‘คำนูณ’ เปิดเหตุที่ MOU 44 ไม่คืบหน้า ชี้ ไทย-กัมพูชา มีเป้าหมายที่แตกต่างกัน
6 พ.ค.2569 - นายคำนูณ สิทธิสมาน อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ เหตุที่ MOU 44 ไม่คืบหน้า ! มีเนื้่อหาดังนี้
.
คณะรัฐมนตรีมีมติยกเลิก MOU 44 ไปแล้ววันนี้ 5 พฤษภาคม 2569
.
เหตุผลที่นายกรัฐมนตรียกมาแถลงโดยตลอดคือใช้มา 25 ปีแล้วไม่มีความคืบหน้าเลย ต้องหากลไกอื่นมาแทน
.
น่าคิดน่าถามว่าเหตุไฉนไม่คืบหน้า !
.
ผมไม่อาจตอบแทนนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี หรือกระทรวงการต่างประเทศ แต่ขอบอกเล่ามุมมองเฉพาะตัวเท่าที่ศึกษามาบ้างว่าเป็นเพราะโครงสร้างของตัว MOU 44 เองนั่นแหละ เป็นความไม่คืบหน้าเชิงโครงสร้างโดยแท้
.
ต้องเข้าใจร่วมกันว่าหัวใจของ MOU 44 คือการสร้างกรอบการเจรจาไทย-กัมพูชาเกี่ยวกับปัญหาทางทะเล โดยผนวกและผูกการเจรจา 2 เรื่องเข้าไว้ด้วยกันอย่างแน่นหนา และฝ่ายไทยในช่วงก่อนปี 2544 หวังว่าจะเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพในการแก้ปัญหา จึงพยายามโน้มน้าวให้กัมพูชายอมตกลงด้วย และสำเร็จในที่สุด
.
2 เรื่องที่ว่าคือ…
.
เรื่องหนึ่ง - กัมพูชาและไทยต่างใช้สิทธิประกาศเส้นเขตไหล่ทวีปด้านอ่าวไทยฝ่ายเดียวในปี 2515 และ 2516 เป็นเส้นที่มีความแตกต่างกันมากจนเกิดพื้นที่อ้างสิทธิทับซ้อนกัน หรือ OCA กว้างใหญ่ถึง 26,000 ตารางกิโลเมตร และที่สำคัญคือเส้นไหล่ทวีปของกัมพูชาไม่เพียงเป็นแค่อ้างสิทธิสูงสุด หรือ Maximum claim ทั่วไป หากแต่จงใจละเมิดอธิปไตยไทยบริเวณเกาะกูด
.
อีกเรื่องหนึ่ง - หาข้อตกลงในการร่วมผลิตและปิโตรเลียมใต้พื้นที่ OCA
.
MOU 44 กำหนดไว้ในผังหน้า 3 แบ่งพื้นที่ OCA ออกเป็น 2 ส่วนด้วยเส้นละติจูด 11 องศาเหนือ กำหนดให้พื้นที่ส่วนบนจำนวน 10,000 ตารางกิโลเมตรเหนือจากเส้น 11 ขึ้นไปจนจรดเกาะกูดเป็นพื้นที่ที่ต้องเจรจาแบ่งเขตแดนกัน พื้นที่ส่วนล่างใต้เส้น 11 ลงมาระหว่างเส้นซ้ายขวาที่สองประเทศประกาศว่าเป็นเขตไหล่ทวีปของตนรวม 16,000 ตารางกิโลเมตรกำหนดให้เป็นพื้นที่พัฒนาร่วม หรือ JDA เจรจารูปแบบและส่วนแบ่งผลประโยชน์จากการร่วมผลิตปิโตรเลียมกัน ภายใต้เงื่อนไขสำคัญที่สุดคือต้องทำทั้ง 2 เรื่อง 2 พื้นที่บนล่างเส้น 11 นี้ไปพร้อมกันเป็นแพคเกจเดียวอย่างแบ่งแยกจากกันไม่ได้
.
เงื่อนไขที่ว่าเป็นแพคเกจเดียวกันอย่างแบ่งแยกจากกันไม่ได้นี้หมายความว่าต้องเสร็จพร้อมกัน !
.
ไม่ใช่ตกลงร่วมผลิตและแบ่งผลประโยชน์ในเขต JDA กันก่อนจนปิโตรเลียมหมดอ่าวไทยแล้วก็ยังเจรจาแบ่งเขตแดนไม่เสร็จ !!
.
หลักการที่ว่านี้เป็นการยืนยันของกระทรวงการต่างประเทศหลายกรรมหลายวาระ
.
สร้างความหงุดหงิดให้กลุ่มทุนพลังงาน ข้าราชการที่รับผิดชอบด้านพลังงาน รวมทั้งนักการเมืองไทยแทบทุกพรรคทุกยุคมาตลอด ท่านเหล่านี้พยายามตีความว่าการเจรจาตกลงพร้อมกันทั้ง 2 เรื่องไม่จำเป็นต้องเสร็จพร้อมกัน ซึ่งน่าจะเป็นการตีความที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากกว่า เพราะการเจรจาหาเส้นไหล่ทวีปที่ยอมรับกันได้เพื่อแบ่งเขตแดนทางทะเลเป็นเรื่องยากและต้องใช้เวลานาน ระหว่างทางควรร่วมผลิตปิโตรเลียมเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจของสองประเทศไปพลางก่อนจะดีกว่า เรื่องแบ่งเขตแดนค่อยเจรจากันไปเรื่อย ๆ ก็ไม่เสียหาย
.
กระทรวงการต่างประเทศผู้ออกแบบ MOU 44 ยืนหยัดไม่เห็นด้วย
.
ผมเคยนำเสนอในที่ประชุมวุฒิสภาวาระอภิปรายทั่วไปเมื่อเดือนมีนาคม 2567 ถึงลักษณะ 3 ล็อกของ MOU 44
.
ล็อก 1 = จำกัดกรอบการเจรจาตายตัวอยู่รูปแบบเดียว
.
ล็อก 2 = จำกัดการเจรจาแบ่งเขตแดนให้อยู่เฉพาะพื้นที่ส่วนเดียว
.
ล็อก 3 = ขีดเส้นพื้นที่ JDA ไว้ตายตัว
.
ล็อกทั้งสามนี้ยากจะปลด หรือปลดไม่ได้เลย ก็เพราะสองประเทศมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน
.
เป้าหมายของกัมพูชามีเพียงหนึ่งเดียวมาตั้งแต่เริ่มเจรจาเมื่อปี 2538 คือต้องการร่วมผลิตปิโตรเลียมโดยเร็ว
.
ส่วนเป้าหมายของไทยมี 2 ด้านที่มีความสำคัญเท่ากัน ด้านหนึ่งต้องการร่วมผลิตปิโตรเลียมโดยเร็วเช่นกัน แต่อีกด้านหนึ่งต้องการให้เกาะกูดปลอดจากการอ้างสิทธิเป็นเจ้าของทั้งหมดหรือบางส่วนจากกัมพูชาโดยสิ้นเชิง จึงต้องการให้มีการเจรจากำหนดเขตแดนทางทะเลอย่างน้อยที่สุดในบริเวณเกาะกูดควบคู่กันไปด้วย เป็น 2 ด้านของเหรียญที่ไม่อาจแยกจากกันได้
.
เมื่อเป้าหมายแตกต่างกันทำให้การเจรจาของสองประเทศตั้งแต่ปี 2538 ทั้งก่อนและหลังมี MOU 44 รวมทั้งสิ้น 31 ปีไม่เข้าใกล้ความสำเร็จ ทางการไทยได้ดีใจในช่วงต้นแค่แผนผังใน MOU 44 หน้า 3 ที่กัมพูชายอมปรับเส้นตรงพาดผ่านเกาะกูดตามการประกาศเส้นไหล่ทวีปเมื่อปี 2515 ให้เป็นเส้นเว้าประชิดตัวเกาะทางด้านใต้เหมือนเบ้าขนมครก ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญก้าวแรกที่สามารถใช้ความต้องการขายปิโตรเลียมของกัมพูชามาหว่านล้อมให้เขามีแนวโน้มที่ดีในการยอมสละเส้นละเมิดอธิปไตยเหนือเกาะกูดในท้ายที่สุด แต่ก็ได้แค่นั้น ได้ก้าวเดียว ได้แค่เบ้าขนมครกเบ้าเดียว เพราะนับจากนั้นมากัมพูชาไม่ตอบสนองไทยเลยในเรื่องนี้ โดยเฉพาะต่อข้อเสนอของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทยในฐานะประธาน JTC ที่ส่งตัวอย่างการลากเส้นใหม่ให้ห่างเกาะกูดลงมาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
.
เห็นได้ชัดว่ากัมพูชาไม่ต้องการสละข้ออ้างสิทธิเหนือเกาะกูดของไทย แม้จะไม่เคยพูดตรง ๆ แต่เส้นไหล่ทวีปด้านบนของกัมพูชาตามกฤษฎีกาที่ 493/72/PRK เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2515 หน้าแรกย่อหน้าสุดท้ายนั้นกล่าวอ้างว่ามีการแบ่งเขตแดนทางทะเลระหว่างสยามกับอินโดจีนของฝรั่งเศสแล้ว และแสดงหนึ่งในจุดอ้างอิง (S) เป็นยอดเขาสูงสุดของเกาะกูด เส้นนี้จะมีฐานอ้างอิงทางกฎหมายระหว่างประเทศได้ก็ต่อเมื่อกัมพูชาเป็นเจ้าของเกาะกูดอย่างน้อยครึ่งหนึ่งเท่านั้น
.
เจตนาของกัมพูชาที่ไม่ต้องการสละเส้นแสดงความเป็นเจ้าของเกาะกูดอย่างน้อยครึ่งหนึ่งนี้ปรากฎเป็นหลักฐานโดยอ้อมเมื่อ 4 ปีก่อนนี่เอง
.
เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2565 กัมพูชาเสนอร่างข้อตกลงการประชุม JTC มาให้รองนายกรัฐมนตรีไทยลงนาม สาระคือให้หยุดการเจรจาแบ่งเขตแดนทางทะเลไว้ก่อน และให้แบ่งผลประโยชน์จากการร่วมผลิตปิโตรเลียมเต็มพื้นที่ OCA รวม 26,000 ตารางกิโลเมตร
.
คือเท่ากับทำลายหัวใจของ MOU 44 ไปเลย
.
เมื่อคู่สัญญาฝ่ายหนึ่งไม่เคยคิดจะปฏิบัติตาม จึงไม่คืบหน้ามา 25 ปี
.
ความไม่คืบหน้าในลักษณะนี้แก้ไขไม่ได้
.
ไม่ว่า MOU 44 จะดีเลิศขนาดไหนหรือไม่อย่างไร ถ้าดีจริง ก็คงมีไว้แค่บูชาบนหิ้งเท่านั้น แต่ไร้ประสิทธิผล ทั้งเรื่องแบ่งเขตแดนทางทะเล และเรื่องร่วมผลิตและแบ่งประโยชน์ในปิโตรเลียม
.
.
คำนูณ สิทธิสมาน
5 พฤษภาคม 2569
.
หมายเหตุ - บางท่านให้ความเห็นว่าความไม่คืบหน้าของการเจรจาตามกรอบ MOU 44 อาจเกิดขึ้นเพราะการรัฐประหาร 2 ครั้งในประเทศไทยในปี 2549 และ 2557 ที่ทำให้ความสัมพันธ์สะดุด ขออนุญาตให้ความเห็นจากข้อมูลว่าตรงกันข้ามด้วยซ้ำ รัฐบาลคณะรัฐประหาร 2557 มีมติฟื้นคืนชีพ MOU 44 ขึ้นมาใหม่ในเวลาไม่กี่เดือนหลังยึดอำนาจ โดยยกเลิกมติคณะรัฐมตรีพรรคประชาธิปัตย์เมื่อปี 2552 ที่ให้ยกเลิก MOU 44 ให้กลับมาเจรจากันตามกรอบเดิมต่อไป และความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาช่วง 2557-2565 ก็ดีมากในแทบทุกด้าน คณะทำงานในส่วน MOU 44 ของสองประเทศหารือและทำงานร่วมกันมาตลอด แต่ตกลงกันไม่ได้ เพราะจุดยืนของกัมพูชาคงเดิม คือจะขอเพียงร่วมผลิตปิโตรเลียม ไม่ต้องการเจรจาเขตแดน ปรากฎหลักฐานตามร่างข้อตกลงที่เสนอมาเมื่อปี 2565 ซึ่งขัด MOU 44 แล้วจะคืบหน้าได้อย่างไร แม้หลายคนหลายฝ่ายในประเทศไทยจะต้องการเร่งผลิตปิโตรเลียมเหมือนกัมพูชาแค่ไหน แต่ในเมื่อกระทรวงการต่างประเทศยืนหยัดปกป้องหลักการทำ 2 เรื่องพร้อมกันเป็นแพคเกจเดียวกันเสร็จพร้อมกันไว้อย่างหนักแน่น ก็ไม่มีใครกล้าเดินต่อ
#เลิกMOU44