โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

7 สมาคมท่องเที่ยว ยื่น 7 มาตรการเร่งด่วน งบกว่า 1 หมื่นล. รักษาเสถียรภาพอุตฯท่องเที่ยว

Khaosod

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 11.37 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 11.37 น.

FETTA 7 สมาคมท่องเที่ยวร่อนหนังสือถึงผู้ว่าฯ ททท. เสนอ 7 ข้อรักษาเสถียรภาพจากภาวะวิฤตน้ำมันของอุตฯ ท่องเที่ยวและบริการไทยปี’69 ระบุอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายอย่างหนัก

วันที่ 20 มี.ค. ดร.อดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (ATTA) เปิดเผยว่า สมาพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย (FETTA) ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของ 7 สมาคมท่องเที่ยว ได้แก่สมาคมไทยธุรกิจท่องเที่ยว (ATTA) สมาคมโรงแรมไทย (THA) สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (TTAA) สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย (สปข.)

สมาคมมัคคุเทศก์อาชีพแห่งประเทศไทย (PGAT) และสมาคมส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวไทย (สธทท.) ได้ยื่นหนังสือเรื่องข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อรักษาเสถียรภาพจากภาวะวิฤตน้ำมันของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการไทยปี 2569 ถึงนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เพื่อนำเรียนรัฐบาลต่อไป

โดยระบุว่าตามที่สมาคมในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ ได้หารือร่วมกับภาคเอกชนผู้ประกอบ การในอุตสาหกรรรวมถึงนักวิชาการด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ เพื่อประเมินสถานการณ์และผล กระทบที่เกิดขึ้น พบว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายสำคัญจากข้อจำกัดด้านพลังงาน ต้นทุนการเดินทางที่เพิ่มสูงขึ้น และความเปราะบางของความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยว

และมีแนวโน้มส่งผลต่อการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยวในประเทศและต่างประเทศที่เริ่มมีการประกาศเตือนนักท่องเที่ยวให้เลื่อนการเดินทาง เช่นตลาดมาเลเซีย ดังข่าวที่ประจักษ์โดยทั่วไป และอาจเกิดขึ้นต่อเนื่องในตลาดอื่น ๆ

หากไม่มีมาตรการออกมาแก้ไขอย่างเร่งด่วน ซึ่งส่งผลกระทบทั้งต่อการดำเนินงานของผู้ประกอบการและภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศที่มีอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวรวม 2.7 ล้านล้านบาท เป็นสัดส่วนราว 13% ของจีดีพีของประเทศ และอัตราการจ้างงานราว 4 ล้านคน ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจหลักของประเทศ

การขาดแคลนน้ำมันไม่ใช่แค่เรื่องพลังงาน แต่คือ “วิกฤตความเชื่อมั่น” โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่คนไทยเดินทางด้วยรถยนต์เป็นหลัก หากไม่มั่นใจว่าจะมีน้ำมันเพียงพอ คนจะตัดสินใจไม่เดินทางทันที กระทบท่องเที่ยวทั้งระบบ

ยิ่งหากข่าวนี้แพร่ไปต่างประเทศ จะยิ่งทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าเดินทางมาไทย ในภาวะนี้ “ไม่มีน้ำมันให้เติม” สำคัญกว่า“การคุมราคา” เพราะไม่มีอะไรแย่ไปกว่าสถานการณ์ที่รถโดยสารเต็มคัน แต่ไม่สามารถเติมน้ำมันกลางทางและไปต่อไม่ได้

ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำมันในปั๊มอย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อฟื้นความมั่นใจของประชาชนและนักท่องเที่ยว ก่อนที่ผลกระทบจะลุกลามเป็นวงกว้าง จากการหารือดังกล่าว ได้มีข้อเสนอแนวทางการแก้ไขเชิงนโยบายแบบบูรณาการโดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาเชิงระบบ

ทั้งด้าน Supply, Cost และ Demand ควบคู่กับการสร้างความเชื่อมั่นในระยะสั้นและการเสริมความยั่งยืนในระยะยาว โดยมีมาตรการสำคัญดังนี้

1. การบริหารจัดการพลังงาน จัดสรรโควต้าน้ำมันสำหรับภาคการท่องเที่ยว จัดตั้งช่องทางเติมน้ำมันเฉพาะ และควบคุมต้นทุนการกลั่นในช่วงวิกฤต

2. การลดต้นทุนการเดินทางทางอากาศ โดยสนับสนุนเที่ยวบินเช่าเหมาลำ และลดค่าธรรมเนียมสนามบิน งบประมาณ 1,000 ล้านบาท เป็นเวลา 3 ไตรมาสๆ ละ 1,000 เที่ยวบิน เที่ยวบินละ 350,000 บาท

3. การกระตุ้นตลาดในประเทศ โดยออกมาตรการร่วมจ่าย และแรงจูงใจด้านการเดินทาง โดย

3.1) ส่งเสริมเที่ยวข้ามจังหวัด 1 ล้านสิทธิ์ งบประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไขให้เกิดการกระจายของของนักท่องเที่ยวคือ 2 วัน 1 คืน 1 จังหวัด จำนวน 1,000 บาท 3 วัน 2 คืน 2 จังหวัด จำนวน 2,000 บาท และ 4วัน 3 คืน 3 จังหวัด จำนวน 3,000 บาท

3.2) ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบหมู่คณะทั้งตลาดในประเทศและอินบาวด์เพื่อการประหยัดพลังงานและกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศ รวมถึงกิจการขนส่งสาธารณะ “บัสล้านคันเที่ยวทั่วไทย” โดยออกแบบเส้นทางเส้นทางเที่ยวข้ามภาค ลงพื้นที่ชุมชน เป็นหมู่คณะ 20 คน ขึ้นไป 3 วัน 2 คืน สนับสนุนคันละ 10,000 บาท สิทธิ์ 1,000,000 คน งบประมาณ 1 หมื่นล้านบาท และ

3.3) ตามมติ ครม. 10 มี.ค. 2569 ที่รัฐบาลให้หน่วยงานของรัฐและรัฐวิสาหกิจ จัดประชุม สัมมนา ดูงานในประเทศ ขอให้ใช้บริการบริษัททัวร์ และใช้รถบัสผ่านสมาคมต่างๆ

4. จัดตั้งระบบติดตาม เฝ้าระวัง และจัดทำการส่งเสริมตลาดต่างประเทศ โดยใช้กลยุทธ์ Two-way Marketing และ Roadshow ในตลาดหลัก

5. การสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย ด้วยการบริหารจัดการ Overstay และระบบคัดกรองนักท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวที่เข้มข้นเพื่อเฝ้าระวังบุคคลไม่พึงประสงค์

6. การพัฒนาบุคลากรภาคการท่องเที่ยว ยกระดับทักษะภาษาและดิจิทัล และ

7. ออกมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีผลต่อการดำรงชีพขั้นพื้นฐานเพราะมีผลกระทบต่อต้นทุนต่อการดำเนินธุรกิจภาคการท่องเที่ยวโดยตรง ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินมาตรการมีประสิทธิภาพ เสนอให้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการร่วมภาครัฐ ภาคเอกชน และภาควิชาการ เพื่อบูรณาการข้อมูลและติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 7 สมาคมท่องเที่ยว ยื่น 7 มาตรการเร่งด่วน งบกว่า 1 หมื่นล. รักษาเสถียรภาพอุตฯท่องเที่ยว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...