โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 ยักษ์สินค้าอุปโภคฯ เตือนเมษายน “ของขาด-ต้นทุนพุ่ง” จ่อขึ้นราคา

The Better

อัพเดต 20 มี.ค. เวลา 03.23 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 02.45 น. • THE BETTER
5 บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ แจ้งผู้ค้าเตรียมรับมือ “สินค้าขาด-ต้นทุนเพิ่ม-ราคาปรับขึ้น” คาดเริ่มเห็นผลตั้งแต่เดือนเมษายนนี้

ผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ 5 ราย ทยอยแจ้งผู้ค้า เตรียมรับมือผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งเริ่มส่งแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิต การขนส่ง และวัตถุดิบสำคัญ โดยเฉพาะเม็ดพลาสติกและบรรจุภัณฑ์ คาดกระทบชัดตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป

รายงานระบุว่า สินค้าสต๊อกในราคาเดิมอาจมีจำหน่ายถึงเพียงช่วงเดือนเมษายน หลังจากนั้นมีแนวโน้มปรับราคาขึ้นตามต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันผู้ผลิตบางรายเตือนถึงความเสี่ยง “สินค้าขาดตลาด” และการส่งมอบล่าช้า

5 บริษัทใหญ่ทยอยส่งสัญญาณเตือน

1. เนสท์เล่ (ไทย)
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม บริษัทแจ้งผู้ค้าว่า ปัญหาความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลต่อวัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันดิบ ทำให้บรรจุภัณฑ์ เช่น ซองสินค้า ขวดพลาสติก และพลาสติก มีไม่เพียงพอ
บริษัทเตือนว่า ตั้งแต่เดือนเมษายนเป็นต้นไป อาจเกิดภาวะ “ขาดส่งสินค้า” และอยู่ระหว่างเร่งแก้ไขร่วมกับซัพพลายเออร์

2. เอฟแอนด์เอ็น แดรี่ส์ (ประเทศไทย) หรือ F&N
วันเดียวกัน F&N แจ้งว่า ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์ เนื่องจากเส้นทางขนส่งทางเรือและอากาศอาจได้รับผลกระทบ
บริษัทได้สำรองเส้นทางขนส่ง เพิ่มสต๊อกวัตถุดิบ และล็อกสัญญาซัพพลายไว้ล่วงหน้า แต่ยอมรับว่า หากสถานการณ์ยืดเยื้อ “ราคาสินค้าอาจปรับขึ้นในอนาคต”

3. ยูนิลีเวอร์ ไทย เทรดดิ้ง
เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ยูนิลีเวอร์แจ้งว่า ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบต่อสินค้าทุกกลุ่ม
คาดว่าผลกระทบจะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน และยังไม่สามารถประเมินจุดสิ้นสุดได้
บริษัทเร่งเพิ่มกำลังการผลิตและสต๊อกสินค้า พร้อมแนะนำให้ผู้ค้าพิจารณากักตุนสินค้าในช่วงก่อนต้นทุนปรับขึ้น

4. สหพัฒนพิบูล
วันที่ 18 มีนาคม บริษัทระบุว่า ต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และการขนส่งเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การผลิตและจัดส่งสินค้าอาจมีข้อจำกัด
มีความเสี่ยงสินค้าพร้อมขายลดลง และการส่งมอบล่าช้า โดยยังไม่สามารถประเมินได้ว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อเพียงใด

5. เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC)
BJC แจ้งว่า ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกระทบต่อปริมาณวัตถุดิบและค่าขนส่งอย่างมีนัยสำคัญในทุกกลุ่มสินค้า
คาดว่าผลกระทบจะเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน และอาจส่งผลต่อราคาสินค้าในระยะถัดไป แม้บริษัทพยายามรักษาระดับสต๊อกให้เพียงพอ

แนวโน้มตลาด: “ของขาด + ราคาขึ้น” กดดันผู้บริโภค

ภาพรวมจากทั้ง 5 บริษัทสะท้อนทิศทางเดียวกัน คือ

  • ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น (น้ำมัน วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์)

  • ความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์และการขนส่ง

  • สินค้าบางรายการอาจขาดตลาด

  • มีโอกาสปรับราคาสินค้าในระยะใกล้

ผู้ผลิตส่วนใหญ่แนะนำให้ผู้ค้าบริหารสต๊อกล่วงหน้า ขณะที่ผู้บริโภคมีแนวโน้มต้องเผชิญกับราคาสินค้าที่สูงขึ้น และโปรโมชั่นที่อาจลดลงในช่วงถัดไป

สถานการณ์ดังกล่าวยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากระยะเวลาของความขัดแย้งยังไม่แน่นอน และอาจส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทานสินค้าอุปโภคบริโภคในวงกว้างต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...