โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘คำนูณ’ เปิดเหตุที่ MOU 44 ไม่คืบหน้า ชี้ ไทย-กัมพูชา มีเป้าหมายที่แตกต่างกัน

ไทยโพสต์

อัพเดต 6 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.28 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

6 พ.ค.2569 - นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ เหตุที่ MOU 44 ไม่คืบหน้า ! มีเนื้่อหาดังนี้


.
คณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิก MOU 44 ไปแล้ววันนี้ 5 พฤษภาคม 2569
.
เหตุผลที่นายกรัฐมนตรียกมาแถลงโดยตลอดคือใช้มา 25 ปีแล้วไม่มีความคืบหน้าเลย ต้องหากลไกอื่นมาแทน
.
น่าคิดน่าถามว่าเหตุไฉนไม่คืบหน้า !
.
ผมไม่อาจตอบแทนนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี หรือกระทรวงการต่างประเทศ แต่ขอบอกเล่ามุมมองเฉพาะตัวเท่าที่ศึกษามาบ้างว่าเป็นเพราะโครงสร้างของตัว MOU 44 เองนั่นแหละ เป็นความไม่คืบหน้าเชิงโครงสร้างโดยแท้
.
ต้องเข้าใจร่วมกันว่าหัวใจของ MOU 44 คือการสร้างกรอบการเจรจาไทย-กัมพูชาเกี่ยวกับปัญหาทางทะเล โดยผนวกและผูกการเจรจา 2 เรื่องเข้าไว้ด้วยกันอย่างแน่นหนา และฝ่ายไทยในช่วงก่อนปี 2544 หวังว่าจะเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา จึงพยายามโน้มน้าวให้กัมพูชายอมตกลงด้วย และสำเร็จในที่สุด
.
2 เรื่องที่ว่าคือ…
.
เรื่องหนึ่ง - กัมพูชาและไทยต่างใช้สิทธิประกาศเส้นเขตไหล่ทวีปด้านอ่าวไทยฝ่ายเดียวในปี 2515 และ 2516 เป็นเส้นที่มีความแตกต่างกันมากจนเกิดพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนกัน หรือ OCA กว้างใหญ่ถึง 26,000 ตารางกิโลเมตร และที่สำคัญคือเส้นไหล่ทวีปของกัมพูชาไม่เพียงเป็นแค่อ้างสิทธิสูงสุด หรือ Maximum claim ทั่วไป หากแต่จงใจละเมิดอธิปไตยไทยบริเวณเกาะกูด
.
อีกเรื่องหนึ่ง - หาข้อตกลงในการร่วมผลิตและปิโตรเลียมใต้พื้นที่ OCA
.
MOU 44 กำหนดไว้ในผังหน้า 3 แบ่งพื้นที่ OCA ออกเป็น 2 ส่วนด้วยเส้นละติจูด 11 องศาเหนือ กำหนดให้พื้นที่ส่วนบนจำนวน 10,000 ตารางกิโลเมตรเหนือจากเส้น 11 ขึ้นไปจนจรดเกาะกูดเป็นพื้นที่ที่ต้องเจรจาแบ่งเขตแดนกัน พื้นที่ส่วนล่างใต้เส้น 11 ลงมาระหว่างเส้นซ้ายขวาที่สองประเทศประกาศว่าเป็นเขตไหล่ทวีปของตนรวม 16,000 ตารางกิโลเมตรกำหนดให้เป็นพื้นที่พัฒนาร่วม หรือ JDA เจรจารูปแบบและส่วนแบ่งผลประโยชน์จากการร่วมผลิตปิโตรเลียมกัน ภายใต้เงื่อนไขสำคัญที่สุดคือต้องทำทั้ง 2 เรื่อง 2 พื้นที่บนล่างเส้น 11 นี้ไปพร้อมกันเป็นแพคเกจเดียวอย่างแบ่งแยกจากกันไม่ได้
.
เงื่อนไขที่ว่าเป็นแพคเกจเดียวกันอย่างแบ่งแยกจากกันไม่ได้นี้หมายความว่าต้องเสร็จพร้อมกัน !
.
ไม่ใช่ตกลงร่วมผลิตและแบ่งผลประโยชน์ในเขต JDA กันก่อนจนปิโตรเลียมหมดอ่าวไทยแล้วก็ยังเจรจาแบ่งเขตแดนไม่เสร็จ !!
.
หลักการที่ว่านี้เป็นการยืนยันของกระทรวงการต่างประเทศหลายกรรมหลายวาระ
.
สร้างความหงุดหงิดให้กลุ่มทุนพลังงาน ข้าราชการที่รับผิดชอบด้านพลังงาน รวมทั้งนักการเมืองไทยแทบทุกพรรคทุกยุคมาตลอด ท่านเหล่านี้พยายามตีความว่าการเจรจาตกลงพร้อมกันทั้ง 2 เรื่องไม่จำเป็นต้องเสร็จพร้อมกัน ซึ่งน่าจะเป็นการตีความที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่า เพราะการเจรจาหาเส้นไหล่ทวีปที่ยอมรับกันได้เพื่อแบ่งเขตแดนทางทะเลเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลานาน ระหว่างทางควรร่วมผลิตปิโตรเลียมเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของสองประเทศไปพลางก่อนจะดีกว่า เรื่องแบ่งเขตแดนค่อยเจรจากันไปเรื่อย ๆ ก็ไม่เสียหาย
.
กระทรวงการต่างประเทศผู้ออกแบบ MOU 44 ยืนหยัดไม่เห็นด้วย
.
ผมเคยนำเสนอในที่ประชุมวุฒิสภาวาระอภิปรายทั่วไปเมื่อเดือนมีนาคม 2567 ถึงลักษณะ 3 ล็อกของ MOU 44
.
ล็อก 1 = จำกัดกรอบการเจรจาตายตัวอยู่รูปแบบเดียว
.
ล็อก 2 = จำกัดการเจรจาแบ่งเขตแดนให้อยู่เฉพาะพื้นที่ส่วนเดียว
.
ล็อก 3 = ขีดเส้นพื้นที่ JDA ไว้ตายตัว
.
ล็อกทั้งสามนี้ยากจะปลด หรือปลดไม่ได้เลย ก็เพราะสองประเทศมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน
.
เป้าหมายของกัมพูชามีเพียงหนึ่งเดียวมาตั้งแต่เริ่มเจรจาเมื่อปี 2538 คือต้องการร่วมผลิตปิโตรเลียมโดยเร็ว
.
ส่วนเป้าหมายของไทยมี 2 ด้านที่มีความสำคัญเท่ากัน ด้านหนึ่งต้องการร่วมผลิตปิโตรเลียมโดยเร็วเช่นกัน แต่อีกด้านหนึ่งต้องการให้เกาะกูดปลอดจากการอ้างสิทธิเป็นเจ้าของทั้งหมดหรือบางส่วนจากกัมพูชาโดยสิ้นเชิง จึงต้องการให้มีการเจรจากำหนดเขตแดนทางทะเลอย่างน้อยที่สุดในบริเวณเกาะกูดควบคู่กันไปด้วย เป็น 2 ด้านของเหรียญที่ไม่อาจแยกจากกันได้
.
เมื่อเป้าหมายแตกต่างกันทำให้การเจรจาของสองประเทศตั้งแต่ปี 2538 ทั้งก่อนและหลังมี MOU 44 รวมทั้งสิ้น 31 ปีไม่เข้าใกล้ความสำเร็จ ทางการไทยได้ดีใจในช่วงต้นแค่แผนผังใน MOU 44 หน้า 3 ที่กัมพูชายอมปรับเส้นตรงพาดผ่านเกาะกูดตามการประกาศเส้นไหล่ทวีปเมื่อปี 2515 ให้เป็นเส้นเว้าประชิดตัวเกาะทางด้านใต้เหมือนเบ้าขนมครก ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญก้าวแรกที่สามารถใช้ความต้องการขายปิโตรเลียมของกัมพูชามาหว่านล้อมให้เขามีแนวโน้มที่ดีในการยอมสละเส้นละเมิดอธิปไตยเหนือเกาะกูดในท้ายที่สุด แต่ก็ได้แค่นั้น ได้ก้าวเดียว ได้แค่เบ้าขนมครกเบ้าเดียว เพราะนับจากนั้นมากัมพูชาไม่ตอบสนองไทยเลยในเรื่องนี้ โดยเฉพาะต่อข้อเสนอของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยในฐานะประธาน JTC ที่ส่งตัวอย่างการลากเส้นใหม่ให้ห่างเกาะกูดลงมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
.
เห็นได้ชัดว่ากัมพูชาไม่ต้องการสละข้ออ้างสิทธิเหนือเกาะกูดของไทย แม้จะไม่เคยพูดตรง ๆ แต่เส้นไหล่ทวีปด้านบนของกัมพูชาตามกฤษฎีกาที่ 493/72/PRK เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2515 หน้าแรกย่อหน้าสุดท้ายนั้นกล่าวอ้างว่ามีการแบ่งเขตแดนทางทะเลระหว่างสยามกับอินโดจีนของฝรั่งเศสแล้ว และแสดงหนึ่งในจุดอ้างอิง (S) เป็นยอดเขาสูงสุดของเกาะกูด เส้นนี้จะมีฐานอ้างอิงทางกฎหมายระหว่างประเทศได้ก็ต่อเมื่อกัมพูชาเป็นเจ้าของเกาะกูดอย่างน้อยครึ่งหนึ่งเท่านั้น
.
เจตนาของกัมพูชาที่ไม่ต้องการสละเส้นแสดงความเป็นเจ้าของเกาะกูดอย่างน้อยครึ่งหนึ่งนี้ปรากฎเป็นหลักฐานโดยอ้อมเมื่อ 4 ปีก่อนนี่เอง
.
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2565 กัมพูชาเสนอร่างข้อตกลงการประชุม JTC มาให้รองนายกรัฐมนตรีไทยลงนาม สาระคือให้หยุดการเจรจาแบ่งเขตแดนทางทะเลไว้ก่อน และให้แบ่งผลประโยชน์จากการร่วมผลิตปิโตรเลียมเต็มพื้นที่ OCA รวม 26,000 ตารางกิโลเมตร
.
คือเท่ากับทำลายหัวใจของ MOU 44 ไปเลย
.
เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่เคยคิดจะปฏิบัติตาม จึงไม่คืบหน้ามา 25 ปี
.
ความไม่คืบหน้าในลักษณะนี้แก้ไขไม่ได้
.
ไม่ว่า MOU 44 จะดีเลิศขนาดไหนหรือไม่อย่างไร ถ้าดีจริง ก็คงมีไว้แค่บูชาบนหิ้งเท่านั้น แต่ไร้ประสิทธิผล ทั้งเรื่องแบ่งเขตแดนทางทะเล และเรื่องร่วมผลิตและแบ่งประโยชน์ในปิโตรเลียม
.
.
คำนูณ สิทธิสมาน
5 พฤษภาคม 2569
.


หมายเหตุ - บางท่านให้ความเห็นว่าความไม่คืบหน้าของการเจรจาตามกรอบ MOU 44 อาจเกิดขึ้นเพราะการรัฐประหาร 2 ครั้งในประเทศไทยในปี 2549 และ 2557 ที่ทำให้ความสัมพันธ์สะดุด ขออนุญาตให้ความเห็นจากข้อมูลว่าตรงกันข้ามด้วยซ้ำ รัฐบาลคณะรัฐประหาร 2557 มีมติฟื้นคืนชีพ MOU 44 ขึ้นมาใหม่ในเวลาไม่กี่เดือนหลังยึดอำนาจ โดยยกเลิกมติคณะรัฐมตรีพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2552 ที่ให้ยกเลิก MOU 44 ให้กลับมาเจรจากันตามกรอบเดิมต่อไป และความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาช่วง 2557-2565 ก็ดีมากในแทบทุกด้าน คณะทำงานในส่วน MOU 44 ของสองประเทศหารือและทำงานร่วมกันมาตลอด แต่ตกลงกันไม่ได้ เพราะจุดยืนของกัมพูชาคงเดิม คือจะขอเพียงร่วมผลิตปิโตรเลียม ไม่ต้องการเจรจาเขตแดน ปรากฎหลักฐานตามร่างข้อตกลงที่เสนอมาเมื่อปี 2565 ซึ่งขัด MOU 44 แล้วจะคืบหน้าได้อย่างไร แม้หลายคนหลายฝ่ายในประเทศไทยจะต้องการเร่งผลิตปิโตรเลียมเหมือนกัมพูชาแค่ไหน แต่ในเมื่อกระทรวงการต่างประเทศยืนหยัดปกป้องหลักการทำ 2 เรื่องพร้อมกันเป็นแพคเกจเดียวกันเสร็จพร้อมกันไว้อย่างหนักแน่น ก็ไม่มีใครกล้าเดินต่อ
#เลิกMOU44

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...