NEWS UPDATE: เด็กไทย 65% อ่านออกแต่จับใจความไม่ได้ นักวิชาการชี้ พฤติกรรมเสพคอนเทนต์สั้น กระทบทักษะคิดวิเคราะห์
เด็กไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านการอ่านและการคิดวิเคราะห์อย่างน่ากังวล หลังผลประเมินระดับนานาชาติสะท้อนว่า เยาวชนจำนวนมากแม้อ่านออก แต่กลับไม่สามารถเข้าใจหรือวิเคราะห์เนื้อหาได้อย่างแท้จริงข้อมูลจากการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA ระบุว่า เด็กไทยอายุ 15 ปี ประมาณ 65% มีทักษะการอ่านต่ำกว่าระดับพื้นฐาน โดยอยู่ในระดับที่อ่านออกแต่ไม่สามารถจับใจความหรือคิดวิเคราะห์จากสิ่งที่อ่านได้ดร.สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยในเวทีวิชาการด้านการอ่านว่า ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากการขาดการอ่าน แต่เกิดจากรูปแบบการอ่านที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการเสพข้อมูลแบบสั้นและรวดเร็วผ่านโซเชียลมีเดีย หรือเนื้อหาที่ถูกสรุปมาแล้วแม้สถิติจะชี้ว่าคนไทยใช้เวลาอ่านเพิ่มขึ้นเป็น 113 นาทีต่อวัน จากเดิม 80 นาที แต่การอ่านส่วนใหญ่กลับอยู่ในรูปแบบออนไลน์ที่เน้นความรวดเร็ว มากกว่าการอ่านเชิงลึกนักวิชาการอธิบายว่า การอ่านคอนเทนต์สั้นหรือการฟังอินฟลูเอนเซอร์สรุปเนื้อหา อาจทำให้ผู้รับสารไม่ได้ใช้ความคิดด้วยตัวเอง ส่งผลให้ขาดโอกาสในการฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ ซึ่งเปรียบเหมือนกล้ามเนื้อสมองที่ต้องถูกใช้งานอย่างสม่ำเสมอขณะเดียวกัน การเรียนการสอนในบางกรณียังเน้นการท่องจำมากกว่าการสร้างความเข้าใจ ทำให้เด็กจำนวนไม่น้อยสูญเสียความสุขในการอ่าน และหันไปพึ่งพาการรับข้อมูลแบบรวดเร็วแทนผู้เชี่ยวชาญจึงเสนอว่า การแก้ปัญหานี้ต้องเริ่มตั้งแต่ช่วงปฐมวัย โดยเน้นพัฒนาทักษะสมองหรือ EF (Executive Functions) ควบคู่กับการปลูกฝังนิสัยรักการอ่านอย่างมีความสุข เพื่อสร้างพื้นฐานการเรียนรู้ระยะยาวนอกจากนี้ ยังย้ำว่าการอ่านหนังสือเป็นเล่มยังคงมีความสำคัญ เพราะช่วยให้เกิดความเข้าใจเชิงลึก การตีความ และการเชื่อมโยงความคิด ซึ่งเป็นสิ่งที่การอ่านแบบสรุปสั้นหรือ AI ไม่สามารถทดแทนได้พร้อมเสนอให้มีการส่งเสริมพื้นที่การอ่าน เช่น ห้องสมุดหรือห้องสมุดสัญจรในชุมชน เพื่อให้เด็กเข้าถึงหนังสือได้มากขึ้น และทำให้การอ่านกลายเป็นวัฒนธรรมในสังคมอย่างแท้จริงอ้างอิงbangkokbiznews