โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Kabby.bkk ร้านกาแฟของแก๊งมนุษย์เงินเดือนที่ไม่ต้องออกจากงานก็สานฝันได้!

SME THAILAND ONLINE

เผยแพร่ 19 มี.ค. เวลา 17.00 น. • ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
หลายคนกล้าออกจากงานมาตามความฝัน แล้วจะมีไหม ใครที่ไม่ลาออกจากงานแต่ก็ยังสานฝันไปได้พร้อมกัน! และนี่คือเรื่องราวของ Kabby.bkk ร้านเครื่องดื่มขวัญใจชาวออฟฟิศย่านเอกมัย ที่แก๊งเพื่อนสนิทมารวมตัวกันเพื่อปั้นธุรกิจแบบไม่ลาออกจากงาน

Text : Yuwadi.s

กระแสลาออกจากงานมาตามล่าหาความฝันกำลังมาแรงบนโลกออนไลน์ แต่กลับมีแก๊งเพื่อน 3 คนที่ไวรัลในคลิป “อยากเปิดร้านแต่ไม่ลาออก” กับเจ้าของร้านกาแฟย่านเอกมัย Kabby.bkk ที่ก่อตั้งโดยเอก - อภิชัย สิริวิลัยกุล

พิชา - ภัคพิชา เมฆตระการ และ กี้ - ทิพย์วัลย์ ทวีกิตติกุล เพื่อนรักที่คบกันตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยและเปิดร้านกาแฟด้วยกันแบบไม่ลาออกจากงานประจำ พวกเขาหยิบเอา Pain Point ของมนุษย์เงินเดือนที่อยากมีร้านเครื่องดื่มคุณภาพดีและมีให้เลือกตั้งแต่กาแฟไปจนชานมไข่มุกมาไว้ในที่เดียว ขายในราคาเข้าถึงง่ายและนี่คือเรื่องราวการปั้นธุรกิจฉบับมนุษย์เงินเดือนที่ไม่ต้องลาออกจากงานก็สานฝันได้!

จากเพื่อนสนิทสู่พาร์ทเนอร์ธุรกิจของ 3 มนุษย์เงินเดือน

กว่าจะเกิดเป็นร้านกาแฟ Kabby.bkk พิชาเล่าว่าทั้ง 3 คนรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนบัญชีที่มหาวิทยาลัยและเคยทำงานในสโมสรนักศึกษาด้วยกัน จนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันและเติบโตขึ้นทำงานประจำ โดยกี้ทำงานเป็น Audit ในบริษัท 1 ใน Big 4 ส่วนพิชาเป็น Business Controller ใน Global Company แห่งหนึ่งและเอกเป็น Credit Manager ที่บริษัทเครื่องสำอางชื่อดัง

“เราทั้ง 3 คนเรียนมาด้วยกัน ช่วงปี 3 ปี 4 เราเคยได้ทำกิจกรรมที่สโมสรนักศึกษาด้วยกันจนเริ่มสนิทกัน เราเคยทำงานร่วมกันเลยคลิกกัน รู้สไตล์การทำงานกัน ด้วยความที่เราเรียนบัญชีเหมือนกันเลยมีความคิดคล้ายๆ กันในการทำธุรกิจ” พิชาเล่า

สำหรับจุดเริ่มต้นของร้าน Kabby.bkk มาจากจุดร่วมของพวกเขาทั้ง 3 คนในการมองหาร้านกาแฟที่อยากกินได้ทุกวันและมีทุกอย่างอยู่ในร้านเดียว จึงเอาประสบการณ์ที่เคยเป็นผู้บริโภคมาก่อนและปั้นร้านกาแฟในฝันแบบที่พวกเขาต้องการ

“เราเป็นพนักงานออฟฟิศ ตอนเช้าเราก็ต้องกินกาแฟแก้วหนึ่ง ตอนเที่ยงเราอยากกินน้ำหวานอีกแก้วหนึ่งและเวลาที่เราไปเป็นกลุ่มกับพี่หรือเพื่อนที่ทำงาน บางคนอยากกินกาแฟ บางคนอยากกินน้ำหวาน บางคนอยากกินชานมไข่มุก มันจะต้องเลือกหนึ่งร้าน เช่น พี่อยากกินกาแฟ เราต้องตามไปทั้งที่ไม่ได้อยากกิน จะดีกว่าไหมถ้ามันอยู่ในร้านเดียวกัน ไม่ต้องแยกกันไป เลยเป็นโอกาสที่ดีถ้าเราทำร้านที่มีทุกอย่างอยู่ในที่เดียว มีคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้” กี้เล่า

ด้วยความที่เป็นพนักงานออฟฟิศทั้ง 3 คน ช่วงก่อนเปิดร้านจึงเป็นช่วงที่ทุกคนต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจเป็นอย่างมาก ทั้งการเรียนทำเครื่องดื่ม การปรับสูตร รวมไปถึงการเตรียมตัวเปิดร้าน

“ช่วงแรกหนักค่ะ เพราะเราทำงานประจำไปด้วย แต่ละคนจะต้องไปหาคลาสเรียน พิชาเองไปเรียนทำชา เราเรียนมารู้แล้วว่าอะไรผสมกับอะไรและออกมาแบบไหน แต่สุดท้ายทุกอย่างมานับหนึ่งใหม่ มาหาจุดที่เราทำแล้วชอบ ทุกสูตรของร้านมาจากความชอบของพวกเรา หาทุกอย่างและเอามารวมกันใหม่เพื่อได้ตรงกลางที่สุด เรา R&D กันเองหมด เป็นประสบการณ์ที่ดี เราเห็นโลกที่กว้างขึ้น และเปลี่ยนจากมิตรภาพที่เป็นเพื่อนสนิทกันมาเป็นหุ้นส่วนกันมันต้องบาลานซ์ความสัมพันธ์เช่นกัน เราจะมีความเกรงใจเพื่อนขึ้นเยอะมาก โดยเฉพาะเรื่องเงิน ทุกอย่างต้องโปร่งใส” พิชาเล่า

โดยกี้ได้เสริมในเรื่องของความสัมพันธ์ว่าการมาลงเรือลำเดียวกัน ลงทุนด้วยกันต้องกล้าที่จะพูดกันตรงๆ เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าต่อไปได้

“บางคนพูดว่าทำธุรกิจกับเพื่อน ระวังจะทะเลาะกัน ระวังเสียเพื่อน แต่เรามีจุดที่เรากล้าด่ากันตรงไปตรงมา อันนั้นมองว่าดีที่เรากล้าด่ากันจริงๆ ไม่ได้เก็บไว้ รู้สึกยังไงเราพูดและเราจบกันตรงนั้นเลย ธุรกิจก็ไปต่อได้ ความสัมพันธ์ของเพื่อนก็ไปต่อได้ถ้าเรากล้าพูดกันตรงๆ” กี้เสริม

Kabby.bkk ร้านกาแฟที่อยากเป็น Everyday Cup ของพนักงานออฟฟิศ

ร้าน Kabby.bkk เป็นร้านที่อยากให้ทุกคนสามารถเข้ามากินได้ทุกวัน ด้วยราคาที่จับต้องง่าย กาแฟเริ่มต้นที่แก้วละ 55 บาท สามารถเลือกความเข้มของเมล็ดกาแฟได้แบบไม่ต้องควักเงินเพิ่ม ส่วนชาเริ่มต้นที่ 40 บาท พวกเขาได้เปลี่ยน Pain Point ของมนุษย์เงินเดือนให้กลายเป็นร้านที่ตอบโจทย์ความต้องการได้มากที่สุด

“รสชาติเครื่องดื่มของที่ร้านจะเป็นรสชาติที่เรา 3 คนชอบ เราพยายามทำเครื่องดื่มในแบบที่เราเองอยากดื่มทุกวันและรู้สึกว่าลูกค้าก็น่าจะชอบด้วย การตลาดในช่วงแรกของร้าน ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องของทำเลด้วยความที่เรามีกลุ่มเป้าหมายชัดว่าลูกค้าคือพนักงานออฟฟิศ เราคิดว่าเราเข้าใจดีว่าเขาอยากได้อะไร ราคาเท่าไหร่ ตรงนี้เป็นทำเลที่เราเข้าใจดี ด้วยรสชาติและสิ่งที่เรานำเสนอออกไปน่าจะถูกใจลูกค้า เลยกลายเป็นการตลาดที่ทำให้ลูกค้ารู้จักเราแบบปากต่อปาก” เอกเล่าถึงสิ่งที่ทำให้ลูกค้ารู้จักร้าน Kabby.bkk

บริหารธุรกิจฉบับมนุษย์เงินเดือน

การทำงานประจำไปด้วยและเริ่มต้นธุรกิจไปด้วย แม้จะดูเป็นไปได้ยากแต่พวกเขาพิสูจน์แล้วว่าสามารถทำได้ถ้ามีระบบการทำงานที่ดีและมีพนักงานที่ไว้ใจได้

“จันทร์ถึงศุกร์เราให้งานประจำเป็นหลัก รายได้หลักเราอยู่ตรงนั้น ทุกคนต้องไปทำหน้าที่ของตัวเองแต่เราจะมีการมอนิเตอร์หลังบ้าน เราจะเข้าร้านทุกวันเสาร์ ดูว่าในอาทิตย์ที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ถามน้องผู้จัดการร้านว่าลูกค้ามีปัญหาไหม ยอดขายเป็นยังไง เรามีโปรแกรมที่ดูหลังบ้านด้วย ตอนกลางวันเราก็มีเปิดกล้องวงจรปิดดูกัน ส่วนวิธีการทำงาน เรามีการวางสูตรไว้แล้วว่าเมนูไหนทำอย่างไร ตักกี่ช้อน เราชั่งตวงวัดทีละแก้วเลย เรามีสูตรแปะไว้ให้น้องสามารถทำตามได้” กี้เล่าถึงการทำงานควบคู่กัน

ทางด้านพิชาเสริมว่านอกจากการบริหารจัดการระบบต่างๆ เรื่องของคนที่มาทำงานก็สำคัญมากในการเปิดร้าน ต้องมีความเชื่อใจในคนทำงาน

“ถึงแม้เราจะดูน้องๆ จากกล้องวงจรปิดได้ แต่เราก็ต้องมีความเชื่อมั่นน้องในร้านและต้องมีการเทรนนิ่งที่ดี น้องผู้จัดการร้านเราตอนนี้ เป็นคนที่เราเทรนนิ่งมาด้วยตัวเอง ปั้นมากับมือ อยู่กับเรามานาน พอมีคนใหม่เข้ามาเราสามารถปล่อยให้เขาเทรนนิ่งคนใหม่ได้ ด้วยความที่เราเข้าร้านทุกวันเสาร์ เราจะมีการออดิทของเราด้วย เช่น ความสะอาดของร้าน เรามีกระบวนการทำงานชัดเจน การทำเครื่องดื่ม การทำความสะอาด งานหลังบ้านก็สำคัญมากในการเปิดร้าน” พิชาเล่า

โดยทั้ง 3 คนได้ปิดท้ายถึงมุมมองในการทำงานประจำไปด้วยและทำธุรกิจควบคู่กันไปด้วยว่าสามารถทำได้แม้ว่าจะยากแต่เป็นเส้นทางที่พวกเขา 3 คนคิดว่าดีที่สุดสำหรับตัวเอง

“เราคิดว่าการลาออกจากงานมาทำธุรกิจหรือไม่ลาออกมันเป็นเรื่องปัจเจกมากๆ ในความคิดเราคือไม่ต้องลาออกเราก็สามารถทำได้ แค่เราต้องเสียสละเวลาส่วนตัวมากขึ้นในการทำงานตรงนี้” เอกเล่าถึงมุมมองของการทำงานประจำควบคู่กับการทำธุรกิจ

ทางด้านกี้เสริมว่า “มันมีจุดเล็กๆ ที่เราคิดว่าถ้าเรารวยแล้วคงลาออก แต่ตอนนี้ไม่สามารถทำได้จริงๆ ร้านเราเน้นราคาเป็นหลักที่เราทำให้เข้าถึงง่ายและกำไรอาจจะยังไม่ได้เยอะมาก เราคิดว่าเราสามารถจัดการงานประจำและทำธุรกิจนี้ได้พร้อมกัน เราทำคอนเทนต์ อยากเปิดร้านแต่ไม่ลาออก ใน เพราะอยากเปิดเรื่องให้คนสนใจว่าเราเองเป็นคนธรรมดาไม่ได้มีฐานเสียงที่ดังขนาดนั้น เผื่อคนจะได้สนใจหรือเป็นแรงบันดาลใจให้คนที่ทำงานประจำอยู่แล้วสามารถทำธุรกิจได้เป็นอีกหนึ่งลู่ทาง”

พิชาได้ปิดท้ายว่า “เราเข้าร้านวันเสาร์ไม่ใช่แค่เราทำงานแค่วันเสาร์ หน้าที่ของเจ้าของร้านมันคือ 24 ชั่วโมง หากมีเรื่องสำคัญที่เราต้องคุยหรือตัดสินใจ เราก็ต้องทำทันที แต่การทำงานในตอนนี้ เราสามารถจัดการได้ เลยเป็นวิธีที่ดีสำหรับเราใน 3 คนตอนนี้ เป็นเส้นทางที่เรา 3 พอใจและเราทำงานได้เข้าใจกันและกันมากๆ”

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจ Startup

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...