไว้
นอกจากนั้น คำหาเสียงที่เคยบอกว่าจะเข้ามาตัดลดรายจ่ายของรัฐบาลที่ไม่จำเป็นก็กลับไม่เป็นความจริง หลังเมื่อต้นเดือนเมษายน ทำเนียบขาวขอให้สภาคองเกรสอนุมัติการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมขึ้นอีกเป็น 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ เป็นการเพิ่มงบประมาณด้านการทหารที่สูงที่สุดนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 และหันไปลดงบประมาณอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับกลาโหมลง 10% อาทิ โครงการด้านการศึกษา สิ่งแวดล้อม และที่อยู่อาศัย การทำเช่นนี้ก็ยากที่จะแก้ต่างแทนว่าชีวิตของประชาชนจะยกระดับให้ดีขึ้นได้อย่างไร ในเมื่องบประมาณก้อนใหญ่เทไปอยู่ในกองทัพ
การทำสงครามกับอิหร่านยิ่งสร้างรอยแตกร้าวระหว่างสหรัฐและชาติพันธมิตร เพราะทรัมป์ฟาดงวงฟาดงาใส่ประเทศพันธมิตรหลังกดดันให้มาช่วยสหรัฐเปิดช่องแคบฮอร์มุซแต่ไม่สำเร็จ ทรัมป์อ้างว่าองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ไม่ยอมยื่นมือช่วยสหรัฐในเรื่องอิหร่าน ทั้งที่นาโตเป็นองค์การที่ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยสร้างการป้องกันในหมู่ประเทศพันธมิตร ไม่ใช่การไปใช้รุกรานโจมตีประเทศอื่น ทำให้เสียงสนับสนุนที่ประเทศพันธมิตรมีต่อสหรัฐลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ใช่แค่นอกประเทศ แต่เสียงสนับสนุนของทรัมป์ภายในประเทศก็ลดลงเช่นกัน โพลสำรวจความคิดเห็นที่จัดทำโดยสถานีโทรทัศน์ CBS ร่วมกับ YouGov พบว่าเสียงสนับสนุนของทรัมป์ลดลงเหลือ 39% ทรัมป์ยังมีคะแนนนิยมต่ำกว่าช่วงเดียวกันของการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐสมัยแรกถึง 4%
กระแส MAGA ของทรัมป์ซาลงไปอย่างชัดเจนเพราะสิ่งที่ทรัมป์ทำกลับตรงข้ามกับสิ่งที่หาเสียงไว้ ผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันหลายคนโพสต์ว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาโหวตเลือกทรัมป์มา บางคนออกมายอมรับผิดว่าเลือกผิด นักวิจารณ์ฝ่ายขวาที่เคยเป็นพันธมิตรของทรัมป์ อาทิ ทักเกอร์ คาร์สัน อดีตพิธีกรช่องฟ็อกซ์นิวส์ อเล็กซ์ โจนส์และแคนเดซ โอเวน นักเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิดฝ่ายขวาจัด ออกมาคัดค้านการทำสงครามกับอิหร่านและออกมาวิจารณ์ทรัมป์มากขึ้น แต่ด้วยนิสัยของทรัมป์ที่เป็นคน “แพ้ไม่เป็น” และต้องโต้กลับทุกคำวิจารณ์แบบปล่อยผ่านไม่ได้ เป็นที่มาให้ทรัมป์เขียนโพสต์ร่ายยาว 372 คำสวนกลับพันธมิตรสายอนุรักษ์นิยมของตัวเองว่าพวกเขาไม่ใช่กลุ่ม MAGA แต่เป็นพวกขี้แพ้ ทั้งที่พันธมิตรกลุ่มนี้เคยช่วงเรียกเสียงสนับสนุนให้ทรัมป์ชนะเลือกตั้งเมื่อไม่นานนี้ เข้าสำนวนไทย “เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล” สะท้อนรอยแตกร้าวในกลุ่มอนุรักษ์นิยม แทนที่ทรัมป์จะเปิดรับกลุ่มคนที่เห็นต่างเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแนวร่วม MAGA แต่กลับไล่คนที่เห็นไม่ตรงกับเขาให้ออกไป
ทรัมป์ยังเปิดสงครามกับสมเด็จพระสันตะปาปาเลโอ ที่ 14 แห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกอีกด้วย หลังโป๊ปออกมาเรียกร้องสันติภาพ ยุติสงคราม และย้ำว่า พระเจ้าจะไม่ตอบรับคำขอพรของผู้นำก่อสงครามที่มือเปื้อนเลือด ทรัมป์ออกมาสวนกลับโป๊ปว่าอ่อนแอในเรื่องอาชญากรรม และมีนโยบายต่างประเทศที่แย่ ที่หนักที่สุดคือทรัมป์โพสต์ภาพที่ทำโดยเอไอเป็นตัวทรัมป์เองสวมชุดคล้ายกับพระเยซูกำลังแสดงปาฏิหาริย์รักษาคน ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากทุกฝ่าย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายขวาที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ซึ่งจำนวนไม่น้อยก็โหวตเลือกทรัมป์ แม้ต่อมาทรัมป์จะลบภาพดังกล่าวและแก้ตัวว่าเจตนาของภาพนี้คืออยากทำให้ตัวเองดูเป็น “หมอ” ไม่ใช่ “พระเยซู” แต่ก็ไม่สามารถลดแรงกระแทกจากภาพดังกล่าวได้ ยิ่งถ้าเรามองความเป็นทรัมป์ตลอดเวลาที่ผ่านมา หากภาพนี้ไม่ส่งผลเสียแบบหนักหนาสาหัสจริง ไม่มีทางที่คนที่ไม่เคยยอมแพ้ใครอย่างทรัมป์จะลบภาพทิ้งแน่นอน
เหตุการณ์ที่ทำให้เห็นภาพความเสื่อมถอยของกระแส MAGA อย่างชัดเจนที่สุดคือกิจกรรมของกลุ่มฝ่ายขวา Turning Point Action ของชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวที่ล่วงลับผู้เป็นพันธมิตรของทรัมป์ ในการปราศรัยที่รัฐจอร์เจียเมื่อวันที่ 14 เมษายน ที่มีเจดี แวนซ์ ขึ้นปราศรัย กลับมีผู้เข้าร่วมบางตาหลักพันต้นๆ ในสนามกีฬาที่มีความจุหมื่นคน ทั้งที่ในอดีตเคยมีคนเข้าร่วมรับฟังจนแน่นสถานที่จัด ผู้สนับสนุนของทรัมป์ในโลกออนไลน์ก็น้อยลงเช่นกัน จากในอดีตมักพากันออกมาแก้ต่างให้กับทรัมป์ แต่ทุกวันนี้กลับแทบไม่มีใครออกมาปกป้องการทำสงครามกับอิหร่านหรือสงครามน้ำลายระหว่างทรัมป์กับโป๊ปในโซเชียลมีเดีย
กระแสฝ่ายขวาที่ลดลงยังส่งผลต่อการเลือกตั้งทั่วไปของฮังการี ทำให้วิกเตอร์ ออร์บาน นายกรัฐมนตรีฮังการีผู้เป็นพันธมิตรใกล้ชิดของทรัมป์และประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย พ่ายแพ้การเลือกตั้งอย่างยับเยินหลังครองอำนาจมานาน 16 ปี ให้กับปีเตอร์ มัชยาร์ จากพรรคทิสซาฝ่ายกลาง-ขวา แม้ว่าจะได้เจดี แวนซ์ บินไปช่วยหาเสียงถึงฮังการี แต่ผลการเลือกตั้งไม่ได้เหนือความคาดหมายเพราะประเทศต่างๆ คงเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นภายในสหรัฐจากผู้นำฝ่ายขวาจัด จึงไม่อยากดำเนินรอยตามแบบเดียวกัน
ในเวลานี้ทุกคนคาดว่ารีพับลิกันคงพ่ายแพ้การเลือกตั้งกลางเทอมแน่นอน และจะสูญเสียเสียงข้างมากในทั้ง 2 สภา ทรัมป์ต้องพลิกสถานการณ์ให้ได้เพื่อไม่ปล่อยให้อเมริกันชนถอยห่างจากกระแส MAGA ไปมากกว่านี้ ไม่อย่างนั้น หากเดโมแครตเข้ามาครองสภาคองเกรสได้เมื่อไหร่ รัฐบาลของทรัมป์ในวาระที่เหลือไม่เพียงจะต้องเจอกับงานยากอย่างแน่นอน เพราะมันอาจหนักหนาสาหัสขนาดที่วาระที่เหลืออยู่ของทรัมป์อาจจะทำงานไม่ได้เสียด้วยซ้ำ แถมยังอาจฉุดให้รีพับลิกันแพ้เลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งต่อไปก็เป็นได้!
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จุดจบกระแส MAGA ผลสะท้อนทรัมป์ ป่วนโลกเป็นไฟ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th