โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

(เพิ่มเติม) TU โชว์กำไร Q1/69 แตะ 1.11 พันลบ. โต 9% รับยอดขายแกร่ง-ต้นทุนลด ย้ำเป้ายอดขายปีนี้โต 3-4%

efinanceThai

เผยแพร่ 05 พ.ค. เวลา 07.29 น.

(เพิ่มเติม) TU โชว์กำไร Q1/69 แตะ 1.11 พันลบ. โต 9% รับยอดขายแกร่ง-ต้นทุนลด ย้ำเป้ายอดขายปีนี้โต 3-4%

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -5 พ.ค. 69 14:29 น.

TU โชว์ผลงานไตรมาส 1/69 กำไร 1.11 พันลบ. โต 9.22% ด้านยอดขาย 3.2 หมื่นล้าน โตต่อเนื่องไตรมาสที่ 9 หนุนกำไรจากการดำเนินงานพุ่ง 29% แม้เจอแรงกดดันภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ย้ำเป้ายอดขายปีนี้โต 3-4%

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)หรือ TU เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/69 มีกำไรสุทธิ 1,113.27 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.22% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่กำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 0.29 บาท เพิ่มขึ้น 18.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน

ด้านยอดขายอยู่ที่ 32,054 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเกิดจากยอดขายจากผลการดำเนินงาน ปกติที่เติบโต 9.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีสาเหตุจากการปรับราคาขายที่ดีในหลาย ๆ กลุ่มธุรกิจ และการเติบโต ของปริมาณขาย ซึ่งเติบโตขึ้น 2.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 9 ติดต่อกัน แม้ว่าในช่วงไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทฯ ได้รับผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ขณะที่ไตรมาส 1 ปี 2568 ที่ไม่มีผลกระทบจากเรื่องนี้

กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มขึ้น 29.0% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีสาเหตุจากการเติบโต ของรายได้ การปรับตัวดีขึ้นของกำไรขั้นต้น และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง จากการลดลงของค่าใช้จ่ายของ โปรเจกต์ Sonar ที่อยู่ในโครงการ transformation อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (PetCare)ทำผลงานโดดเด่นในไตรมาสนี้ ด้วยยอดขายเพิ่มขึ้น 22.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 5,115 ล้านบาท จากความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดสหรัฐฯ และยุโรป การฟื้นตัวในญี่ปุ่น รวมทั้งสัดส่วนผลิตภัณฑ์พรีเมียมที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง

กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป (Ambient)ยอดขายเพิ่มขึ้น 2.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 15,136 ล้านบาท จากการปรับราคาขายเพื่อชดเชยผลกระทบของต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากภาษีนำเข้า ขณะที่ปริมาณการขายโดยรวมทรงตัว

กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง (Frozen)ยอดขายเติบโต 11.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 9,420 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับราคาขายและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มกุ้งและอาหารสัตว์น้ำ กลุ่มผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า (Value-added)ยอดขายลดลง 1.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 2,383 ล้านบาท จากความต้องการที่ชะลอตัวในสหรัฐฯ และการปรับโครงสร้างพอร์ตผลิตภัณฑ์

ทั้งนี้ในไตรมาส 1/69 บริษัท ไทยยูเนี่ยน ยุโรป ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทโฮลดิ้งส์ในยุโรป ได้รับหนังสือรับรองทางภาษีอย่าง เป็นทางการจากหน่วยงานท้องถิ่น ซึ่งยืนยันว่าหนี้เงินกู้ที่ให้แก่บริษัท TTV ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในประเทศกานาที่ดำเนิน ธุรกิจเรือประมงปลาทูน่าตั้งแต่ปี 2540 และได้ยุติการดำเนินงานในปี 2560 ไม่สามารถเรียกคืนได้

ภายหลังการยืนยัน ดังกล่าว บริษัทฯ ได้รับรู้รายการผลประโยชน์สุทธิที่ไม่ใช่เงินสดเพียงครั้งเดียว จำนวน 361 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการรับรู้ สินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีจำนวน 423 ล้านบาท หักด้วยผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวน 62 ล้านบาท โดยรายการดังกล่าวเป็นรายการที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และไม่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานปกติของกลุ่มบริษัทฯ

"แม้บริษัทยังคงเผชิญปัจจัยด้านต้นทุนจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ แต่กำไรขั้นต้นยังคงเติบโต 3.8% เมื่อเทียบกับปีก่อน อยู่ที่ 5,825ล้านบาท และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 18.2% สะท้อนการดำเนินกลุยทธ์ด้านราคาและการควบคุมต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ กำไรต่อหุ้น อยู่ที่ 0.29 บาทต่อหุ้น หรือปรับตัวเพิ่มขึ้น 18% โดยมีปัจจัยหลักจากจำนวนหุ้นที่ลดลงภายหลังการดำเนินโครงการซื้อหุ้นคืน" นายธีรพงศ์กล่าว

แนวโน้มปี 2569

ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจโลกที่ยังคงผันผวน ไทยยูเนี่ยนมีการติดตามสถานการณ์ด้านภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และต้นทุนการผลิตอย่างใกล้ชิด บริษัทยังคงยืนประมาณการทั้งปีในระดับเดิม โดยตั้งเป้ายอดขายเติบโต 3-4% อัตรากำไรขั้นต้นที่ 19-20% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย(SG&A to Sales) ที่ 13.5-14.5%นอกจากนี้ บริษัทยังตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างผลตอบแทนให้แก่ผู้ถือหุ้น โดยยังคงนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่า 50%

เรียบเรียง โดย ชุติมา อภิชัยสุขสกุล
อีเมล์. reporter@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...